ในการเตรียมสัมภาระที่จะนำติดตัวไปใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นนั้น ควรจะเตรียมให้ครบตามความจำเป็น ในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการใช้ชีวิตในระยะแรก เพราะของบางอย่างอาจจะขอให้ครอบครัวส่งตามไปทีหลัง ถ้านักศึกษาจำเป็นต้องใช้ หรือบางอย่างอาจจะหาซื้อได้ในญี่ปุ่น ที่สำคัญอย่าลืมว่าขนาดของห้องพักนักศึกษาในญี่ปุ่นนั้น มักจะมีขนาดไม่ใหญ่เท่าใดนัก

เสื้อผ้า

ฤดูใบไม้ผลิ และใบไม้ร่วง จะต้องเตรียมแจ๊กเก็ต และสเว็ตเตอร์กันหนาว
ฤดูร้อน ให้เตรียมเสื้อบางเบา แขนสั้น
ฤดูหนาว จำเป็นต้องมีเสื้อคลุมโอเว่อร์โค้ต ชุดผ้าขนสัตว์และแจ๊กเก็ตชนิดหนาเป็นพิเศษ ตลอดจนสเว็ตเตอร์สำหรับฤดูหนาว

ในระดับมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่แล้ว นักศึกษาสามารถแต่งกายได้ตามสบาย เนื่องจากไม่มีการกำหนดเครื่องแบบ ยกเว้นสถานศึกษาแต่เพียงบางแห่ง อย่างไรก็ตาม เสื้อผ้าที่นำไปควรจะเป็นแบบเรียบง่าย ใส่ได้ทุกยุคทุกสมัยมากกว่าจะเป็นเสื้อผ้าตามแฟชั่น เพราะแฟชั่นที่ญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เสื้อกันหนาวอาจจะไปซื้อเพิ่มเติมที่ญี่ปุ่น ซึ่งจะได้แบบที่เข้ากับคนที่นั่น และเหมาะสมกับสภาพอากาศมากกว่า
ถุงเท้าสะอาดเป็นสิ่งจำเป็น เพราะว่ามีบ่อยครั้งที่ต้องถอดรองเท้าออก เช่นตามภัตตาคารญี่ปุ่นบางแห่ง หรือเมื่อเข้าบ้านของชาวญี่ปุ่น
นอกจากนั้น อาจเตรียมชุดราตรีหรือชุดไทยสำรองไว้ ในบางโอกาส

 
ตำรา

ตำราประกอบการเรียนบางประเภท อาจมีความจำเป็น โดยเฉพาะในช่วงแรก ที่ยังไม่คุ้นกับภาษา เช่น หนังสืออ้างอิงที่ใช้ประกอบสาขาวิชาที่เรียน , พจนานุกรม , Dictionary ไทย-ญี่ปุ่น เป็นต้น
Dictionary ไฟฟ้า (Denshi jisho) ใช้ช่วยค้นหาคำศัพท์ ภาษาอังกฤษ - ญี่ปุ่น สามารถหาซื้อได้ในญี่ปุ่น ราคาประมาณ 20,000 - 30,000 เยน

 
เอกสารสำคัญ

นักศึกษาควรนำเอกสารสำคัญอื่น ๆ ติดตัวไปด้วย เพื่อใช้ในการติดต่อกับสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานอื่น ๆ ตามความจำเป็น เช่น เอกสารแสดงผลการเรียน , ผลการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น , ใบผ่านงาน (ถ้ามี) , ใบเสร็จต่าง ๆ เพื่อเป็นหลักฐาน เช่นใบเสร็จค่าเล่าเรียน รวมถึงจดหมายตอบรับหรือจดหมายติดต่อกับทางสถาบัน
เอกสารทุกชุด ควรมีการถ่ายสำเนาไว้ให้กับผู้ปกครอง เผื่อกรณีเอกสารสูญหาย จะได้มีสำรองไว้

