มหาวิทยาลัย | บัณฑิตวิทยาลัย | วิทยาลัย | วิทยาลัยอาชีวศึกษา | วิทยาลัยเทคนิค



มหาวิทยาลัยในญี่ปุ่น แบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ
  1. มหาวิทยาลัยรัฐบาล
    คือมหาวิทยาลัยที่จัดตั้งโดยรัฐบาลกลางของญี่ปุ่น กระจายอยู่ทั่วประเทศทั้งหมด 87 แห่ง (ข้อมูลปี 2549) ในแต่ละจังหวัดจะมีมหาวิทยาลัยของรัฐบาล 1 แห่งเป็นอย่างต่ำ

  2. มหาวิทยาลัยท้องถิ่น
    คือมหาวิทยาลัยที่จัดตั้งโดยองค์กรปกครองตนเองส่วนท้องถิ่น มีอยู่ทั้งสิ้น 86 แห่งทั่วประเทศ

  3. มหาวิทยาลัยเอกชน
    คือมหาวิทยาลัยที่จัดตั้งโดยเอกชน มีอยู่ทั้งสิ้น 408 แห่งทั่วประเทศ ซึ่ง 40% ของมหาวิทยาลัยเอกชนอยู่ในกรุงโตเกียว

แม้ว่าจะแบ่งมหาวิทยาลัยออกเป็น 3 ประเภทตามองค์กรที่จัดตั้งก็ตาม แต่ทั้ง 3 ประเภทก็ถูกจัดตั้งขึ้นด้วยมาตรฐานเดียวกัน คุณภาพทางการศึกษาในระดับเดียวกัน ต่างกันที่ค่าใช้จ่ายของเอกชนจะแพงกว่าของรัฐบาลและท้องถิ่น
และถึงแม้ว่านักศึกษาส่วนใหญ่ ต่างก็มุ่งที่จะเรียนในโตเกียวก็ตาม แต่ในพื้นที่อื่น ๆ ของญี่ปุ่นก็มีข้อได้เปรียบอื่น ๆ หลายอย่าง เช่นในเรื่องค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า จำนวนนักศึกษาต่อห้องที่น้อยกว่าทำให้อาจารย์ดูแลได้ทั่วถึง มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับสังคมท้องถิ่นง่ายกว่าการอยู่ในเมืองใหญ่ที่สับสนวุ่นวาย เป็นต้น


ระยะเวลาการศึกษาของหลักสูตรปริญญาตรีโดยปรกติคือ 4 ปี ยกเว้นคณะแพทยศาสตร์ , ทันตแพทยศาสตร์ และสัตวแพทยศาสตร์ ซึ่งจะต้องใช้เวลา 6 ปี

เงื่อนไขในการเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย ( ระดับปริญญาตรี )

การเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยของญี่ปุ่น จำเป็นต้องเป็นไปตามเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่ง ดังต่อไปนี้

  1. เป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตร 12 ปี ( ตั้งแต่ป.1 - ม.6 )
  2. กรณีที่สำเร็จการศึกษาในเวลา 10 ปีหรือ 11 ปี จะต้องเป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาใน " หลักสูตรเตรียมเข้าศึกษาต่อ " จากสถาบันที่ได้รับการรับรองโดยกระทรวงการศึกษา วัฒนธรรม การกีฬาและวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และต้องเป็นผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป
  3. เป็นผู้ที่สอบผ่านการสอบที่ได้รับการรับรองจากแต่ละประเทศว่าเทียบเท่า " การสอบอนุมัติสำเร็จหลักสูตรการศึกษา จากสถานศึกษาระดับสูง " ของญี่ปุ่น
  4. เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับว่ามีความรู้ความสามารถเทียบเท่า หรือมากกว่าผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย

    ก. เป็นผู้ที่สอบผ่านหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายนานาชาติ ( International Baccalaureate ) หรือสอบผ่านหลักสูตร Abitur ของประเทศเยอรมัน และมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป

    ข. ผู้ที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตร 12 ปี จากสถานศึกษาสำหรับชาวต่างชาติ ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์การประเมินการศึกษานานาชาติ ( WASC , ACSI , ECIS ) และมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป
  5. เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับว่ามีความรู้ความสามารถเทียบเท่าหรือมากกว่าผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ขึ้นอยู่กับการพิจารณาคุณสมบัติให้เข้าศึกษาเป็นราย ๆ ไป จากมหาวิทยาลัย และมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป

วิธีการเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยของญี่ปุ่น

 

