![]() |
![]() |
|
|
เรื่องโดย
ต่อจรัส พงษ์สาลี (Toruoka)
|
|
| สวัสดีครับท่านผู้อ่านคอลัมภ์ทุกท่าน ย่างเข้าเดือนเมษายนแล้วนะครับ ที่ญี่ปุ่นถือว่าเริ่มเข้าฤดูใบไม้ผลิ ( はる春 haru)อย่างจริงจังแล้วครับ ฤดูของที่ญี่ปุ่นนั้นมี 4 ฤดูอย่างที่ทราบๆ กันอยู่ เริ่มกันด้วย |
| 春
: はる |
haru | ฤดูใบไม้ผลิ | |
| 夏 : なつ | natsu | ฤดูร้อน | |
| 秋 : あき | aki | ฤดูใบไม้ร่วง | |
| 冬 : ふゆ | fuyu | ฤดูหนาว |
| แต่เมื่อเอาฤดูทั้งสี่มาเรียงกันแล้ว คนญี่ปุ่นจะอ่านแบบองโยมิ (แบบจีน) ว่า 春夏秋冬 : しゅんかしゅうとう (shun ka shuu tou) ฤดูไบไม้ผลินั้น ชื่อก็บอกอยู่แล้วครับว่า เป็นฤดูกาลของความชุ่มชื่น การผลิดอกออกผลของต้นไม้นานาชนิด เป็นฤดูแห่งสีสันอันสวยงามของไม้ดอกประเภทต่าง ๆ ที่มีให้เห็นกันดาษดื่นทั่วทั้งประเทศทีเดียวครับ |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
| สำหรับในฤดูใบไม้ผลินั้น สิ่งหนึ่งที่คนญี่ปุ่นเฝ้ารอ ก็คือการได้ชมความงามของดอกไม้ชนิดต่างๆ ที่เรียกว่า おはなみ花見 : おはなみ ohanami (อย่าไปคิดว่าเป็นชื่อขนมขบเคี้ยวชื่อดังในเมืองไทยนะครับ) ซึ่งเริ่มผลิดอกอันงดงามให้ชมกันตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์แล้ว โดยเริ่มด้วย |
| 梅:
うめ |
ume | ดอกบ๊วย | |
| 桃 : もも | momo | ต่อมาด้วย ดอกท้อ |
| แต่สุดยอดของความสวยงามของการชมดอกไม้ คือ |
| 桜 : さくら | sakura | ดอกซากุระ นั่นเอง |
| ส่วนคำศัพท์ของ 花見 : はなみ ฮานามิ นั้น มาจาก 花を見に行 : はなをみにいく hana wo mini iku ซึ่งหมายความถึง การไปชมดอกไม้ หรือการสนุกสนามกับการชมดอกไม้ 花を見て楽しむこと : はなをみてたのしむこと hana wo mite tanoshimu koto สามารถแยกอธิบายได้อย่างง่าย ๆ ดังนี้ |
| 花
: はな |
hana | ดอกไม้ | |
| 見(る) : み (る) | mi (ru) | ดู มอง ชม | |
| 行く : い く | i (ku) | ไป | |
| 楽しむ : たのしむ | tano shimu | สนุกสนาน รื่นเริง |
| ส่วนตอกไม้ที่ชาวญี่ปุ่นนิยมไปชื่นชมก็คงไม่พ้น ดอกไม้ประจำชาติของเขา คือซากุระ นั่นเองครับ ซากุระ เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ เป็นพืชจำพวกเดียวกับกุหลาบ มีกระจายอยู่ทางเอเชียตะวันออก ต้นซากุระเองนั้นมีหลายพันธุ์ หลายชนิด ซึ่งความหลากหลายนี้ทำให้ซากุระมีความแตกต่างกันในเรื่องสีของดอก ลักษณะของดอก ใบ หรือลำต้น ซึ่งปัจจุบันคาดว่าเฉพาะในญี่ปุ่นอย่างเดียวมีพันธุ์ต่างๆ ของซากุระมากกว่า 300 ชนิด |
