เรื่องโดย ต่อจรัส พงษ์สาลี (Toruoka)

เมื่อย่างเข้าฤดูใบไม้ผลิ 春 : はる ( haru)ในวันที่ 3 มีนาคมของทุกปี ญี่ปุ่นถือเป็นวันเทศกาลเด็กผู้หญิง หรือเทศกาลตุ๊กตา 雛祭り : ひなまつり (hina matsuri)ซึ่งเทศกาลสำหรับเด็กผู้หญิงนี้ เด็กผู้หญิงมักจะรอคอยการเวียนมาของวันนี้ในแต่ละปี เพราะว่าบ้านที่มีลูกสาวมักจะมีการนำตุ๊กตา ひな人形 : ひなにんぎょう ( hina ningyou )มาประดับจัดวาง และมีการฉลองกันเล็ก ๆ ในครอบครัว แต่เทศกาลเด็กผู้หญิงนี้ไม่ถูกนับให้เป็นวันหยุดราชการเหมือนวันเด็ก (ผู้ชาย) ซึ่งตรงกับวันที่ 5 พฤษภาคมของทุกปีเช่นกัน วันนี้ คงไม่ได้มาคุยกันเรื่องป้ายเท่าใดนัก แต่เนื่องจากเป็นเทศกาลที่เป็นที่ชื่นชอบของเด็กผู้หญิงในญี่ปุ่น ผมจึงอยากพูดถึงเรื่องราวต่างๆ และเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลนี้ หวังว่าท่านผู้อ่านคงไม่ว่ากันนะครับ

เทศกาลเด็กผู้หญิงนี้ เป็นประเพณีเก่าแก่ที่ปฏิบัติสืบต่อกันมายาวนาน ตามความเชื่อนั้น ถือว่าเป็นการขอพรเพื่อปัดเป่าภัยอันตราย 厄除け : やくよけ ( yakuyoke)ต่างๆ ที่จะมีต่อสุขภาพร่างกายในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะมาถึง ซึ่งประเพณีที่จัดขึ้นในวันที่ 3 เดือน 3 นี้แต่เดิมเรียกว่า 上巳の節句 : じょうしのせっく (joushi no sekku) บางครั้งเรียกว่า 桃の節句 : もものせっく ( momo no sekku) ซึ่งเป็นหนึ่งในเทศกาลตามฤดูกาลในรอบปี ซึ่งประกอบไปด้วย 5 เทศกาลด้วยกัน รวมเรียกว่า 五節句 : ごせっく (gosekku)ได้แก่

  五節句 : ごせっく gosekku เทศกาลทั้ง 5 ประกอบด้วย
  • วันที่ 7 เดือน 1 人日 : じんじつ( jinjitsu )
  • วันที่ 3 เดือน 3 上巳 : じょうし ( joushi )
  • วันที่ 5 เดือน 5 端午 : たんご ( tango )
  • วันที่ 7 เดือน 7 七夕: しちせき ( shichiseki )
  • วันที่ 9 เดือน 9 重陽 : ちょうよう ( chouyou )

ระบบเทศกาลทั้ง 5 นี้ได้ถูกยกเลิกไปในสมัยเมจิ (ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 ของไทย) แต่เนื่องจากเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ทำกันมายาวนาน จึงยังคงเหลือเทศกาลบางอย่างที่ประชาชนทั่วไปถือปฏิบัติกันสืบต่อมา

ส่วนการที่กำหนดให้วันที่ 3 เดือน 3 เป็นวันของเทศกาลดังกล่าวนี้ มีมาตั้งแต่สมัยจีนโบราณยุคสามก๊ก อาจจะเป็นเพราะความเชื่อที่ว่า เนื่องจากวันที่มีตัวเลขของวันที่ และเดือนเป็นเลขเดียวกัน เป็นวันที่พลังของเทพเจ้า ส่งผลดีมายังมนุษย์ ในญี่ปุ่นนั้น กล่าวกันว่า เริ่มมีเทศกาลตามฤดูกาลทั้ง 5 นี้มาตั้งแต่สมัยมุโรมาจิ ซึ่งธรรมเนียมปฏิบัตินั้น ในสมัยโบราณจะมีธรรมเนียมการนำตุ๊กตาที่ทำมาจากกระดาษและฟาง มาใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบพิธีกรรมเพื่อขจัดปัดเป่าสิ่งไม่ดีต่างๆ โดยนำตุ๊กตาป็นสื่อกลางในการนำสิ่งไม่ดีต่างๆ ของตัวเอง มาใส่ลงในตุ๊กตาแล้วนำไปลอยในแม่น้ำหรือทะเล เพื่อสะเดาะเคราะห์ ซึ่งธรรมเนียมนี้ เรียกว่า 流し雛 : ながしびな (nagashi bina ) ตุ๊กตาลอยน้ำ

