![]() Yokohama Chaina Town |
|
| จังหวัดคานากาวะ Kanagawa Prefecture |
| I.
สภาพภูมิประเทศ จังหวัดคานากาวะ ตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางหมู่เกาะญี่ปุ่น มีความยาวจากเหนือจรดใต้ 60 กิโลเมตร และมีความยาวจากตะวันออกจรดตะวันตก 80 กิโลเมตร มีพื้นที่โดยรวมทั้งหมด 2,413 ตารางกิโลเมตร ซึ่งคิดเป็นพื้นที่เพียงแค่ 0.6% ของพื้นที่ประเทศญี่ปุ่นทั้งหมด ดังนั้นคานากาวะจึงจัดได้ว่าเป็นจังหวัดที่มีขนาดเล็กเป็นอันดับที่ 5 ของญี่ปุ่น พื้นที่จังหวัดทางด้านเหนือและตะวันออกติดกับกรุงโตเกียว ทำให้ชาวคานากาวะมีการติดต่อกับโตเกียวทั้งทางด้านการทำงานและการดำรงชีวิตมาก ส่วนทางทิศใต้ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก |
|
| II.
สภาพภูมิอากาศ จังหวัดคานากาวะตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเขตคันโต และมีอากาศกำลังสบายเนื่องจากมีกระแสน้ำอุ่นในมหาสมุทรแปซิฟิกไหลผ่าน ในเมืองโยโกฮาม่า ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจังหวัดมีอุณหภูมิเฉลี่ย 16°C และมีปริมาณน้ำฝนรวม 1,440 mm. |
|
| III.
ประชากร จากการตรวจสอบเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 1997 จังหวัดคานากาวะมีประชากร 8,295,375 คน คิดเป็น 6.6% ของประชากรรวมของประเทศญี่ปุ่น และมีจำนวนครัวเรือนทั้งสิ้น 3,147,991 ครัวเรือน เท่ากับ 2.64 คน ต่อ 1 ครอบครัว จังหวัดคานากาวะเป็นจังหวัดที่มีขนาดเล็กแต่มีประชากรอาศัยอยู่มากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่น ทำให้มีความหนาแน่นของจำนวนประชากรต่อพื้นที่ถึง 3,437 คน ต่อ 1 ตารางกิโลเมตร จัดว่ามากเป็นอันดับ 3 เช่นกัน รองจาก โตเกียว และ โอซาก้า จำนวนประชากรของจังหวัดคานากาวะเติบโตขึ้นมากในช่วงก่อนและหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้ลดลงในช่วงทศวรรษที่ 70 ในขณะที่จำนวนประชากรในช่วงอายุ 0 - 14 ปี ลดลง กลับปรากฎว่าจำนวนประชากรในช่วงอายุ 65 ปีขึ้นไปได้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากจังหวัดคานากาวะตั้งอยู่ติดกับมหานครโตเกียวที่มีโครงสร้างทางธุรกิจขนาดมหึมา ทำให้อัตราส่วนจำนวนประชากรที่อาศัยอยู่ในเมืองในช่วงกลางวันมีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรในช่วงกลางคืน แผนภูมิแสดงอัตราส่วนคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในจังหวัดคานากาวะ |
|
| IV. ประวัติ | |
![]() |
จังหวัดคานากาวะปรากฎเป็นที่รู้จักในประวัติศาสตร์เมื่อประมาณ
800 ปีก่อน โดยนักรบซามูไรที่ชื่อ มินาโมโตะ โยริโตโมะ (Minamoto
Yoritomo) ได้เลือกเมืองคามาคุระเป็นที่ตั้งกองกำลังของเขา และหลังจากนั้นต่อมาอีกประมาณ
150 ปี เมืองคามาคุระได้เป็นฐานที่มั่นของรัฐบาลทหารมาตลอด ซึ่งก่อนหน้านี้
ศูนย์กลางทางการเมืองจะอยู่ที่ เกียวโต และ นารา มาตลอด ในปี 1192 โยริโตโมะได้เป็นโชกุนคนแรก
(ผู้ปกครองซึ่งมีอำนาจทางทหาร) และอำนาจในการปกครองต่าง ๆ ก็ถูกเปลี่ยนมือจากขุนนางมาเป็นซามูไร
เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของสังคมศักดินาในประเทศญี่ปุ่น
ช่วงเวลาถัดมานั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในด้านวัฒนธรรมญี่ปุ่น
คือ เริ่มต้นมีการเผยแพร่ศาสนาเซ็น และศาสนาพุทธนิกายอื่นๆ ขึ้น และมีวิวัฒนาการด้านศิลปะและวรรณคดี
|
