สกู๊ปพิเศษ บอกเล่าประสบการณ์การสอบชิงทุนจากผู้ที่ได้รับทุน


โครงการมิตรภาพเยาวชนอาเซียนญี่ปุ่น

คุณกฤษณะ พลอยบุษย์
สวัสดีครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่น (JICA) และสยช. ที่ได้จัดโครงการมิตรภาพเยาวชนอาเซียนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นโครงการที่ให้สิ่งดีๆและประสบการณ์กับผมมากมาย จนไม่อาจจะลืมได้เลย

ผมได้ทราบข่าวทุนนี้จาก Jeducation.com ซึ่งก็ขอขอบคุณไว้ในโอกาส ฯ นี้ด้วยนะครับ (ได้เมลไปขอบคุณคุณจูนแล้วด้วย) ซึ่งจริงๆแล้วผมเป็นคนสนใจประเทศญี่ปุ่นมาตั้งแต่สมัยมัธยม แล้วพอมาได้พบกับ Jeducation.com ยิ่งทำให้อยากจะติดตามข่าวคราวอยู่เสมอๆ ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย

ครั้งที่สมัคร ตอนแรกๆ ก็คิดว่าคงไม่ยากเพราะมีการแบ่งเป็นหลาย ๆ สาขาอาชีพ จึงลองสมัครดูครับ แล้วได้โหลดใบสมัครจากเวปของสยช. ส่งใบสมัครทางไปรษณีย์ ถามว่าคาดหวังไหมหรือครับ คงตอบว่ามีความคาดหวังอยู่บ้างแต่ก็น่าจะลองดูนะครับ โอกาสมาหาเราแล้วถ้าเราไม่ลองคว้าแล้วเราจะได้เมื่อไหร่ ใช่ไหมครับ

ผมสมัครในสายของกลุ่มอาเซียน ด้านการบริการการแพทย์และอนามัย เพราะผมเป็นทันตแพทย์ใช้ทุนในต่างจังหวัดครับ ผู้สมัครในสายเดียวกันมีทั้งหมด 19 คนครับ ( คัดเหลือ 4 คน)ผมได้สัมภาษณ์เป็นคนแรก เพราะชื่อขึ้นต้นด้วย ก. ไก่ ครับ ตอนสัมภาษณ์ในกลุ่มผมจะสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ โดยสัมภาษณ์ทีละคน จะมีกรรมการประมาณ 6-7 คนนั่งอยู่คอยซักถามเราครับ ซึ่งตอนประกาศชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ ทางกรรมการให้เตรียมการแสดงความสามารถพิเศษไปด้วย ซึ่งผมไม่ได้เตรียมอะไรไปเลยครับ แต่มีผู้สมัครบางคนเตรียมซอไปเล่นด้วย(แต่ก็ไม่ได้นะครับ) ผมลองดูว่าถ้ากรรมการให้แสดงความสามารถผมคงได้ร้องเพลงญี่ปุ่นให้กรรมการฟังแน่ๆ เพราะซ้อมมาบ้างนิดหน่อย  

กับเพื่อน ๆ บนรถไฟ

คำถามที่ใช้ถามก็เป็นคำถามทั่วๆไปครับ ไม่ยากเกินไปที่จะตอบ แต่ขอให้คุณมีความตั้งใจ และมีความเชื่อมั่น แค่นี้ก็โอเคแล้วครับ ตอนประกาศผลผมดูผลทางอินเตอร์เนตครับ ก็ตื่นเต้นดี แต่พอเห็นชื่อตัวเองชื่อแรกก็ดีใจมาก ก็ยังไงละครับ ดีใจมากกกกกกก ฮ่าๆๆๆๆๆ

หลังจากที่รู้ผลแล้วว่าได้รับการคัดเลือก ทางสยช.ก็จะประกาศให้ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกมารายงานตัวและทำวีซ่าและพาสปอร์ตสำหรับคนที่ยังไม่มี ซึ่งทางสยชจะจัดการให้ทุกอย่างรวมทั้งหนังสือขออนุมัติไปราชการด้วยสำหรับคนที่เป็นข้าราชการ และไปตรวจร่างกาย และหลังจากนั้นทางสยช.ก็จะจัดอบรมก่อนออกเดินทางพร้อมๆ กันอีกครั้งใช้เวลาประมาณ 4-5 วัน โดยมีบางกลุ่มที่ต้องเดินทางไปญี่ปุ่นเลยหลังจากอบรม แต่กลุ่มผมมีเวลาหลังจากอบรมอีก 2 เดือนครับ เลยไม่ฉุกละหุกเท่าไหร่

ในการอบรมของสยช.ในปี 2545 นั้นอบรมกันที่โรงแรมใบหยกครับ ทางสยช. สต๊าฟทุกๆคนน่ารักมากครับ การอบรมก็จะมีทั้งสอนภาษา และวัฒนธรรมญี่ปุ่น เรียนรู้เกี่ยวกับ ประเทศไทยในเรื่องเยาวชน เศรษฐกิจ มุมมอง ทัศนคติ หลายๆๆเรื่องที่เราต้องใช้หลังจากเดินทาง ไปญี่ปุ่น การเตรียมตัวก่อนเดินทาง ทางสยช.จัดไว้ดีมากครับไม่มีตกหล่นแม้กระทั่งการเตือนให้เอาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไปเยอะๆ เผื่อทานอะไรไม่ได้ รวมทั้งเตรียมการแสดงโดยมีอาจารย์จากกรมศิลปากรมาสอนให้ ซึ่งทางกลุ่มผมแสดงรำฟ้อนเงี้ยวครับ กว่าจะเป็นและสวยงาม เฮ้อ  