| แต่ซากุระที่เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปของคนญี่ปุ่นและกล่าวว่ามีจำนวนมากที่สุด คือ พันธุ์ someiyoshino เป็นซากุระกลีบเดี่ยวที่นิยมปลูกกันมากตามสวนสาธารณะ ริมแม่น้ำ สถานศึกษามาตั้งแต่สมัยเมจิ (ประมาณช่วงเดียวกับรัชกาลที่ 5) ทั้งนี้เพราะเป็นพืชที่มีโตเร็ว นอกจากนี้ยังมี yaezakura ซึ่งเป็นซากุระที่มีลักษณะที่แตกต่างไปจาก someiyoshino ที่ลักษณะของกลีบดอก จะมีกลีบซ้อนกันหลายชั้นคล้ายกุหลาบ |
![]() |
![]() |
ซากุระพันธุ์
someiyoshino |
|
| ซากุระโดยทั่วไปมีลักษณะเด่นอย่างหนึ่งคือ จะผลิดอกทั้งต้น ก่อนที่จะผลิใบ หลังจากการผลัดใบในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมา ซึ่งก่อนที่ซากุระจะผลิดอกให้เห็นนั้น จะดูเหมือนต้นไม้ที่แห้งแล้งเหมือนต้นไม้ตายซากอย่างไรอย่างนั้นเลยครับ แต่หลังจากผ่านพ้นความหนาวเย็นของช่วงฤดูหนาวไปแล้ว ต้นซากุระจะเริ่มแตกตา ( 莟 : つぼみ tsubomi ) ออกมาเต็มต้นไปหมด และค่อย ๆ โตทีละน้อย ๆ พร้อม ๆ กับอากาศที่อุ่นขึ้นในแต่ละวัน แต่ว่าตาที่ผลิออกมานั้นแทนที่จะเป็นใบอ่อน กลับกลายเป็นดอกสีขาว สีชมพูเต็มต้นไปหมด ก่อนที่จะมีใบอ่อนสีเขียว ที่จะเริ่มผลิออกมาแซมสีของดอกเองในช่วงเวลาสัก 2 สัปดาห์ให้หลัง |
| ช่วงการเริ่มบานของดอกซากุระจะเป็นช่วงประมาณปลายเดือนมีนาคม ต่อเนื่องไปถึงต้นเดือนพฤษภาคม (แล้วแต่สถานที่) ทำให้ซากุระ เป็นสัญลักษณ์ที่ผูกพันธ์กับการเริ่มต้นอะไรหลายๆอย่างในชีวิต เช่น การสำเร็จการศึกษา การเข้าศึกษา การเข้าทำงาน ซึ่งมักจะเริ่มในช่วงปลายเดือนมีนาคม ถึงต้นเดือนเมษายน จนมีสำนวนที่พูดกันบ่อยๆ เช่น 桜が咲く : さくらがさく sakura ga saku หมายถึง การสอบเข้า ( เรียน หรือทำงาน ) หรือมีความแฝงว่า ประสบความสำเร็จ เป็นต้น |

| นอกจากนั้น ซากุระ ยังเป็นต้นไม้ที่มีความสัมพันธ์กับอากาศค่อนข้างมาก ดอกซากุระจะบานในช่วงวันที่มีอากาศอบอุ่น และจะบานจากทางใต้ไล่ไปทางเหนือ ซึ่งจะสลับทิศทางกับการดูใบไม้เปลี่ยนสี ( 紅葉 : こうよう kouyou) ในฤดูใบไม้ร่วง ส่วนการที่ดอกซากุระจะบานเร็ว บานช้าอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับภูมิอากาศในช่วงนั้นครับว่า อากาศเย็นหรืออบอุ่น ยิ่งอบอุ่นมากเท่าใด ซากุระจะยิ่งบานเร็วขึ้นครับ |
| Ohanami นั้นเป็นการพักผ่อนหย่อนใจของชาวญี่ปุ่นมาเป็นเวลานานแล้ว ทั้งนี้เพราะดอกซากุระเป็นดอกไม้ที่มีช่วงเวลาบานอยู่ประมาณ
10 วันถึง 2 สัปดาห์ ทำให้คนญี่ปุ่นมักจะออกไปชื่นชมกับดอกซากุระกันเป็นจำนวนมาก