ในศตวรรษที่ 17 เมืองหลวงได้ถูกย้ายไปยังเมืองเอโดะแทน (เมืองโตเกียวในปัจจุบัน) ที่ซึ่งโชกุนตระกูลโตกุกาวะได้ตั้งรัฐบาลทหารของตนขึ้น และมีนโยบายเรื่องการปิดประเทศอย่างเข้มงวด ระหว่างสมัยเอโดะ ได้สร้างทางด่วนสายโตไกโด (เชื่อมเส้นทางระหว่างเมืองเอโดะกับเกียวโต) ขึ้น ทำให้คานากาวะเป็นจุดสำคัญจุดหนึ่งในการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างตะวันออก - ตะวันตกของญี่ปุ่น โชกุนตระกูลโตกุกาวะปกครองประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 300 ปี โยโกฮาม่าเป็นเมืองที่มีบทบาทสำคัญในการเปิดประเทศอีกครั้ง เมื่อปี 1853 กองทัพเรืออเมริกาปรากฏตัวขึ้นที่หมู่บ้านอุรางะ พลเรือจัตวา แมทธิว เพอร์รี่ ได้กดดันให้ญี่ปุ่นเปิดประเทศ และตามมาด้วยการลงนามสนธิสัญญาสัมพันธไมตรีและการค้าระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา ท่าเรือโยโกฮาม่าเปิดขึ้นเมื่อปี 1859 ได้เปลี่ยนจากหมู่บ้านชาวเลเล็ก ๆ มาเป็นจุดกำเนิดของญี่ปุ่นสมัยใหม่ |
|
![]() |
ในทันทีที่เปิดท่าเรือได้เปิดทำการ บริษัทต่างชาติมากกว่า 100 แห่งได้เข้ามาเปิดทำการในโยโกฮาม่า ทำให้จำนวนชาวต่างชาติในโยโกฮาม่าเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี จนสามารถนับได้ว่ามีชาวต่างชาติอาศัยอยู่ที่โยโกฮาม่าเกินกว่าครึ่งหนึ่งของชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น วิวัฒนาการและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ของตะวันตกจะถูกส่งผ่านเข้ามายังญี่ปุ่นโดยผ่านโยโกฮาม่าเป็นด่านแรก ทั้งโทรเลขและรถไฟก็มีจุดกำเนิดมาจากโยโกฮาม่า และแม้แต่ไอศกรีม เบียร์ และหนังสือพิมพ์รายวันฉบับแรกก็ได้รับการกล่าวขานว่าเกิดขึ้นที่โยโกฮาม่าด้วย |
ในปี 1923 ได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขึ้นที่ภูมิภาคคันโต รวมทั้งคานากาวะและโตเกียว ซึ่งแผ่นดินไหวมีบันทึกความรุนแรงถึง 7.9 ริกเตอร์ ในจังหวัดคานากาวะมีผู้เสียชีวิต 30,000 คน และมีบ้านเรือนถูกทำลายถึง 230,700 ครัวเรือน หรือเทียบได้ถึง 86% ของทั้งหมด แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่คันโตก็ได้ทำลายพื้นที่อุตสาหกรรมรอบ ๆ อ่าวโตเกียวในคาวาซากิ และ โยโกฮาม่า ที่ได้ก่อตั้งขึ้นในช่วงปี 1900 ด้วย อย่างไรก็ตาม ภายหลังแผ่นดินไหว อุตสาหกรรมในโยโกฮาม่าก็ถูกพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วอีกครั้ง แม้ว่าเมืองโยโกฮาม่าจะรุ่งเรือง แต่ว่าก็ถูกกระทบกระเทือนอีกครั้งจากการโจมตีทางอากาศของฝ่ายสัมพันธมิตรในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีผู้เสียชีวิต มากกว่า 6,000 คน และผู้บาดเจ็บเกือบ 580,000 คน จากการโจมตีทางอากาศที่ โตเกียว คาวาซากิ โยโกฮาม่า และบริเวณรอบนอกเมืองเหล่านั้น |
|
![]() |
ภายหลังสงครามเสร็จสิ้นลง การปฏิรูปประชาธิปไตยต่าง ๆ ก็ได้เกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์หลังสงครามที่ยังไม่มั่นคง เช่น การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดอย่างเสรี การปฏิรูปการครอบครองที่ดิน การสลายตัวของกลุ่มบริษัททางการเงิน การเริ่มต้นระบบการศึกษาภาคบังคับ แบบ 6-3 ปี เป็นต้น ในช่วงนี้ มีการเติบโตอย่างฉับพลันในด้านเศรษฐกิจ สังคม วิทยาศาสตร์ รวมทั้งทางด้านวัฒนธรรม ซึ่งเป็นการถางทางมาสู่พัฒนาการปัจจุบันของญี่ปุ่น แม้ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างแข็งแรง ซึ่งตามมาพร้อมกับปัญหามลภาวะทางอากาศและน้ำ จะเกิดขึ้นในช่วงนี้ แต่ก็ได้มีการพัฒนาเครื่องมือต่าง ๆ ขึ้นมามากมายเพื่อรองรับปัญหาเหล่านี้แล้ว |
| V.
