|
|
![]() |
| ข้อมูลทั่วไป | ทุนการศึกษา | หลักสูตร | กิจกรรม | อาคารสถานที่ | ที่พักและชีวิตความเป็นอยู่ | ความคิดเห็น จากนักเรียน | สถานที่ตั้ง |
| ความคิดเห็นของนักเรียนไทย |
| นักเรียนไทย | ||||||||||||
|
|
|||||||||||
| การเรียนการสอนที่นี่ต้องยอมรับเลยครับว่ามีคุณภาพจริงๆ
ผมชอบตำราเรียนที่ทางโรงเรียนเขียนขึ้นเอง เพราะอ่านเข้าใจง่าย มีคำอธิบายภาษาอังกฤษที่ชัดเจน
ครอบคลุมเนื้อหาในแต่ละเรื่องได้ครบถ้วน และกระชับ ไม่อืดอาดไม่น่าเบื่อ
นอกจากนั้น ผมประทับใจอาจารย์ที่นี่มากทีเดียว อาจารย์จะพูดคุยกับนักเรียนในห้องเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ในญี่ปุ่น
ผสมผสานเข้ากับบทเรียนได้อย่างไม่น่าเบื่อ เอาใจใส่ความเข้าใจของนักเรียนรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอ
ไม่ใช่ว่าจะนั่งหลังห้องแล้วจะหลับได้ อาจารย์และเพื่อนๆ ในห้องจะช่วยกันกระตุ้นให้ทุกๆ
คนในห้องไปพร้อมๆ กันสนุกมาก การเรียนในส่วนของตัวอักษรคันจิ จะค่อนข้างยากกว่าตอนที่ผมเคยเรียนมาบ้างจากเมืองไทย เพราะจะมีการผสมคำมากมายให้เหมือนกับคำที่พบเห็นที่ญี่ปุ่น และที่สำคัญผมต้องเรียนไปกับเพื่อนๆ ชาวจีนและไต้หวันที่คุ้นเคยกับตัวอักษรคันจิเป็นอย่างดี เพื่อนๆ จึงไปเร็วมาก แต่ไม่ต้องห่วงเลยครับ อย่างที่บอกว่า อาจารย์ให้ความสำคัญกับนักเรียนทุกๆคนเท่ากัน พอรู้ว่าเรามาจากเมืองไทย เขาก็จะใส่ใจเราเป็นพิเศษในเรื่องตัวอักษรคันจิด้วย สำหรับที่ตั้งของโรงเรียน ผมเรียนที่Koenji โรงเรียนจะตั้งอยู่ใกล้กับสถานีมาก เดินแค่ 2 นาทีก็ถึงแล้ว ร้านอาหาร คอมบินิ(Convenient Store) และร้านขายของจิปาถะมีเพียบ ผมมักจะทานข้าวกลางวันที่นี่ก่อนเข้าห้องเรียน บางครั้งตอนเบรก ผมก็เดินออกมาซื้อกาแฟที่คอมบินิซึ่งใกล้มาก 1 นาทีก็ถึง สะดวกมากทีเดียว การเดินทางก็สะดวก เพราะจากสถานีรถไฟ Koenji เดินทางไป Shinjuku ก็ 5 - 6 นาทีเอง รถด่วนที่วิ่งไปมาระหว่าง Koenji กับ Shinjuku จะจอดแวะแค่สถานี Nakano เท่านั้นเอง จาก Shinjuku จะเปลี่ยนสายรถไฟไปที่ไหนก็สะดวกสบาย รวดเร็วมาก หรือจะแวะช็อปปิ้งเดินเล่นย่าน Shinjuku ก็ได้ สำหรับหอพัก ทางโรงเรียนก็ช่วยจัดหาให้ แต่สำหรับผมบังเอิญต้องเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยวาเซดะ ผมเลยหาที่อยู่เองใกล้กับมหาวิทยาลัย แต่แม้ว่าผมจะพักอยู่แถว Takadanobaba ซึ่งเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยวาเซดะ แต่ผมก็เดินทางมาโรงเรียนสะดวก แค่นั่งรถไฟใต้ดินจากสถานีวาเซดะมาลงที่สถานี Nakano แล้วเปลี่ยนเป็น JR Line หรือเดินไป Koenji เลยก็ได้ สะดวกมาก กิจกรรมนอกห้องเรียนที่นี่น่าสนใจมาก ทางโรงเรียนมักมีโปรแกรมไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยว พร้อมที่พักและอาหารที่อร่อย กิจกรรมเหล่านี้ นอกจากให้ความบันเทิงแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ใช้ภาษาญี่ปุ่นพูดคุยกับเพื่อนๆ และอาจารย์ด้วย นอกจากนี้ยังมี Speech Contest ด้วย ความคิดเห็นเกี่ยวกับความเป็นอยู่ในญี่ปุ่น สิ่งที่ชัดเจนของญี่ปุ่นคือ สะดวกและปลอดภัยครับ จะเดินทางไปที่ไหนก็สะดวกรวดเร็ว คำนวณเวลาได้และปลอดภัย