nagashi bina
nagashi bina อีกรูปแบบหนึ่ง
ประเพณีลอยตุ๊กตา


บางตำราก็ให้ความเห็นเกี่ยวกับเทศกาลทั้ง 5 นี้ว่า จริง ๆ แล้ว คือวันที่บรรดาพวกผู้หญิงจะได้พักผ่อนบ้างหลังจากที่ปรกติต้องตรากตรำทำงานมาตลอด สาว ๆ จะได้ออกไปไหนมาไหน และเที่ยวเล่นตามป่าตามเขาบ้าง ได้ทานของที่ปรกติไม่ได้ทานบ้าง ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า 節句 : せっく ( sekku )จึงมีความหมายอีกนัยยะหนึ่งว่า วันที่ได้ออกไปเที่ยวเล่นข้างนอก นั่นเอง

คำ ひな ของ ひなまつり นั้นกล่าวกันว่า น่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า ひひな หรือ ひいな ซึ่งหมายถึง อะไรที่เล็กๆ ซึ่งในสมัยเฮอันนั้น หมายความถึง ตุ๊กตาตัวเล็กๆ ที่ทำมาจากกระดาษ หรือการเล่นเของเล่น (ตุ๊กตา) ขนาดเล็ก ที่เรียกว่า ひひなあそび :
ひひな遊び (hihina asobi) ซึ่งมีหลักฐานกล่าวถึงใน 源氏物語 : げんじものがたり (genji monogatari) ซึ่งเป็นมหาอมตะนิยายของญี่ปุ่นเลยทีเดียว แต่การเล่นดังกล่าวไม่ได้จำกัดแต่เด็กผู้หญิงเท่านั้น แต่เป็นการละเล่นของเด็กโดยทั่วไป


นอกจากนั้น ในสมัยเฮอันจะมีการทำพิธีปัดรังควานโดยการนำตุ๊กตา ที่เรียกว่า 天児 : あまがつ (amagatsu)และ 這子 : ほうこ (houko)มาวางไว้ข้างหมอนของเด็กที่เพิ่งเกิด เพื่อเป็นการปัดเป่าภยันตรายที่จะมีต่อทารกให้แคล้วคลาด ซึ่งตุ๊กตาทั้งสองนั้น มีรูปร่างหน้าตาดังรูปนี้แหล่ะครับ


天児 : あまがつ (amagatsu)
這子 : ほうこ (houko


จากรูปแบบของตุ๊กตาที่ใช้ในการสะเดาะเคราะห์ และของเล่น ที่พัฒนากลายมาเป็นสิ่งเดียวกัน ทำให้ในสมัยเอโดะ บรรดาบ้านขุนนาง หรือนักรบชั้นสูง มักจะนิยมที่จะทำตุ๊กตาhina ขึ้นมากันอย่างแพร่หลาย ในช่วงต้นของสมัยเอโดะนั้น ตุ๊กตาhina นั้น เป็นแค่ตุ๊กตาลักษณะยืนทำด้วยกระดาษ เรียกว่า 立雛 : たちびな (tachibina)หรือ 紙雛 : かみひな (kamihina)แต่ด้วยก้าวหน้าของเทคนิคการผลิตตุ๊กตาในเวลาต่อมา ทำให้มีการเปลี่ยนแปลง จนเกิดตุ๊กตาที่อยู่ในท่านั่ง และมีการทำเสื้อผ้าจากผ้าจริงๆ สวมใส่อยู่ด้วย