  1. ได้รับการตอบรับจากทางมหาวิทยาลัยก่อนที่จะเดินทางไปญี่ปุ่น กล่าวคือทางมหาวิทยาลัยรับนักศึกษาเข้าศึกษาโดยพิจารณาจาก ใบสมัครและเอกสารการสมัครที่นักศึกษาส่งไปจากเมืองไทย แต่มีมหาวิทยาลัยเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น (ประมาณ 20 แห่ง ) ที่รับนักศึกษาเข้าศึกษาต่อโดยการคัดเลือกจากเอกสารเพียงอย่างเดียวเช่นนี้

  2. เดินทางไปสอบคัดเลือกในประเทศญี่ปุ่นโดยวีซ่าระยะสั้น (15 - 90วัน) หากสอบผ่านก็สามารถเปลี่ยนประเภทวีซ่าได้โดยไม่ต้องเดินทางกลับประเทศ แต่วิธีนี้ต้องวางแผนการให้ดี เพราะแต่ละมหาวิทยาลัยมีการจัดสอบไม่ตรงกัน คือสำหรับการเปิดภาคเรียนในเดือนเมษายน การสอบเข้าจะอยู่ในระหว่างเดือนกันยายน - มีนาคม

  3. เข้าศึกษาในสถาบันสอนภาษาญี่ปุ่นระยะหนึ่งก่อน หลังจากนั้นค่อยสมัครเข้าเรียนและดำเนินการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย วิธีนี้เป็นวิธีที่นักศึกษาต่างชาติส่วนใหญ่ใช้มากที่สุด โดยเฉพาะคนที่พื้นฐานภาษาญี่ปุ่นยังไม่ดีนัก แต่อย่างไรก็ตาม การศึกษาภาษาญี่ปุ่นภายในประเทศไทยให้ดีก่อน ก็จะช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการไปศึกษาที่ญี่ปุ่นได้มากขึ้น

การสอบเข้ามหาวิทยาลัย
นักศึกษาต่างชาติที่มีความประสงค์จะเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยของญี่ปุ่น จะต้องผ่านการสอบคัดเลือกดังต่อไปนี้

1

การสอบคัดเลือกของมหาวิทยาลัย

ในปัจจุบัน มหาวิทยาลัยจำนวนมากที่จัดให้มีกระบวนการสอบคัดเลือกพิเศษสำหรับนักศึกษาต่างชาติ แต่อย่างไรก็ตามผู้สมัครต้องไปสอบที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งรายละเอียดของวิชาที่สอบ วันสอบและวิธีการคัดเลือกจะแตกต่างกันไปตามแต่ละมหาวิทยาลัย

2 การสอบวัดระดับความสามารถทางภาษาญี่ปุ่น

จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวัดผลและรับรองความสามารถทางภาษาญี่ปุ่นของนักศึกษาต่างชาติ ระดับ 1 อันเป็นระดับสูงสุดของการสอบนี้ ( ระดับผ่านการศึกษาภาษาญี่ปุ่นมาประมาณ 900 ชั่วโมง ) ใช้เป็นเกณฑ์วัดความสามารถทางภาษาญี่ปุ่นของนักศึกษาต่างชาติที่สมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัย และวิทยาลัยในญี่ปุ่น ระยะหลัง มหาวิทยาลัยบางแห่งก็ใช้เพียงระดับ 2 เท่านั้น
การสอบนี้ (ระดับ1) มีการนำไปใช้ประมาณ 91% สำหรับมหาวิทยาลัยของรัฐ 65% สำหรับมหาวิทยาลัยท้องถิ่น และ 60% สำหรับมหาวิทยาลัยเอกชน อย่างไรก็ตาม เกณฑ์การนำผลการสอบนี้ ไปประกอบการพิจารณานั้นแตกต่างกันไปตามมหาวิทยาลัย

อนึ่ง การสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น เพื่อที่จะใช้เป็นเอกสารในการตัดสินเพื่อการเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัย จะใช้ผลการตัดสินของปี 2544 เป็นปีสุดท้าย ตั้งแต่ปี 2545 จะจัดให้มีการสอบเพื่อศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น ( E.J.U ) ซึ่งข้อสอบใหม่นี้จะมีข้อสอบวิชาภาษาญี่ปุ่นเพิ่มเติมขึ้นมา

3

การสอบเพื่อศึกษาต่อในประเทศญี่ปุ่น ( EJU )

การสอบระบบใหม่ที่เริ่มใช้ครั้งแรกในปี 2545 เป็นการจัดสอบสำหรับนักศึกษาต่างชาติทุนส่วนตัวที่ประสงค์จะเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่น ( ระดับปริญญาตรี ) เพื่อวัดความสามารถทางการศึกษาและความสามารถในด้านภาษาญี่ปุ่น โดยจะใช้ผลการสอบนี้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณารับนักศึกษาเพื่อเข้าศึกษาต่อ รายละเอียดเพิ่มเติม