 
เงินสด

นักศึกษาควรจะเตรียมเงินสดเป็นเงินเยนไปด้วยจำนวนหนึ่ง สำหรับค่าใช้จ่ายปลีกย่อยต่าง ๆ เช่นค่าพาหนะ ค่าอาหาร หรือซื้อของเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยแลกเป็นเงินเยนไปจากเมืองไทยจะสะดวกและได้อัตราที่ดีกว่า นอกจากนั้นอาจจะซื้อเช็คเดินทางเป็นเงินเยน ซึ่งสามารถซื้อได้ที่ธนาคารทั่วไป ติดตัวไปด้วย เมื่อไปถึงญี่ปุ่นแล้วค่อยเปิดบัญชีธนาคารในญี่ปุ่น เพื่อให้ทางบ้านโอนเงินไปให้


 
ของที่ระลึก

ตามธรรมเนียมของคนญี่ปุ่นแล้ว มักจะให้ของกำนัลแก่กัน เช่นเวลาไปบ้านใคร ก็จะนำของติดไม้ติดมือไปฝาก เทศกาลต่าง ๆ ก็นิยมให้ของขวัญกัน
นักศึกษาจึงควรเตรียมของที่ระลึกเล็ก ๆ น้อย ๆ ประเภทของไทย ๆ หรือที่แสดงถึงสัญลักษณ์ความเป็นไทย ที่มีน้ำหนักไม่มากนักติดไปด้วย เผื่อในโอกาสที่ต้องมอบของให้กับคนญี่ปุ่นหรือเพื่อน ๆ ชาติอื่น ของที่เรานำไปจากเมืองไทย แม้จะมีราคาไม่แพงนักแต่ก็จะมีค่ามากกว่า ของที่หาซื้อได้ทั่วไปในญี่ปุ่น

กระเป๋า


ไม่ควรที่จะต้องถือกระเป๋าหลาย ๆ ใบ เพราะนักศึกษาต้องดูแลสัมภาระของตนเอง เพียงกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ และกระเป๋าสะพายติดตัวอีก 1 ใบก็พอ


กระเป๋าเดินทาง
โดยปกติ จะมีการกำหนดน้ำหนักสัมภาระที่จะนำไปได้ ประมาณ 20 กิโลกรัมต่อบุคคล ถ้าเกินจะต้องเสียค่าระวางน้ำหนักเกินต่อกิโลกรัม ควรเขียนชื่อที่อยู่ติดไว้ที่กระเป๋า หรือทำสัญลักษณ์ไว้ที่กระเป๋าให้ชัดเจน เพื่อช่วยป้องกันการหยิบกระเป๋าผิด

กระเป๋าถือ
นักศึกษาควรเก็บเอกสารสำคัญไว้ด้วยกัน ในกระเป๋าที่ถือติดตัวขึ้นเครื่อง อันได้แก่ พาสปอร์ต ตั๋วเครื่องบิน ใบรับรองสถานภาพการอยู่อาศัย เงินหรือเช็ค รวมถึงที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ของบุคคลที่ต้องไปติดต่อ หรือขอความช่วยเหลือ ไม่ควรเก็บเอกสารเปล่านี้ไว้ในกระเป๋าใบใหญ่ เพราะบางครั้งกระเป๋าใบใหญ่อาจมีปัญหา เช่น มาช้าหรือหยิบผิด

 
สิ่งของต้องห้าม

สัมภาระต่าง ๆ ที่นำเข้าประเทศญี่ปุ่น จะถูกตรวจเช็คอย่างละเอียดที่ด่านศุลกากร จำเป็นอย่างยิ่งที่นักศึกษาจะต้องทราบถึง สิ่งของที่ห้ามนำเข้าประเทศญี่ปุ่น เพื่อป้องกันการทำผิดกฎหมายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
สิ่งของต้องห้ามหลัก ๆ ได้แก่
  1. ฝิ่น กัญชา และยาเสพติดทุกประเภท ยากระตุ้นประสาท( รวมไปถึงยาดมด้วยเช่นกัน)
  2. อาวุธ
  3. สื่อที่อาจเป็นอันตรายต่อสาธารณชน หรือขัดต่อศีลธรรม เช่นสื่อลามก ( หนังสือ / วิดีโอ / ภาพถ่าย และอื่น ๆ)
  4. เหรียญปลอม ธนบัตรปลอม ของที่ละเมิดลิขสิทธิ์ เช่นของเทียม ลอกเลียนแบบ
  5. สัตว์ป่าและพืช รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสัตว์ป่าและของป่า