立雛 : たちびな tachibina ตุ๊กตายืน


ในช่วงกลางของสมัยเอโดะ มีการเปลี่ยนการเรียก 上巳の節句 : じょうしのせっく (joushi no sekku) มาใช้คำว่า  雛祭 : ひなまつり (hina matsuri) แทน และบรรดาเด็กผู้หญิงและหญิงสาว ต่างพากันประดับประดาตุ๊กตาเพื่อความสวยงาม และเพื่อเป็นสีสันให้กับการใช้ชีวิต ในช่วงฤดูดังกล่าว จนเป็นที่ปฏิบัติต่อกันมา นอกจากนั้น ยังเกิดเป็นธรรมเนียมการให้ตุ๊กตาเป็นของรับขวัญเมื่อมีการให้กำเนิดเด็กผู้หญิงอีกด้วย ทำให้ตุ๊กตา ひな เป็นที่นิยมไปอย่างแพร่หลายในเวลาต่อมา

จะเห็นได้ว่า ตุ๊กตา ひな นั้นมีพัฒนาการทางหน้าที่ที่เปลี่ยนไปจากการที่เป็นพิธีการในขจัดปัดเป่าเคราะห์และโรคต่างๆ มาเป็น ตุ๊กตาเครื่องรางป้องกันภยันตรายให้กับเด็กทารก และพัฒนามาเป็นพิธีการเพื่อการขอความสุขและสุขภาพที่ดีสำหรับเด็กผู้หญิงในช่วงต่อมา รูปแบบของตุ๊กตา ひな และการประดับประดาตุ๊กตา ひな อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนั้น กล่าวกันว่าเป็นรูปลักษณ์ที่พัฒนาได้อย่างเต็มรูปแบบในสมัยเอโดะตอนปลาย นอกจากนั้นการที่ภาวะทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้มีการแข่งขันในการผลิตตุ๊กตา ひな ที่มีความวิจิตรงดงามเพิ่มขึ้น


雛人形 : ひなにんぎょう ( hina ningyou) รูปแบบของตุ๊กตา ひな ในปัจจุบัน



ปัจจุบันในครอบครัวคนญี่ปุ่น มักจะทำการประดับตุ๊กตา ในวันที่ 3 มีนาคมแรกที่เวียนมาถึงหลังจากที่ลูกสาวถือกำเนิดมาในครอบครัว โดยประดับร่วมกับดอกท้อ ขนมกรอบอาราเร่ ひなあられ ( hina arare) เป็นต้น ซึ่งปรกติตามธรรมเนียมแล้ว ตุ๊กตาทั้งชุดมักจะถูกส่งมาจากญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายมารดา (ส่วนมากมักเป็นคุณตา คุณยาย นั่นแหล่ะครับ) โดยในปีแรกที่ประดับตุ๊กตา ひなนั้นโดยทั่วไปแล้วมักจะมีการฉลองกันในหมู่ญาติและเพื่อนฝูง ทั้งนี้ถือเป็นการรับขวัญลูกสาวที่เกิดมา เรียกว่า 初節句 : はつぜっく (hatsuzekku ) ฤดูกาลแรก และโดยทั่วไปมักจะประดับตุ๊กตาในปีต่อ ๆ มาด้วย แต่งานฉลองอาจจะทำหรือไม่ทำก็ได้ บางครอบครัวประดับตุ๊กตาจนกว่าลูกสาวจะแต่งงานเลยก็มีครับ

ขนม Hina arare

ถึงแม้ว่าวันเทศกาลเด็กผู้หญิงจะมีในวันที่ 3 มีนาคม แต่โดยธรรมเนียมแล้ว การเริ่มนำตุ๊กตาออกมาประดับนั้นมักกระทำกันก่อนถึงวันเทศกาลประมาณ 2 - 3 สัปดาห์เลยทีเดียว แต่โดยส่วนใหญ่แล้วมักเริ่มประดับกันในวัน 雨水の日 : うすいのひ (usui no hi) ซึ่งตรงกับวันที่ 19 กุมภาพันธ์ แต่ถ้านับตามธรรมเนียมดั้งเดิมแล้ว จะตรงกับวันที่ 12 หลังจากวัน 節分の日 : せつぶんのひ (setsubun no hi หรือวันแบ่งฤดู ที่มีเทศกาลโปรยถั่ว) เมื่อมีวันเริ่มประดับตุ๊กตาแล้ว ก็ย่อมมีกำหนดวันเก็บตุ๊กตาเช่นกัน โดยทั่วไป ตุ๊กตา ひな นี้ จะถูกประดับในบ้าน จนถึงวันอาทิตย์แรกหลังจากวันที่ 3 มีนาคม ทั้งนี้เพราะมีความเชื่อว่า ถ้าหากประดับตุ๊กตา ひな ไว้นานไปหลังหมดเทศกาลแล้ว เด็กผู้หญิงนั้นจะแต่งงานช้า

