ในโตเกียวและเมืองใหญ่ ๆ รถเมล์ดูเหมือนจะเป็นพาหนะสำรองมากกว่า เพราะการใช้รถไฟและรถไฟใต้ดินมีความสะดวก รวดเร็วและมีหลากหลายเส้นทางเชื่อมโยงกัน ให้ไปถึงจุดหมายได้ทุกหนทุกแห่ง ผู้คนส่วนใหญ่จะโดยสารรถเมล์ในเส้นทางที่รถไฟไปไม่ถึง หรือโดยสารรถเมล์จากสถานีรถไฟไปยังจุดหมายปลายทาง ซึ่งทางด้านนอกของสถานีรถไฟ มักจะมีป้ายบอกเส้นทางรถเมล์เอาไว้

สำหรับชาวต่างชาติที่ไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นแล้ว การเดินทางโดยรถเมล์อาจจะไม่สะดวกนัก เพราะไม่มีป้ายจอดรถบัสเป็นภาษาอังกฤษ ชื่อสถานีปลายทางที่อยู่ทางด้านหน้ารถก็เขียนด้วยภาษาญี่ปุ่น แถมเส้นทางบางสายก็ค่อนข้างซับซ้อน ยกเว้นแต่ในเกียวโต ซึ่งรถเมล์คือระบบขนส่งมวลชนที่สำคัญ มีบริการที่สะดวก ใช้ง่ายและมีประกาศเป็นภาษาอังกฤษบนรถด้วย


การขึ้นรถเมล์ในญี่ปุ่น

รถเมล์โดยทั่วไปในญี่ปุ่น ผู้โดยสารจะขึ้นทางประตูด้านหลัง เมื่อขึ้นไปบนรถ ให้ฉีกตั๋วจากที่ปล่อยตั๋วด้วยตนเอง บนตั๋วจะระบุตัวเลขที่หมายถึงค่าโดยสารจะอยู่ในโซนใด แล้วแต่ว่าขึ้นจากจุดใด ที่ด้านหน้ารถภายในตัวรถจะมีแผงอิเลคโทรนิคส์บอกราคาค่าโดยสาร ซึ่งจะเปลี่ยนจำนวนเงินค่าโดยสารไปเรื่อย ๆ ตามระยะทางที่รถวิ่งไป เมื่อถึงจุดหมายที่จะลงก็ชำระเงินตามราคาที่ปรากฎอยู่บนแผงนั้น ให้สอดคล้องกับเลขหมายบนตั๋วของตัวเอง เช่น หากได้ตั๋วหมายเลข 3 ก็ให้ดูที่แผงบอกราคาช่องที่ 3 จากนั้นก็หย่อนเงินค่าโดยสารลงในกล่องข้างพนักงานขับรถ ค่าโดยสารรถเมล์ประมาณ 150 - 600 เยน ควรจะเตรียมเศษเหรียญไว้ด้วยเพื่อความสะดวก


ที่ปล่อยตั๋ว
แผงแสดงราคาค่าโดยสาร
กล่องเก็บเงินค่าโดยสาร


รถเมล์ในบางเมืองจะขึ้นทางด้านหน้าและเก็บค่าโดยสารราคาเดียว เช่น รถเมล์ในโตเกียวจะเก็บค่าโดยสารราคาเดียวตลอดเส้นทาง คือ 200 เยนสำหรับผู้ใหญ่และ 100 เยนสำหรับเด็ก หากโดยสารเป็นประจำก็ควรซื้อตั๋วราคาพิเศษจะประหยัดกว่า สำหรับวิธีการโดยสาร ผู้โดยสารขึ้นรถทางด้านประตูหน้า จ่ายค่าโดยสารลงในกล่องเก็บเงินข้างพนักงานขับรถ เมื่อถึงจุดหมายที่จะลงก็กดกริ่ง และลงจากรถทางประตูด้านหลัง




BACK