![]() |
![]() |
|
|
เรื่องโดย
มนกัญญ์ เลิศสามัตถิยกุล |
|
| สิ่งที่ทำให้สังคมอยู่รอดต่อไปได้นั่นต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งนั่นก็คือความร่วมมือ โดยเรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า อ่านว่า 協力:きょうりょく “เคียวเรียะขุ” ทั้งสองคำเป็นการอ่านแบบองโยะมิ |
|
協:きょう |
kyou | แปลว่า ร่วมกัน | |
| 力:りょく | ryoku | ซึ่งจะอ่านเป็นแบบคุงโยะมิว่า ちから“ ชิคะหละ” แปลว่า พลังหรือกำลัง |
| เมื่อรวมคำกันแล้วก็คือการรวมพลังหรือร่วมมือกัน (เพื่อให้จำคำนี้ให้ได้ง่ายขึ้น จะเห็นได้จากตัวคันจิหรือตัวอักษรจีนของคำว่า 協:きょう “เคียว” นั้นประกอบด้วยการรวมพลังของแรงตั้ง 3 ตัวเลยครับ) |
| อย่างที่เห็นในป้ายนั้นก็เป็นป้ายแสดงความขอบคุณต่อผู้ที่ให้ความร่วมมือ โดยจะมีคำมาต่อท้ายซึ่งเป็นคำที่เรา ๆ มักจะคุ้นเคยกันดีแม้บางท่านจะแค่สะเน็ค ๆ ฟีช ๆ กับภาษาญี่ปุ่นก็ตามก็รู้จักกันดีนั่นก็คือ ありがとうございますอ่านว่า “อะริกะโตะโกะไซมะสุ” ซึ่งคำว่า ありがとう “อะริกะโตะ” หมายถึงขอบคุณ ส่วนคำว่า ございます“โกะไซมะสุ” เป็นคำสุภาพแบบสุด ๆ ของคำว่าครับหรือค่ะ ซึ่งในป้ายนี้จะมีคำว่า ご “ โกะ ” นำหน้าคำว่า 協力 ซึ่งท่านผู้ที่ติดตามอ่านบ่อยๆ ก็น่าจะเดาได้ว่า คำนี้ใช้เพื่อแสดงความสุภาพครับ |

| ป้ายนี้มักจะพบเห็นมากในบริเวณที่ชุมชน ที่ต้องขอร้องในความร่วมมือของผู้คน
เช่น ห้องน้ำที่ขอร้องให้ช่วยกันรักษาความสะอาด ในห้องสมุดที่ให้ทุกคนที่ใช้งานให้รักษาความสงบ
ในบริเวณหน้าสถานที่ทำการที่ต้องมีการจัดระเบียบการเข้าแถว ในบริเวณทางเดินที่มีการก่อสร้างขอให้เดินในทางที่กำหนดไว้
หรือที่ที่มีรวบรวมพลาสติก กล่องโฟม ที่นำมาเก็บรวมกันเพื่อจะนำไปรีไซเคิลในซุปเปอร์มาเกต
โดยเมื่อมีคำมาขอบคุณเราเช่นนี้ก็ทำให้เกิดกำลังใจในการที่จะให้ความร่วมมือ
ซึ่งจริง ๆ แล้วนั้น การเขียนป้ายเช่นนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนทางด้านจิตใจของคนญี่ปุ่น ที่มีต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง อย่างบริเวณที่มีการก่อสร้างบนถนน หรือทางเดินเท้านอกจากจะมีป้ายเขียนแสดงคำขอโทษในความไม่สะดวกต่อผู้ที่ใช้งานผ่านไปมาแล้ว ส่วนใหญ่จะมีพนักงานคอยโบกและชี้เส้นทางให้เดินโดยจะแสดงท่าทางเชิญให้เดินทางโน้นทางนี้เป็นต้น ซึ่งบางที่ก็ทำให้เราเหมือนแขกผู้มีเกียรติอะไรสักอย่างที่เดินผ่านจนรู้สึกเขินในบางครั้งเลยครับ |

| นอกจากป้ายต่างๆที่ใช้ถ้อยคำแสดงถึงความละเอียดอ่อนของจิตใจที่มีต่อผู้มีอุปการะคุณแล้ว ในบางที่ที่ไม่น่าจะพบข้อความแสดงความขอบคุณก็พบเห็นได้ ที่ผมทึ่งมากๆอย่างหนึ่งก็คือกระดาษชำระ นั่นคือเมื่อใช้กระดาษชำระหมดที่ขนาดแกนกระดาษจะมีคำแสดงความขอบคุณอยู่ซึ่งบางท่านอาจจะคิดว่า “โอโฮ ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้มั้ง” แต่นี้คือจุดเล็กๆน้อยที่ผู้ผลิตคำนึงถึงความสำคัญของผู้บริโภค |
| บางท่านที่มีโอกาสเข้าร้านค้าต่างๆในญี่ปุ่น ยังไม่ทันจะก้าวเข้าไปในร้านเลยครับ (ในบางร้าน) ก็มีเสียงตะโกนออกมาให้ได้ยิน ไม่ใช่เป็นการขับไล่นะครับแต่เป็นการแสดงการต้อนรับด้วยคำว่า いらっしゃいませอ่านว่า “อิรัชไชมะเซ” หรือบางที่อาจจะใช้คำว่า いらっしゃい อ่านว่า “อิรัชไชอิ” ซึ่งหมายถึง ยินดีต้อนรับการมาของท่าน คนไทยที่ไปอยู่ที่ญี่ปุ่นใหม่ ๆ ก็ตกใจเพราะไม่รู้ว่าเขาพูดอะไรกันเพราะมันค่อนข้างยาวและมาเป็นชุด ซึ่งลูกค้าแต่ละคนก็จะได้รับการดูแลค่อนข้างดีไม่ว่าจะเป็นประเภทขอชมอย่างเดียวหรือประเภทแต่งกายมอซอก็ตาม และเมื่อเข้าไปในร้านก็จะคอยถามไถ่เราว่าจะเอาอันนี้ไหมอันนี้ดีอย่างไรทำอะไรทุกอย่าง โดยเฉพาะห้างใหญ่ๆแล้วไม่ต้องพูดถึงครับทำอย่างกับเราเป็นเทวดาเลยครับ นอกจากคำพูดที่ดี ๆ ต่อลูกค้าแล้วทางร้านก็มักจะให้ความสำคัญกับการผนึกหรือการห่อของที่ซื้อไป ท่านที่เคยได้รับของขวัญหรือเคยเห็นของขวัญที่มาจากญี่ปุ่นมักจะพูดเสมอว่าไม่อยากจะแกะออกมาดูเพราะเสียดาย เพราะเขาจะห่ออย่างดีเรียบร้อยสวยงาม |