ทีนี้รูปแบบของตุ๊กตา ひな ในปัจจุบันนี้ ก็มีความหลากหลายอยู่มาก เพราะว่าโดยปรกติแล้ว ตุ๊กตาที่จัดในงานนี้ จะต้องจัดเป็นชุด ไม่ใช่ว่าเอาตุ๊กตาตัวเดียวมาตั้งวางไว้นะครับ ความหลากหลายที่ว่านั้นขึ้นอยู่กับจำนวนตุ๊กตาในชุด จำนวนชั้นวางตุ๊กตา วัสดุที่นำผลิต รวมทั้งเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผู้ผลิต ซึ่งราคาก็จะมีความแตกต่างกันออกไป จำนวนชั้นจัดวาง และจำนวนตุ๊กตานั้น จะเป็นเท่าไหร่จะมีความสอดคล้องสัมพันธ์กัน และจำนวนตุ๊กตาก็จะถูกกำหนดโดยชั้นวางอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อชั้นวางมีน้อยชั้น จำนวนตุ๊กตาก็จะน้อยไปด้วย ซึ่งในภาษาญี่ปุ่นจะเรียกการจัดตามจำนวนชั้น เช่น (ตัวเลข) 段飾 : だんかざ (~dankazari ประดับ(~) ชั้น)ซึ่งจะใช้กับการจัด 3 ชั้น 5 ชั้น และ 7 ชั้น ในขณะที่การจัดแบบชั้นเดียวจะเรียกว่า 平飾り : ひらかざ (hirakazari หมายถึงการประดับตามแนวราบ)





และจำนวนตุ๊กตา มีตั้งแต่ชุด 2 ตัว 5 ตัว 10 ตัว 12 ตัว และ15 ตัว และเครื่องประกอบ) เช่น ชุดตุ๊กตา 2 ตัว ไม่มีเครื่องประกอบ ชุดตุ๊กตา 2 ตัวมีเครื่องประกอบ ชุดตุ๊กตา 3 ชั้น 5 ตัว 5 人 3 段飾り : 5 にん 3 だんかざ ( gonin sandankazari)จนถึงชุดใหญ่ๆ ที่มี 7 ชั้น ตุ๊กตา 15 ตัว พร้อมด้วยเครื่องประกอบต่างๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีตุ๊กตา ที่ทำมากจากไม้ ดินเผาเขียนลาย หรือแบบที่ใช้ผ้าแบบทอพิเศษกันเลย สนนราคาฟังแล้วอย่าตกใจนะครับ มีตั้งแต่ ราคา 2-3 พันเยน (ในแบบประยุกต์ ตัวเล็กๆ ทำจากดินเผา) ไปจนถึง 8-9 แสนเยนต่อชุดเลยก็มีครับ


การจัดตุ๊กตา 3 ชั้น 5 ตัว


การจัดตุ๊กตา 5 ชั้น 15 ตัว


การจัดตุ๊กตา 7 ชั้น 15 ตัว


ไม่ว่าจะเป็นชุดไหนก็ตาม ตุ๊กตาที่ขาดไม่ได้นั้นมีอยู่ 2 ตัวด้วยกันครับ เรียกตามภาษาง่ายๆ คือ ตุ๊กตาเจ้าหญิง กับเจ้าชาย ก็ได้นะครับ ซึ่งตัวเจ้าหญิงนั้นจะเป็นตัวหลักของเทศกาลนี้เลย สองตัวนี้ เรียกว่า 内裏様 : おだいりさま (odairisama คุณในวัง) 内裏 : だいり (dairi)แปลว่า พระราชวังของจักรพรรดิ์

ส่วน : さま (sama) เป็นคำต่อท้ายความหมายเหมือน さん(san)ที่แปลว่า คุณ เป็นคำที่ใช้ในสมัยก่อนโดยทั่วไป แต่ปัจจุบันนี้มักใช้เรียกเพื่อความสุภาพ และใช้กับคนชั้นสูง ดังนั้นตุ๊กตาสองตัวนี้จึงเปรียบเสมือนเป็นเจ้าชาย และเจ้าหญิงนั่นเอง ทำให้มีการเรียกชื่อ ตุ๊กตาผู้ชายนั้น ว่า殿様 : おとのさま (otonosama คุณท่าน หรือเจ้าชาย) ส่วนตุ๊กตาผู้หญิงนั้น เรียกกันว่า 姫様 : おひめさま (ohimesama คุณเจ้าหญิง)