หากจะนำสัตว์หรือพืช (รวมถึงเมล็ดพันธุ์และผล) เข้าญี่ปุ่น จะต้องผ่านด่านการตรวจเช็คและควบคุมโรคอย่างละเอียด

นอกจากนั้น ยังมีในส่วนของการจำกัดปริมาณสิ่งของที่นำเข้า ประเภทเครื่องสำอางและยา เช่น จำกัดปริมาณยาที่นำเข้าเพื่อใช้ในระยะเวลา 2 เดือน

ข้อบังคับศุลกากรของญี่ปุ่นค่อนข้างจะเข้มงวด นอกจากนี้ ยังมีข้อห้ามเกี่ยวกับของต้องห้ามอีกหลายอย่าง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิ่งของที่จะนำไปด้วย อาจสอบถามรายละเอียดได้จากสถานกงศุลญี่ปุ่น

 

การเตรียมตัวด้านอื่น ๆ
 
การเตรียมตัวด้านสุขภาพ

นักศึกษาที่สุขภาพไม่แข็งแรง หรือมีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ เพื่อขอคำแนะนำในการนำยาติดตัวไป ซึ่งปริมาณยาควรนำติดตัวไปให้เพียงพอสำหรับในระยะหนึ่ง และนำใบกำกับการสั่งยาเพื่อไปซื้อเพิ่มเติมที่นั่น รวมถึงการขอใบรับรองแพทย์เพื่อนำไปแสดงกับด่านศุลกากร เนื่องจากที่ญี่ปุ่นมีความเข้มงวดมากในเรื่องของยา ทั้งในส่วนของการนำเข้าประเทศและการซื้อยา จะต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ด้วย เพื่อป้องกันปัญหาในเรื่องนี้ ควรสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับยา สำหรับโรคประจำตัวของนักศึกษาจากทางสถานกงศุลญี่ปุ่นล่วงหน้า

นอกจากนั้น นักศึกษาควรตรวจเช็คสุขภาพฟันและจัดการให้เรียบร้อย เพราะค่ารักษาฟันผุหนึ่งซี่ในญี่ปุ่น จะเสียค่ารักษาพยาบาลหลายหมื่นเยน แม้ว่าจะมีการประกันสุขภาพของรัฐบาล รวมถึงระบบการคืนเงินค่ารักษาพยาบาลของ AIEJ นักศึกษาก็ยังคงต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนเงินที่อาจจะแพงกว่ารักษาในประเทศไทย
   
การเตรียมตัวด้านภาษา

หากมีเวลาควรเตรียมความพร้อมทางด้านภาษาญี่ปุ่นเอาไว้ แม้ว่านักศึกษาบางท่าน อาจจะไปเรียนในหลักสูตรนานาชาติ ซึ่งใช้ภาษาอังกฤษในการเรียน แต่แน่นอนว่าในชีวิตประจำวัน จำเป็นที่จะต้องใช้ภาษาญี่ปุ่นในการสื่อสารกับคนญี่ปุ่น นอกจากนั้น นักศึกษาควรจะเตรียมตัวศึกษาคำศัพท์เฉพาะทาง ที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาที่เรียน เพื่อช่วยให้เข้าใจบทเรียนได้เร็วยิ่งขึ้น



สำรวจความพร้อม
หนังสือเดินทาง
วีซ่า
สถานภาพการอยู่อาศัย
เตรียมตัวเดินทาง
สนามบินในญี่ปุ่น
NEXT

Copyright©2000 Lighthouse Info Service Co, Ltd. All rights reserved.