และการที่ซากุระจะผลิดอกช่วงต้นเดือนเมษายน ทำให้บรรดามนุษย์เงินเดือนทั้งหลายอยากที่จะไปล้อมวงเพื่อชื่นชมกับบรรยากาศใต้ต้นซากุระ
พร้อมกับได้สนุกสนาน กับการดื่มกิน ร้องรำทำเพลง พูดคุยกันอย่างเต็มที่หลังจากที่เลิกงานแล้ว
ยิ่งคนมากเท่าไหร่ ยิ่งได้บรรยาการการ hanami ของจริงเท่านั้น |
![]() |
![]() |
| แต่เนื่องจากพื้นที่ในการจัด hanami ดังกล่าวมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ
ทำให้มีคำกล่าวว่า 桜の下は戦場 : さくらのした は せんじょう (sakura no shita wa senjou หรือสนามรบใต้ต้นซากุระ)
หมายถึงว่า การที่จะจัดการชมดอกไม้ ในช่วงที่ดอกซากุระผลิบาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังเลิกงาน
และวันหยุดนั้น เป็นสิ่งที่ต้องแย่งชิงพื้นที่ ทำให้มักจะเป็นหน้าที่ของบรรดาพนักงานเข้าใหม่ของบริษัท
ที่จะเป็นผู้ที่มีหน้าที่ในการไปจับจองพื้นที่ที่สวยงามที่สุดเท่าที่จะทำได้ใต้ต้นซากุระ
ด้วยการเอาพลาสติกรองพื้นไปปูจอง หรือทำให้เห็นเขตการจับจอง เพราะเพิ่งเข้าไปทำงาน
ยังไม่มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบมากเท่าใดนัก ซึ่งยิ่งถ้าจะไปชมซากุระที่เป็นสถานที่ที่เรียกว่า
お花見名所 : おはなみめいしょ (ohanami meisho หรือ สถานที่ชมซากุระที่มีชื่อเสียง) เช่น
สวนสาธารณะ 公園 : こうえん (kouen)ด้วยละก็ผู้ที่มีหน้าที่จองพื้นที่จะต้องรีบออกไปจับจองตั้งแต่เนิ่นๆ
และมักต้องอยู่เฝ้าพื้นที่กันเลยทีเดียวครับ
สำหรับพื้นที่ที่คนญี่ปุ่น (ในโตเกียว) มักจะไปชมซากุระกันมากๆ นั้น มีอยู่หลายแห่ง เช่น สวนสาธารณะอุเอโนะ และบริเวณสวนสาธารณะบริเวณริมแม่น้ำสุมิดะทั้งสองฝั่ง ปัจจุบันสิ่งที่มักเตรียมไปสำหรับการร่วมงานฮานามินั้น มักจะเป็น อาหารเครื่องดื่ม เกม วิทยุเทป หรือเครื่องเล่นคาราโอเกะ เป็นต้น |
![]() |
![]() |
| นอกจากที่จะไปสนุกสนานรื่นเริงกับบรรดาเพื่อนๆ ใต้ต้นซากุระแล้ว ยังมี
ohanami อีกแบบหนึ่งคือ การไปท่องเที่ยวเพื่อชมซากุระตามที่ต่างๆ ซึ่งจะเป็นการไปดูความสวยงามของซากุระจริงๆ
และเป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เช่น ชมซากุระตามวัดและศาลเจ้าต่าง