เนื่องจากกฎหมายและตำรวจที่นี่เขาเข้มงวดมาก คุณพ่อคุณแม่ที่จะส่งลูกหลานมาเรียนที่ญี่ปุ่นหายห่วงได้เลยครับ แต่สิ่งที่ชัดเจนในด้านลบคือ ค่าครองชีพที่สูงโดยเฉพาะในโตเกียว เมืองที่ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก อะไรต่ออะไรก็ค่อนข้างแพงไปหมด แต่ก็เป็นเพียงจุดด้อยเพียงข้อเดียวที่หลบเลี่ยงได้นะครับไม่ต้องกังวล เช่น ตั๋วรถไฟสำหรับนักเรียนที่นี่ซื้อได้ในราคาลดมากทีเดียว ส่วนเรื่องอาหารการกิน ถ้าขนมาม่ามาทำกินเองที่นี่ก็ประหยัดได้มาก หรือจะแวะไปทานตามร้านอาหารญี่ปุ่นอร่อยๆราคาไม่แพงอย่าง Matsuya, Tenya หรือร้านอาหารตามเอกิก็ได้ ความแตกต่างระหว่างการเรียนภาษาญี่ปุ่นกับที่เมืองไทยต่างกันมากครับ ผมมีความรู้สึกเหมือนตอนที่ผมไปเรียนภาษาอังกฤษที่ Oxford ที่ประเทศอังกฤษ คือ เรียนในประเทศเจ้าของภาษาทำให้เรามีโอกาสได้พบเห็นและได้ใช้ภาษานั้นทุกวัน ทุกวัน ทำให้เกิดความเคยชินในการใช้ซึ่งแตกต่างกับการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว เพื่อนๆ หรือน้องๆ ที่ตั้งใจมาเรียนต่อฯ หรือเรียนภาษาที่นี่ ผมแนะนำว่าควรจะพูดญี่ปุ่นเบื้องต้นเป็นบ้าง และรู้คันจิพอสมควร เพราะคนที่นี่ ภาษาอังกฤษเขาไม่พูดกันเลยครับ ส่วนป้ายต่างๆ แม้ว่าจะมี Romanji อยู่บ้าง แต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น สู้ขยันเรียนตัวอักษรคันจิ แล้วอ่านป้ายคันจิ สะดวกรวดเร็วกว่าเยอะเลยครับ ผมโชคดีที่รู้จักเพื่อนชาวญี่ปุ่นพอสมควร ทำให้มีโอกาสได้ฝึกฝนการพูดคุยภาษาญี่ปุ่น (แบบกันเอง)เป็นประจำ นอกจากนี้ พวกเขาก็ช่วยในการพูดคุยกับฟุโดซัง (นายหน้าหาบ้านเช่า) เกี่ยวกับรายละเอียดที่พักที่ผมอยากได้ด้วย เพราะการหาบ้านเช่าในโตเกียวดีดี ไม่ง่ายเลยครับ จริงๆแล้วในเรื่องความเป็นอยู่ในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น ค่าน้ำ ค่าไฟ โทรศัพท์ การใช้บริการธนาคาร ไปรษณีย์ ฯลฯ ผมอยากแนะนำให้เพื่อนๆ อ่านใน Website ของ jeducation เพราะสุดยอดจริงๆครับ ครอบคลุมสิ่งท่ควรจะรู้เอาไว้หมดเลย เพื่อนๆ ที่มาที่นี่อาจจะไม่ชินในตอนแรกๆ เพราะโตเกียว โดยเฉพาะสถานีใหญ่ๆ อย่าง Shinjuku, Shibuya คนจะเดินกันพลุกพล่านตลอดทั้งวัน จะไปไหนก็ต้องเดิน หรือไม่ก็ขี่จักรยานแล้วไปต่อรถไฟ ทุกอย่างจะเหนื่อยกว่าการใช้รถส่วนตัว หรือการนั่งแท็กซี่แบบเมืองไทย ซึ่งที่นี่ น้ำมันและค่าจอดรถแพงมาก ค่าแท็กซี่ก็เช่นกัน เพราะฉะนั้น คนที่นี่เขาก็ไม่นิยมรถยนต์กันหรอกครับ และผมเชื่อแน่ว่า เพื่อนๆ จะชอบญี่ปุ่นเหมือนผม เพราะเมื่อชินแล้ว จะรู้สึกว่าได้ออกกำลังกายวันละนิด วันละหน่อย และพบเจอกับอากาศที่ดีปราศจากมลพิษในเมืองที่ทันสมัยอย่างโตเกียว |
สำนักงานในประเทศไทย |
|
ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นเจเอ็ดดูเคชั่น |
|
กรุงเทพฯ |
287 อาคารลิเบอร์ตี้สแควร์ (ข้างซอยคอนแวนต์) ชั้น 23 ห้อง 2301 ถ.สีลม บางรัก กรุงเทพฯ 10500 |
| โทรศัพท์ โทรสาร |
0-2267-7726 ต่อ 101-104 0-2631-2040 |
| email address | ask@jeducation.com |
*** สมัครเรียนกับสำนักงานในประเทศไทย ไม่ต้องเสียค่าดำเนินการใด ๆ *** |
|

|
Copyright 2001-2002 Lighthouse Info Service Co, Ltd. All rights reserved. |