| |
วิชาที่สอบ
แบ่งออกเป็น 2 วิชา คือ
読む試験(よむしけん)เป็นการสอบ “文字(もじ)*語彙(ごい)”
และ “ 文法(ぶんぽう)*読解(どっかい)”
聞く試験(きくしけん)เป็นการสอบ “ 聴解(ちょうかい)”
ในการสอบปัจจุบัน |
| |
ระดับ |
รายละเอียด |
N1 |
คำศัพท์ ,ไวยากรณ์ ,การอ่าน
(110 นาที) |
การฟัง
( 60 นาที) |
N2 |
คำศัพท์ ,ไวยากรณ์ ,การอ่าน
(105 นาที) |
การฟัง
( 50 นาที) |
N3 |
คำศัพท์
( 30 นาที ) |
ไวยากรณ์ , การอ่าน
( 70 นาที) |
การฟัง
( 40 นาที) |
N4 |
คำศัพท์
( 30 นาที ) |
ไวยากรณ์ , การอ่าน
( 60 นาที) |
การฟัง
( 35 นาที) |
N5 |
คำศัพท์
( 25 นาที ) |
ไวยากรณ์ , การอ่าน
( 50นาที) |
การฟัง
( 30 นาที) |
|
| |
ระบบความเท่าเทียมกันของคะแนน
เนื่องจากการจัดสอบในแต่ละครั้ง ระดับความยากง่ายของข้อสอบจะไม่เท่ากันทุกครั้งไม่มากก็น้อย ดังนั้น การสอบรูปแบบใหม่จึงมีการเปลี่ยนแปลงคือ คะแนนจากการสอบที่ถูกจัดขึ้นในช่วงเวลาที่ต่างกันนั้นจะมีการเปรียบเทียบเเบบเดียวกัน ด้วยวิธีที่เรียกว่า 「ความเท่าเทียมกัน」 ด้วยเหตุนั้น ถ้าเป็นการสอบระดับเดียวกัน ไม่ว่าจะสอบกี่ครั้ง ก็สามารถนำคะแนนมาเทียบกันได้ การจัดระบบ ความเท่าเทียมกันนี้ ใช้เป็นเกณฑ์ในการสอบทางภาษาศาสตร์ในระดับสากล |
| |
JLPT Can-do list
ในใบแจ้งผลคะแนนจะมีรายการ JLPT Can-do ( ชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการ ) บันทึกเป็นตัวอย่างให้ทราบ
ผู้ที่สอบผ่านระดับนั้น ๆ มีความสามารถในการใช้ภาษาญี่ปุ่นแต่ละทักษะ ในทางปฏิบัติจริงได้อย่างไรบ้าง เพื่อให้ผู้สอบและบุคคลทั่วไปที่ดูผลสอบนี้ มีความเข้าใจผลการสอบในแต่ละระดับได้ชัดเจนมากขึ้น |
| |
การเปลี่ยนแปลงอื่นๆ |
-
เพิ่มข้อสอบในส่วนของการฟังมากขึ้น เป็น 1 ใน 3 ของข้อสอบทั้งหมด ( จากเดิมคือ 1 ใน 4 )
-
จะต้องสอบผ่านทุกส่วนจึงจะถือว่าสอบผ่าน ( เช่น ได้คะแนนรวมทั้งหมดสูง แต่คะแนนของการฟังไม่ถึงตามเกณฑ์ ก็ถือว่าสอบไม่ผ่าน เป็นต้น )
-
เพิ่มจำนวนการสอบจากเดิมที่กำหนดไว้ปีละ 1 ครั้ง เป็นปีละ 2 ครั้ง คือในเดือนกรกฎาคมและเดือนธันวาคมของทุกปี
-
การสอบในรูปแบบใหม่จะไม่มีการนำข้อสอบมาเผยแพร่ เพื่อเป็นการรักษามาตรฐานของการสอบ
|