เรื่องโดย ต่อจรัส พงษ์สาลี


สวัสดีครับท่านผู้อ่าน วันนี้ผมขอนำเสนอเรื่องราวใกล้ตัวของทุกๆ คนอีกแล้วครับ ครั้งนี้ผมจะเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับสถาบันการเงินรูปแบบหนึ่ง ที่เราคนไทยก็คุ้นเคยกัน นั่นคือ ธนาคาร หรือ 銀行 ในภาษาญี่ปุ่นนั่นเองครับ

 
銀行 : ぎんこう
ginkou ธนาคาร

สถาบันทางการเงินนั้นในภาษาญี่ปุ่นจะใช้คำว่า 金融機関 : きんゆうきかん (kinyuu kikan) มาจากการรวมคำ 2 คำคือ 金融 (kinyuu) ที่มีความหมาย การเงิน หรือที่คนไทยมักเรียกติดปากด้วยภาษาอังกฤษว่า ไฟแนนซ์นั่นแหล่ะครับ ซึ่งก็มาจากการรวมคำย่อย 2 คำเข้าด้วยกันอีก คือ 金銭 (kinsen ) ที่แปลว่า เงินตรากับ 融通 (yuuzuu) ที่แปลว่า การจัดการเกี่ยวกับเงินทอง และ 機関 (kikan) ที่มีความหมายถึง หน่วยงาน หรือองค์กรที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการใดการหนึ่ง

 
金融 : きんゆう
kinyuu การเงิน
  金銭 : きんせん kinsen เงินตรา
  融通 : ゆうず yuuzuu การจัดการเกี่ยวกับเงินทอง
  機関 : きかん kikan หน่วยงาน หรือองค์กรที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการใดการหนึ่ง

ดังนั้น 金融機関 : きんゆうきかん จึงแปลความหมายโดยรวมได้ว่า หน่วยงานที่ให้บริการและบริหารจัดการเรื่องที่เกี่ยวกับการเงินและทุน ชักจะยากและสับสนไปไหมครับนี่ 




สถาบันที่มีการบริการทางการเงินในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีด้วยกันหลายประเภทด้วยกัน และธนาคาร หรือ 銀行 (ginkou)ก็เป็นส่วนหนึ่งและนับได้ว่าเป็นส่วนที่มีบทบาททางด้านการเงินในสังคมเป็นอย่างมากด้วยครับ ธนาคารในเมืองไทยนั้นเราจะไม่มีการแบ่งประเภทของธนาคารไว้ แต่ในญี่ปุ่นนั้นจะมีการแบ่งประเภทของธนาคารไว้ใหญ่ๆ 4 แบบ ได้แก่

都市銀行 : としぎんこう (toshi ginkou)ซึ่งเป็นธนาคารที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ เช่น ธนาคารโตเกียวมิตซูบิชิ ธนาคารมิตซุยสุมิโตโม ธนาคารมิสุโฮะ เป็นต้น


地方銀行 : ちほうぎんこう (chihou ginkou)ซึ่งเป็นธนาคารระดับท้องถิ่น มีสาขาการให้บริการเฉพาะเขตพื้นที่ในภูมิภาคและมีสาขาในเมืองใหญ่บางแห่งเท่านั้น

ธนาคารประเภทนี้ มีอยู่มากมายแทบทุกจังหวัดของญี่ปุ่น มีชื่อที่แตกต่างกันออกไปหลากหลายมาก บางครั้งเป็นชื่อเมือง บางครั้งเป็นชื่อที่มีความหมายเฉพาะ และบางครั้งชื่อของธนาคารประเภทนี้เป็นที่น่ารักน่าชังยิ่ง เช่น トマト銀行(tomato ginkou)หรือธนาคารมะเขือเทศ ผมก็ยังงงเหมือนกัน ไม่รู้ว่า พี่แกไม่มีชื่ออื่นตั้งแล้วหรือไง ธนาคารนี้มีอยู่แถบภูมิภาคชูโกะกุน่ะครับ あおそら銀行 (aosora ginkou)หรือชื่อไทยประมาณว่า ธนาคารฟ้าใส หรือบางครั้งจะมีชื่อเป็นตัวเลข เช่น 77銀行 82銀行 เป็นต้น เป็นยังไงครับ หลากหลายลายตาไหมครับ




ซึ่งการบริการของธนาคารในญี่ปุ่นก็ไม่ได้แตกต่างไปจากเมืองไทยมากเท่าใดนักหรอกครับ ซึ่งงานบริการหลักๆ ได้แก่ บริการเกี่ยวกับการเงินต่างๆ ที่บุคคลทั่วไปใช้บริการ เช่น

 
預入れ : あずけいれ
azuke ire ฝาก
  引き出し : ひきだし hikidashi ถอน
  振込み : ふりこみ furikomi โอน
  貸付 : かしつけ kashi tsuke ให้กู้ยืม หรือ ローン (lo-n)

ส่วนบริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ 為替取引 : かわせとりひき (kawase torihiki)นั้นไม่ได้มีทุกสาขานะครับ ส่วนเช็คเงินสดนั้นญี่ปุ่นเรียกว่า 小切手 : こぎって (kogitte)ซึ่งปกติแล้วคนทั่วไปมักจะไม่ค่อยได้ใช้กันมากนัก