ๆ 寺社 : じしゃ ( jisha มาจาก 寺院 : じいん วัด และ 神社 : じんじゃ ศาลเจ้าชินโต ) หรือไม่ก็ตามแนวซากุระที่ถูกปลูกเอาไว้เรียงรายไว้อย่างสวยงามที่เรียกว่า 桜並木 : さくら なみき (sakura namiki) ถึงแม้ว่าจะไม่ได้นั่งดื่มด่ำชื่นชมบรรยากาศใต้ต้นซากุระ แต่ก็ยังได้บรรยากาศของการชมดอกไม้อยู่ดี สถานที่ที่นิยมไปชมกันมากๆ เช่น สวนสาธารณะชินจุกุเกียวเอ็นที่โตเกียว ศาลเจ้าเมจิที่เกียวโต บริเวณสวนสาธารณะรอบปราสาทโอซาก้าที่โอซาก้า ถ้าเป็นตามภูเขา สถานที่ที่มีชื่อเสียงในการชมซากุระนั้นอยุ่ที่ ภูเขาในเขตเมืองโยชิโนะ จังหวัดนารา เขตอาราชิยาม่า ที่เกียวโต เป็นต้น โดยเฉพาะที่เกียวโตนั้น ในช่วงระยะเวลาที่ซากุระบานนั้น เป็นช่วงหนึ่งที่มีนักท่องเที่ยวจากที่ต่างๆ มักจะมาเที่ยวชมเมืองเกียวโตกันอย่างมากมาย และตามวัดและสถานที่ต่าง ๆ เช่น ถนนสายปรัชญา( 哲学の道 : てつがくのみち tetsugaku no michi) เป็นต้น |
![]() |
![]() |
|
| และตามสถานที่ต่าง ๆ มักจัดรายการพิเศษให้เข้าชมเป็นพิเศษ คือ การติดตั้งไฟสปอร์ตไลท์เพื่อการชมซากุระในช่วงเวลากลางคืน เรียกว่า 夜桜 : よざくら (yozakura)ซึ่งจะได้บรรยากาศอันน่าซึมซับอีกรูปแบบหนึ่งเลยทีเดียวครับ โดยส่วนใหญ่ทางวัดต่างๆ จะจัดให้เข้าไปนั่งชมความสวยงามของซากุระในยามค่ำคืนตามระเบียงอาคารวัด พร้อมกับเปิดเพลงบรรเลงด้วยเครื่องดนตรีญี่ปุ่นขับกล่อมไปด้วย วัดที่มีชื่อเสียงและมีคนไปชมมากเช่นที่ วัด 清水寺 : きよみずでら kiyomizudera เป็นต้น |
![]() |
夜桜
: よざくら (yozakura)
![]() |
![]() |
| นอกจากนี้ ผมยังมีสำหรับคำศัพท์ที่ใช้สำหรับการดูดอกไม้นั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่ง มักจะเป็นคำที่ใช้บอกว่า ตอนนี้ระดับการบานของดอกซากุระเป็นอย่างไร ซึ่งคำที่มักพบบ่อยมีดังนี้ |
| つぼみ |
tsubomi | ยังเป็นดอกตูมๆ อยู่ หรือเป็นตา | |
| 開花 : かいか | kaika | เริ่มบาน | |
| 五部咲き : ごぶさき | gobu saki | บานครึ่งต้น | |
| 七部咲 : しちぶさき | shichibu saki | บาน70% | |
| 満開 : まんかい | mankai | บานเต็มต้น | |
| 見ごろ : みごろ | migoro | ช่วงกำลังสวยงาม | |
| 散り始め : ちりはじめ | chirihajime | เริ่มร่วง (โรย) |
| ได้คำศัพท์สำหรับการดูดอกไม้ไปแล้ว ถ้าใครมีโอกาสมาญี่ปุ่นช่วงปลายเดือนมีนาคม ถึงต้นเดือนพฤษภาคม ก็หาโอกาสไป ฮานามิ อย่างคนญี่ปุ่นบ้างก็ได้นะครับ ไม่มีใครว่า แต่ถ้ามาช้าๆ ต้องเดินทางขึ้นไปดูทางภาคเหนือนะครับ ทางโตเกียวและส่วนใหญ่มักจะหมดช่วงการดูดอกไม้ ประมาณกลางเดือนเมษายน สำหรับคนที่จะมาทัวร์ญี่ปุ่นช่วงสงกรานต์อาจจะยังมีโอกาสเห็นอยู่บ้าง ถ้าโชคเข้าข้าง ช่วยทำให้ฝนไม่ตก ลมไม่พัดแรงๆ ในช่วงก่อนสงกรานต์นี้ครับ แล้วเจอกันใหม่กับผมใน เทศกาลเด็กผู้ชาย ต้นเดือนพฤษภาคมนะครับ |
|
|
| ติดตามอ่านคอลัมน์ " เรียนจากป้ายสไตล์ญี่ปุ่น " ได้เป็นประจำที่นิตยสารการศึกษาวันนี้ |
|