4 การสอบโดยศูนย์การสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยแห่งชาติ

นักศึกษาญี่ปุ่นที่ต้องการเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยของรัฐบาลหรือท้องถิ่น จำเป็นต้องผ่านการสอบ ของศูนย์การสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยแห่งชาติ มหาวิทยาลัยส่วนมากยกเว้นการสอบนี้ สำหรับนักศึกษาต่างชาติ แต่ทว่าในบางคณะของสถาบันบางแห่งยังคงกำหนดให้นักศึกษาต่างชาติ ต้องผ่านการสอบนี้อยู่ โดยเฉพาะคณะแพทยศาสตร์

5

วิธีการอื่น ๆ ในการคัดเลือกนักศึกษาต่างชาติ

วิธีการอื่น ๆ ที่มหาวิทยาลัยใช้ในการคัดเลือกนักศึกษาต่างชาติ มีทั้งการตรวจสอบเอกสาร การสอบวัดความสามารถที่มหาวิทยาลัยนั้น ๆ จัดขึ้นโดยเฉพาะ การสอบสัมภาษณ์ บทความสั้น เรียงความ การสอบวัดความสามารถ และความถนัดอื่น ๆ ซึ่งมีวิธีการแตกต่างกันไป ตามคณะของแต่ละมหาวิทยาลัย



ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในปีแรก ( รวมค่าธรรมเนียมในการสมัคร ค่าเล่าเรียน ค่าอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก ตลอดจนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ด้วย ) สำหรับในชั้นปีที่สอง ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จะลดลงเหลือประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ เพราะค่าแรกเข้านั้นเสียเฉพาะในปีแรกเท่านั้น
(1 บาท = 2.63 เยน )
รัฐบาล ( ทุกสาขา ) 834,800 เยน 317,414 บาท
ท้องถิ่น 948,994 เยน 360,834 บาท
เอกชน
ทันตแพทยศาสตร์ 5,005,321 เยน 1,903,163 บาท
แพทยศาสตร์ 5,097,969 เยน 1,938,391 บาท
เภสัชศาสตร์ 2,244,978 เยน   853,603 บาท
ศิลปกรรมศาสตร์ 1,794,517 เยน   682,325 บาท
สุขศึกษา 1,481,279 เยน   563,223 บาท
วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ 1,399,511 เยน   532,133 บาท
เกษตรศาสตร์และสัตวแพทย์ศาสตร์ 1,401,161 เยน   532,760 บาท
พลศึกษา 1,321,571 เยน   502,498 บาท
คหกรรมศาสตร์ 1,205,926 เยน   458,526 บาท
อักษรศาสตร์และศึกษาศาสตร์ 1,184,540 เยน   450,395 บาท
เศรษฐศาสตร์ นิติศาสตร์ และพาณิชยศาสตร์ 1,119,698 เยน   425,740 บาท
ศาสนศาสตร์ 1,109,688 เยน   421,934 บาท
สังคมสงเคราะห์ศาสตร์ 1,159,410 เยน   440,840 บาท
สาขาอื่น ๆ 1,445,245 เยน   549,522 บาท
ภาษาญี่ปุ่น   663,921 เยน   252,441 บาท

เงื่อนไขสำหรับการสำเร็จการศึกษา
มหาวิทยาลัยส่วนมากกำหนดจำนวนหน่วยกิตไว้อย่างน้อย 124 หน่วยกิต (ยกเว้นคณะแพทย์ศาสตร์ และทันตแพทยศาสตร์ จะต้องได้หน่วยกิตอย่างน้อย 188 หน่วยกิต ส่วนคณะสัตวแพทยศาสตร์ต้องได้หน่วยกิต อย่างน้อย 182 หน่วยกิต ) หลังจากสำเร็จการศึกษา นักศึกษาจะได้รับ " ปริญญาตรี " ( Gakushi )


มหาวิทยาลัย | บัณฑิตวิทยาลัย | วิทยาลัย | วิทยาลัยอาชีวศึกษา | วิทยาลัยเทคนิค


ระบบการศึกษาของญี่ปุ่น
สถาบันสอนภาษาญี่ปุ่น
สถาบันการศึกษาระดับสูง
การสอบวัดระดับความสามารถทางภาษาญี่ปุ่น
การสอบเพื่อศึกษาต่อในประเทศญี่ปุ่น
NEXT


Copyright©2000 Lighthouse Info Service Co, Ltd. All rights reserved.