![]() |
![]() |
| ซึ่งในตอนนี้จะเห็นได้ว่า ในบางร้านค้าในประเทศไทยเราได้เริ่มหันมาให้ความสนใจให้ความสำคัญกับลูกค้ามากขึ้น เมื่อเทียบกับสมัยก่อนที่มักจะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับลูกค้าเท่าไร(ในความรู้สึกของผม) อาจจะเป็นเพราะว่าในสมัยนี้การแข่งขันสูงขึ้นผู้ที่เอาชนะใจลูกค้าได้ก็คือผู้ที่ชนะทางการค้านั่นเองครับ |
| นอกจากการนี้แล้วยังมีคำที่แสดงการฝากเนื้อฝากตัวต่อผู้ที่เราจะไปติดต่องานด้วย ที่นิยมใช้กันก็คือ อ่านว่า “โยะโระชิขุโอะเนะงะอิชิมะสุ” ซึ่งหมายถึงขอฝากเนื้อฝากตัว หรือถ้ากับคนในระดับเท่าๆ กันก็มักจะใช้ย่อๆว่า “โยะโระชิขุ” ก็ได้ครับ ซึ่งคำนี้ไม่ได้มีสำหรับผู้น้อยที่ใช้สำหรับฝากเนื้อฝากตัวกับผู้ใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่ผู้ใหญ่ก็ใช้กับผู้น้อยในกรณีที่ฝากให้ทำงาน หรือขอความช่วยเหลือได้เช่นกัน นอกจากคำนี้แล้วยังมีคำอื่นอีกที่ใช้กันแล้วมีโอกาสจะนำมาเสนอใหม่นะครับ เพราะแต่ละคำนั้นยาวจริง ๆ เลยครับ เดี๋ยวจะจำกันไม่ไหวเสียก่อน |
| ชีวิตความเป็นอยู่ของแต่ละท้องถิ่นก็มีความแตกต่างกันเนื่องจากวัฒนธรรมที่สะสมมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ โดยเฉพาะวัฒนธรรมการใช้ถ้อยคำซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงความรู้สึกและสามัญสำนึกของคนกลุ่มนั้นได้ดี ซึ่งจากตัวอย่างสองสามอันนี้ก็จะเห็นได้ว่าคนญี่ปุ่นนั้นจะให้ความสำคัญกับบุคคลที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับตัวเขา ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นที่ตัววัฒนธรรมเป็นตัวกำหนดแต่เมื่อกระทำต่อมาเป็นเรื่อย ๆ ก็จะเริ่มเป็นธรรมชาติมากขึ้น อย่างเช่นพนักงานที่ต้องตะโกนแสดงการต้อนรับลูกค้า แทนที่จะเกินความเหนื่อยล้าในการที่จะต้องตะโกนหรือขานรับลูกค้า แต่กลับใช้สิ่งเหล่านี้เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดแรงที่จะฮึดสู้กับงาน หรือเกิดแรงใจที่จะทำอะไรดีๆให้ลูกค้าประทับใจมากขึ้น และผมคิดว่าในเวลาเดียวกันความรักในงานหรืออาชีพที่ตนเองทำอยู่นั้นก็จะสะสมไปเรื่อย ๆ เช่นกันครับ |
| กลับมาพูดถึงความร่วมมือกันดีกว่านะครับ เพราะในตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตามไม่ใช่แค่ในระดับครอบครัวเท่านั้น ความร่วมมือระหว่างประเทศหรือเรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า 国際協力 : こくさいきょうりょく อ่านว่า “โคะคุไซเคียวเรียะขุ” เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด |
| 国際:こくさい
|
kokusai | ระหว่างประเทศ |
| ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือทางการค้าทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือที่จะก่อให้เกิดความสงบสุขบนโลกใบจิ๋วของเรา ถึงแม้ว่าในตอนนี้จะมีบางพื้นที่ที่ต้องอาศัยเวลาในการที่จะนำมาสู่ความสงบ แต่ผมคิดว่าความร่วมมือของมนุษยชาติย่อมสามารถนำพาเอาความสงบสุขมาสู่พื้นที่นั้นๆได้ครับ |
|
|
| ติดตามอ่านคอลัมน์ " เรียนจากป้ายสไตล์ญี่ปุ่น " ได้เป็นประจำที่นิตยสารการศึกษาวันนี้ |
|