|
ความประทับใจในการไปเรียนที่ Aoyama International Education Institute
ดิฉัน อุบล นพคุณพงศธร เรียนหลักสูตรเตรียมสอบวัดระดับ 3 และ Pre-Advance ที่ Jeducation Center เมื่อประมาณเดือนมกราคม 2550 สมัครเรียนภาษาญี่ปุ่น คอร์สฤดูใบไม้ผลิ ( 6 เม.ย. – 23 มิ.ย. 2550) เพื่อฟื้นฟูภาษาญี่ปุ่นที่ทิ้งไปนานเกือบ 30 ปีแล้ว ส่วนเหตุผลที่เลือกเรียนที่ Aoyama International Education Institute ก็เพราะว่า
- โรงเรียนตั้งอยู่ใจกลางกรุงโตเกียว เป็นย่านธุรกิจ จึงดูน่าเชื่อถือ
- ค่าเล่าเรียนของโรงเรียน ไม่ได้สูงมาก เมื่อเปรียบเทียบกับโรงเรียนที่อยู่ต่างจังหวัด
- หลักสูตรที่ทางโรงเรียนเปิดสอน ดูแล้วน่าสนใจมาก
เมื่อเดินทางไปถึงสนามบินนาริตะ เช้าวันพฤหัสที่ 5 เม.ย. อาจารย์ คาเซทานิ ได้มารับที่สนามบินนาริตะ และพาไปส่งที่หอพัก ดูแลเป็นอย่างดี นับเป็นความประทับใจครั้งแรก
วันจันทร์ที่ 9 เม.ย. ทางโรงเรียนจัดสอบวัดระดับความรู้ภาษาญี่ปุ่นของนักเรียนทุกคน เพื่อเป็นการจัดแบ่งนักเรียนเข้าตามห้องเรียน ดิฉันสอบได้เข้าห้อง E ซึ่งเป็นห้องระดับกลาง เทียบเท่าเรียนระดับ 2 ก็นับว่าเหมาะสมกับดิฉันแล้วหลังจากที่ทิ้งภาษาญี่ปุ่นมานาน
ห้อง E มีนักเรียน 20 คน ซึ่งทุกคนเรียนมาแล้ว 1 ปี ดิฉันเป็นนักเรียนใหม่ของห้องนี้เพียงคนเดียว รวมดิฉันแล้วห้องนี้นักเรียนไทย เพียง 2 คน นอกนั้น เป็นนักเรียนเกาหลี 16 คน และ นักเรียนไต้หวันอีก 2 คน นักเรียนเกาหลี และ นักเรียนไต้หวันเกือบทุกคนเก่งตัวหนังสือจีน จึงได้เปรียบนักเรียนไทยเรื่องคันยิมาก เพราะฉะนั้น ดิฉัน จึงต้องใช้ความพยายามมากเป็นพิเศษ ที่จะเรียนเพื่อไล่พวกเขาให้ทัน ทั้งที่ๆ อายุดิฉันก็มากแล้ว ยอมรับว่าความจำสู้นักเรียนวัยรุ่นไม่ค่อยได้เลย แต่อาจารย์ผู้สอนก็คอยให้กำลังใจ บอกว่าดิฉันทำได้จนคะแนนสอบทุกๆ วันศุกร์ดีขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ ในที่สุดดิฉันก็เรียนจบคอร์ส สามารถสอบผ่านได้คะแนนดีเป็นที่น่าพอใจ ต้องขอบคุณอาจารย์ทานากะ ซึ่งอาจารย์ประจำชั้นของห้องนี้ ที่สอนดีและคอยเอาใจใส่นักเรียนทุกคน โดยเฉพาะดิฉันเป็นพิเศษตลอดเวลาเกือบ 3 เดือน
ส่วนสามีดิฉัน คือ คุณไทยศักดิ์ ซึ่งได้สมัครเข้าเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ด้วย ก็ถูกจัดเข้าเรียนห้อง C ซึ่งเป็นห้องชั้นสูงของโรงเรียน
โรงเรียนแห่งนี้ เข้มงวดในการขาด-สาย-ลา-ป่วย ของนักเรียนมาก เมื่อถึงเวลาเรียน นักเรียนทุกคนจะต้องเข้าห้องเรียน ถ้ามาสายเกิน 10 นาที ก็ต้องขอใบอนุญาตเข้าห้อง ถ้ามีเวลาเรียนไม่ถึง 80 % โรงเรียนก็ไม่ออกประกาศนียบัตรให้ ดังนั้นทุกปีจะมีนักเรียนจากโรงเรียนนี้สอบติดมหาวิทยาลัยเป็นจำนวนมาก
ที่โรงเรียนมีห้องสมุด, ห้องอาหาร และ ห้องพยาบาลให้นักเรียนได้ใช้บริการ เป็นการอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี นอกจากนี้ทางโรงเรียนยังมีการต้อนรับน้องใหม่ให้ด้วย โดยครั้งนี้คณาจารย์ได้พานักเรียนไปดิสนีย์แลนด์ เมื่อวันพฤหัสที่ 10 พ.ค.