อ้อ เกือบลืมไปครับ การวางตุ๊กตาสองตัวนี้มีความแตกต่างกัน ระหว่างทางแถบคันโต กับคันไซครับ คือว่า ทางโตเกียวหรือทางคันโตนั้น เมื่อหันหน้าเข้าหาชั้นวาง จะวางเจ้าหญิงไว้ทางขวา ในขณะที่ทางเกียวโต หรือแถบคันไซ นั้น จะวางสลับกันโดยจะวางตัวเจ้าหญิงไว้ทางซ้ายมือ ทั้งนี้เป็นความแตกต่างของการให้ความสำคัญต่อเพศ ซึ่งตุ๊กตาสองตัวนี้ จะถูกวางอยู่ที่ชั้นบนสุดของแท่นวางเสมอ

otonosama
ohimesama


ในขณะที่ในชั้นที่ 2 เป็นตุ๊กตาผู้หญิง 3 ตัว เรียกว่า 官女 : かんじょ (kanjo)เป็นผู้ติดตามเจ้าหญิง ทำหน้าที่เป็นเสมือนนางสนองพระโอษฐ์ ซึ่งต้องเป็นผู้ที่มีความสามารถทางด้านต่างๆ สูง 官 : かん (kan) หมายถึง ราชการ

kanjo


ชั้นที่ 3 เป็นชั้นวาง ตุ๊กตาผู้ชาย 5 ตัว แต่ละตัวถือเครื่องดนตรีอยู่ เรียกว่า 五人囃子 : ごにんばやし (goninbayashi) 囃子 : はやし (hayashi แปลว่า เครื่องดนตรี) ประกอบด้วยกลองชนิดต่างๆ 3 ชนิด ขลุ่ย และคนขับร้อง

goninbayashi


ชั้นที่ 4 เป็นชั้นวาง ตุ๊กตา 2 ตัว เรียกว่า 隋臣 : ずいしん (zuishin) เป็นเสมือนมนตรีที่คอยติดตามเจ้าชาย สองตัวนี้ อายุต่างกัน ตัวที่วางทางขวา เป็นชายหนุ่ม ส่วนคนทางซ้ายเป็นคนสูงอายุ

zuishin


ส่วนชั้นที่ 5 เป็นชั้นที่วางตุ๊กตาคนชั้นล่างสุด เป็นตุ๊กตาผู้ชาย 3 ตัว เรียกว่า 仕丁 : じちょう (jichou)เป็นคนทำงานหน้าที่ต่างๆในวัง ถืออุปกรณ์ต่างๆ เช่น ไม้กวาด รองเท้า นอกจากนั้น ยังมีลักษณะพิเศษต่างจากตุ๊กตาตัวอื่นมีอากัปกิริยาประกอบ คือ ตัวทางซ้ายทำหน้าตาโกรธ ตัวกลางร้องไห้ ส่วนตัวทางขวา หัวเราะ

jichou


นอกจากตุ๊กตารูปคนทั้ง 15 ตัวแล้วนั้น ยังมีข้าวของเครื่องใช้ที่เจ้าหญิงจะใช้อีกมากมาย เช่น โคมไฟ พุ่มดอกไม้ ถาดใส่อาหาร ถาดใส่ของสำคัญ ตู้เสื้อผ้า เกวียน เป็นต้น ถ้าชั้นวางมีน้อยชั้น จะต้องตั้งตุ๊กตาจากชั้นบนลงมาก่อน

เป็นอย่างไรบ้างครับ บ้านใครมีลูกสาว อยากจัดตุ๊กตาอย่างนี้บ้างไหมครับ ผมจะกลับมาเล่าเรื่องวันเด็กผู้ชายอีกครั้ง เมื่อใกล้จะถึง ต้นเดือนพฤษภาคมนะครับ เทศกาลเด็กผู้ชาย จะต่างกับเทศกาลเด็กผู้หญิงมากน้อยเพียงใด คอยติดตามนะครับ






กลับหน้าหลัก "เรียนจากป้ายสไตล์ญี่ปุ่น"
ติดตามอ่านคอลัมน์ " เรียนจากป้ายสไตล์ญี่ปุ่น " ได้เป็นประจำที่นิตยสารการศึกษาวันนี้