สภาพแวดล้อมและการดำรงชีวิต จำนวนประชากรของจังหวัดคานากาวะได้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และเป็นจำนวนมาก เนื่องมาจากการไหลเข้าของผู้คนที่อาศัยอยู่ในโตเกียวและผู้ที่ต้องการหาที่พักอาศัย เป็นผลทำให้จังหวัดคานากาวะเติบโตขึ้นเป็นเมืองใหญ่อย่างฉับพลัน และขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ มีการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกขนาดใหญ่ขึ้นมากมาย เช่น ถนน และสาธารณูปโภคต่าง ๆ ดังนั้น สภาพการดำรงชีวิตของชาวคานากาวะจึงสะดวกสบายขึ้น อย่างไรก็ตาม ในขณะเดียวกัน ปัญหาสังคมที่เพิ่มขึ้นก็เป็นปัญหาสำคัญสำหรับชาวคานากาวะด้วย เช่น ปัญหาจราจรที่รุนแรง และการเสื่อมของสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงดูเด็ก นอกจากนี้ ในช่วงหลายปีมานี้ยังมีการตรวจวัดแผ่นดินไหวอ่อน ๆ ได้ และมีการคาดการณ์กันว่าอาจจะเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ขึ้นได้ในแถบภาคโตไก เนื่องจากการลดลงของจำนวนประชากรเด็กและประชากรที่ย้ายที่อยู่อาศัยมายังเขตปริมณฑลลดน้อยลง ทำให้มีการคาดการณ์กันว่าภายหลังจากจำนวนประชากรขึ้นถึงจุดสูงสุดแล้วจะถึงยุคของผู้สูงอายุ ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นที่คาดการณ์กันว่าการขยายตัวและการเจริญเติบโตของเขตเมืองจะค่อย ๆ ลดลง เป็นผลให้ทางจังหวัดได้หันมาให้ความสำคัญกับการสร้างเมืองให้มีคุณภาพแทน ดังนั้น แผนพัฒนาเมืองคานากาวะจึงให้ความสนใจกับโครงการหลายโครงการ เช่น การพัฒนาตัวเมืองโยโกฮาม่าใหม่ เป็นต้น |
|
| VII.
การศึกษาและวัฒนธรรม เนื่องจากการก้าวหน้าของวิวัฒนาการและสังคมข้อมูลข่าวสาร ทำให้ความสนใจของชาวคานากาวะเกิดความแตกต่างกัน ทางจังหวัดคานากาวะเองก็เห็นว่าการเคารพต่อความสนใจ สังคมและวัฒนธรรมที่แตกต่างนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ เช่นเดียวกับการเคารพสิทธิมนุษยชน ในขณะเดียวกัน เพื่อที่จะอนุรักษ์ขนบประเพณีดั้งเดิมของคานากาวะเอาไว้ ก็มีความจำเป็นที่จะต้องสอนเด็ก ๆ ให้โตขึ้นมาอย่างมีความสามารถเฉพาะตัว และมีความคิดสร้างสรรค์ นอกจากนี้สังคมปัจจุบันยังมีแนวโน้มว่า ผู้คนจะมีโอกาสที่จะศึกษาหาความรู้และทำความคุ้นเคยกับวัฒนธรรมพื้นบ้านของตนไปตลอดชีวิตได้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย |
|
| VIII. สถานที่ท่องเที่ยว | |
|
ตึกแลนด์มาร์ค
ทาวเวอร์ สัญลักษณ์อันสำคัญของเมืองโยโกฮาม่า
|
ภาพภายในตึก
|
ภาพทิวทัศน์เมืองโยโกฮาม่าที่มองลงมาจากตึกแลนด์มาร์ค
ทาวเวอร์
|
|
สะพาน
Bay Bridge อันมีชื่อเสียง
|
Bay
Bridge ยามค่ำคืน
|
|
|
สถานีโยโกฮาม่าใหม่
|
สถานีโยโกฮาม่า
|
มารีนทาวเวอร์
|
|
บรรยากาศของไชน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
|
||
|
สวนสาธารณะยามาชิตะ
สถานที่พักผ่อนของชาวโยโกฮาม่า |
บรรยากาศสบาย
ๆ ของสวนยามาชิตะ
ที่ตั้งติดกับอ่าว |
ภาพเรือฮิคาวะมารู
สัญลักษณ์ของสวนยามาชิตะ |
|
พิพิธภัณฑ์ราเม็ง
|
||
|
พระพุทธรูปที่เลื่องชื่อที่คามาคูระ
|
สวนต้นสนที่ซันเคเอง
|
น้ำตกฉะซุย
|
|
ปราสาทโอดาวาระ
|
เขื่อนที่ทะเลสาบทันซาวะ
|
|
| Link ข้อมูลเพิ่มเติม | |
| Kanagawa Prefecture ( 10 ภาษา รวมทั้งภาษาไทย ) | |
| Kanagawa Now ( ภาษาญี่ปุ่น , อังกฤษ , จีน , เกาหลี ) | |
|
Copyright©2000
Lighthouse Info Service Co, Ltd. All rights reserved.
|