อาจารย์ที่นี่ ทุกคนตั้งอกตั้งใจสอนมาก และเป็นอาจารย์มีคุณภาพ อาจารย์จะค้นคว้าเรื่องใหม่ ๆ มาสอนในห้อง ทำให้พวกเราตื่นเต้นอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นข่าวประจำวัน, ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมของคนญี่ปุ่น, แนวคิดของคนญี่ปุ่น, สอนให้พวกเราเรียนรู้จากวีดีโอ – จากเพลง, แนะนำศัพท์แสลงที่นิยมกันในหมู่คนหนุ่มสาวปัจจุบัน, มีคำศัพท์ใหม่ ๆ และ รูปแบบไวยากรณ์มาแนะนำกันทุกวัน, ฝึกให้พวกเรารู้จักคำเลียนแบบ – เลียนเสียง พวกเราถูกฝึกให้พูด-ฟัง-อ่าน-เขียน อยู่ตลอดเวลา ทุกสัปดาห์ เราจะมีการทดสอบกัน 2-3 ครั้ง ทุกคนในห้อง จะแข่งขันกันอย่างจริงจัง โดยเฉพาะนักเรียนเกาหลี ที่เป็นท็อปในห้อง เธอจะเก็บคะแนนโดยไม่ให้ตกหล่นเลย เอาเป็นว่า คะแนนเต็มร้อย เธอก็ทำได้เต็มร้อยเหมือนกัน เก่งจริงๆ
สำหรับเจ้าหน้าที่ ก็ให้การดูแลเอาใจใส่ดี และมักจะคอยแนะนำนักเรียนว่า ต้องเตรียมตัวทำอะไรบ้าง ใครมีปัญหา ก็สามารถไปปรึกษาได้ ทางเจ้าหน้าที่จะคอยให้คำแนะนำเป็นอย่างดี
นักเรียนที่นี่ ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนจริง ๆ ทุกคนมุ่งเรียนกันอย่างขะมักเขม้น เพราะส่วนใหญ่เรียนที่นี่เพื่อมุ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัย ที่รองลงมาก็ต้องการทำงานในญี่ปุ่น ที่เรียนระยะสั้นอย่างดิฉันมีน้อย
ถึงจะเป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ สำหรับดิฉัน ที่ได้มาร่วมเรียนกับพวกเขา แต่ความผูกพันก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วไม่น่าเชื่อ ทั้งนี้ คงเป็นเพราะว่า เราต่างช่วยเหลือเรื่องการเรียนซึ่งกันและกัน ซึ่งดิฉันต้องขอยกบรรทัดนี้ กล่าวขอบคุณเพื่อนต่างชาติเกาหลีชื่อ I-geong San และ เพื่อนจากไต้หวันชื่อ Shigi San ไว้ ณ ที่นี้ด้วย
ในวันจบคอร์ส เราเหมือนเด็ก ๆ ต่างหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมา ถ่ายรูปซึ่งกันและกันเก็บไว้เป็นที่ระลึกมากมาย ดิฉันดีใจที่ได้มาร่วมเรียนกับเพื่อน ๆ คราวลูก มิตรภาพคราวเพื่อน ...
ขอขอบคุณโรงเรียน Aoyama ที่ทำให้คนเกษียณแล้วอย่างดิฉัน ได้มีโอกาสเรียนรู้ชีวิตใหม่อีกเสี้ยวหนึ่ง การมีเพื่อนต่างชาติ ต่างวัยจากญี่ปุ่น อเมริกา เกาหลี ฮ่องกง และไต้หวัน เป็นเรื่องที่น่าประทับใจไม่รู้ลืมเลยค่ะ
|