รำฟ้อนเงี้ยว

หลังจากนั้นก็ถึงเวลาเดินทาง เราเดินทางไปโดยสายการบินแจแปนแอร์ไลน์ ครับ เมื่อเดินทางไปถึง เราได้อยู่ในโตเกียวประมาณ 1 สัปดาห์เพื่อเรียนภาษาญี่ปุ่นและวัฒนธรรมบางส่วนของญี่ปุ่น กับเพื่อนๆอาเซียนพร้อมๆกัน โดยหลังจากนี้ ผมต้องใช้ภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น ตลอด รวมไปถึงภาษาไทยที่คุยกับพี่ๆที่ไปด้วย และใช้ภาษาไทยกับพี่ลาว และเขมรบ้าง อิอิอิอิ

หลังจากอยู่ในโตเกียว ทุกๆกลุ่มก็แยกย้ายไปดูงานในสาขาของตน ซึ่งทางกลุ่มการบริการทางการแพทย์และอนามัย ก็ไปดูงานที่ เมือง Tokushima เป็นเมืองเล็กๆทางตอนใต้ ซึ่งเมืองนี้มีโรงพยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์มากติดอันดับต้นๆของประเทศ และมีทัศนียภาพสวยงามมาก เราเดินทางโดย ANA พอไปถึงหลังจากนั้นเราก็ดูงานตลอดทั้ง 2 สัปดาห์ เหนื่อยแต่สนุก เพราะ staff และเพื่อนๆประเทศอื่นๆน่ารักมากทุกคน ตอนไปดูงานที่โรงพยาบาลก็มีสลับไปเที่ยวชมสถานที่สวยงามด้วยครับ แล้วก็มีไป Seminar ทางวิชาการกันที่เมืองตากอากาศ

หลังจากนั้นก็เป็นสิ่งที่พวกเราค่อนข้างกลัวนิดๆคือ โฮมสเตย์ ซึ่งผมได้ไปอยู่กับครอบครัวชาวญี่ปุ่นมีคุณพ่อ คุณแม่ คุณยาย และน้อง อีก 1 คน อบอุ่นมาก แม้บางครั้งทำตัวไม่ค่อยถูกก็ตาม แฮะๆๆ ก่อนกลับเรามีเวลาว่าง 1 วัน พวกเราก็มี ชาวมาเลเซีย ไทย ลาว ก็รวมตัวกันนั่งรถไปเที่ยวที่ โอซากา ไปที่ Universal studio กัน1 วันเต็ม สนุกมาก พอวันกลับเราไม่นั่งเครื่องกลับครับ แต่ทางผู้จัดให้เรานั่งรถต่อไปที่เมือง เกียวโต เพื่อเที่ยวต่อ แล้วนั่ง New Model Shinkansen ที่เร็วที่สุด จำชื่อไม่ได้แล้ว กลับไปโตเกียว หลังจากนั้นเรามีเวลาอยู่โตเกียวไม่นานก็กลับมาเมืองไทยอย่างสวัสดิภาพครับ  

Host Family

ในรายละเอียดมีเยอะนะครับ แต่ที่เล่านี้คือย่อๆ ถ้าคุณอยากรู้ว่าทำอะไรอีกบ้างลองสมัครดูนะครับ บางทีคุณอาจจะมีโอกาสเหมือนพวกเรา ถ้าถามถึงความประทับใจในโครงการนี้ก็มีหลายๆอย่างด้วยกันครับ สิ่งแรกคือมิตรภาพของเพื่อนคนไทยด้วยกัน และเพื่อนๆชาวอาเซียนทุกๆคน นอกจากนี้คุณก็จะได้เพิ่มวิสัยทัศน์ของตัวเองในสาขาอาชีพ และเพิ่มประสบการณ์ชีวิต ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆมากมาย และอื่นๆอีกมากครับ

ในการสมัครขอแค่คุณมีความมั่นใจ มีความเป็นผู้นำ ร่าเริง มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ใช้ภาษาอังกฤษได้ดี เพราะสำคัญมาก คุณมีโอกาสได้เกิน 80 % แน่นอนครับ กลุ่มผมที่ไปด้วยกันมี 5 คนครับ และไม่แปลกใจเลยที่กรรมการได้คัดพวกเรามา เพราะแต่ละคนจะมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี เข้ากับผู้อื่นได้ ทำงานเป็นกลุ่มได้ และมีความเป็นผู้นำ ทำให้คนไทยที่ไปไม่น้อยหน้าชาติอื่นๆเลยครับ อิอิอิ แต่ไม่ได้ไปรบนะ เราไปสร้างมิตรภาพแล้วกลุ่มผมทุกๆคน พี่อารีย์ พี่มะลอ พี่จินต์ และพี่เฟิร์ส ก็ทำได้จริงๆครับ

นะ
 

Universal Studio









14 / 02 /2003



รายละเอียดโครงการมิตรภาพเยาวชนอาเซียน - ญี่ปุ่น