ธนาคารโดยทั่วไปก็จะมีสาขาให้บริการแก่ลูกค้าซึ่งจุดนี้แทบไม่แตกต่างจากเมืองไทยเลยครับ ส่วนการให้บริการนั้น ปัจจุบันมีด้วยกัน 3-4 รูปแบบครับ นั่นคือ

 
窓口 : まどぐち
madoguchi ผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร
  ATM atm ผ่านเครื่องบริการเงินด่วน
  電話 - モバイルサ-ビス denwa・mobairu sa-bisu ผ่านทางโทรศัพท์ทั้งโทรศัพท์พื้นฐานและโทรศัพท์เคลื่อนที่
  インターネットサービス intaneto sa-bisu ผ่านทางอินเตอร์เนท

แต่รูปแบบการให้บริการในธนาคารสาขาในญี่ปุ่นอีกแบบหนึ่งที่ผมคิดว่า ท่านผู้อ่านคงจะไม่ค่อยได้เห็นในเมืองไทยแน่ๆ นั่นคือ ในแทบทุกสาขาของธนาคารจะต้องมีเจ้าหน้าที่ของธนาคารอย่างน้อยหนึ่งคนคอยยืนสอบถาม (ซึ่งเจ้าหน้าที่คนนั้นไม่ใช่พนักงานรักษาความปลอดภัย) คอยให้คำแนะนำต่างๆ กับกับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการว่า จะต้องกรอกเอกสารใบไหน อย่างไร นอกจากนั้นก็คงคล้ายๆ กัน เช่นรับบัตรคิว การนั่งคอย ซึ่งระหว่างนั่งคอยในธนาคารบางแห่งก็จะมีเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการขายของธนาคารในรูปแบบต่างๆ เข้ามาพูดคุยกับเรา เช่น เรื่องการทำบัตรเครดิต เป็นต้น



แต่ปัจจุบันนี้เนื่องจากวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีในการให้บริการในญี่ปุ่นก้าวหน้าไปมาก ทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่ใช้บริการขั้นพื้นฐานเป็นหลัก หันไปใช้บริการกับเครื่องบริการอัตโนมัติมากขึ้น ทำให้จำนวนปริมาณเคาน์เตอร์ให้บริการโดยเจ้าหน้าที่ ที่ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า 窓口 (madoguchi)ลดน้อยลงไปอย่างมาก ก่อนที่จะไปต่อขออธิบายถึงศัพท์นิดนึงนะครับ

 
窓 : まど
mado แปลว่า หน้าต่าง
口 :くち
kuchi หมายถึง ปาก

โดยมากการทำการผ่านเจ้าหน้าที่ธนาคารมักจะเป็นการทำธุรกรรมทางการเงินจำนวนมาก การชำระภาษีและค่าบริการต่างๆ หรือปรึกษาขอคำแนะนำต่างๆ เกี่ยวกับธนาคาร แต่การติดต่อผ่านเจ้าหน้าที่นี้ การใช้บริการแต่ละครั้งต้องเสียเวลานานพอสมควรทีเดียวเชียวครับ


แต่การบริการที่ก้าวหน้านั้นคือ บรรดาธนาคารใหญ่ๆ ในญี่ปุ่นมีการให้บริการธุรกรรมทางการเงินขั้นพื้นฐานผ่านทางอินเตอร์เนท โทรศัพท์มือถือ และโทรศัพท์พื้นฐาน ซึ่งผมคิดว่าบริการแบบนี้ทางธนาคารในเมืองไทยก็เริ่มต้นให้บริการบ้างแล้ว


นอกเหนือจาก 2 ประเภทของธนาคารที่กล่าวมาแล้วนั้น หมายถึงธนาคารของญี่ปุ่นเองที่มีสาขาให้บริการนะครับ แต่ยังไม่รวมถึงสาขาของธนาคารที่เป็นธนาคารของต่างประเทศที่อยู่ในญี่ปุ่น 外国 銀行在日 支店 : がいこく ぎんこう ざいにちしてん (gaikoku ginkou zainichi shiten) เช่นธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาโตเกียว หรือสาขาโอซาก้า ซึ่งธนาคารประเภทนี้จะไม่มีบริการฝากเงินกับบุคคลธรรมดา (ยกเว้นธนาคารซิตี้แบงก์ ไว้อันนึงนะครับ) แต่จะให้บริการหลักๆ ในเรื่องการโอนเงิน หรืองานการค้าระหว่างประเทศเป็นหลัก

นอกเหนือจากสาขาของธนาคารต่างประเทศแล้วนั้น ปัจจุบันยังมีธนาคารที่ไม่มีสาขา ในรูปแบบของสำนักงานแต่อย่างใด แต่อยู่ในรูปแบบของธนาคารทางอินเตอร์เนท ซึ่งจะเป็นธนาคารที่ลูกค้าสามารถชำระค่าบริการในการจับจ่ายใช้สอยผ่านอินเตอร์เนทได้ และยังเบิกเงินได้จากตู้บริการเงินด่วนทั่วไป เช่น

イーバンク銀行 : いーばんく ぎんこう (ธนาคาร e-Bank) หรือ ジャパンネット銀行 Japan Net Bank ซึ่งลูกค้าจะต้องฝากเงินเข้าสู่บัญชีของอีแบงค์ด้วยการโอนเงินผ่านทางธนาคารเครือข่ายที่กำหนด

นอกจากนั้น ยังมีธนาคารอีกประเภทหนึ่งที่ทำเสมือนบริษัทเงินทุนในบ้านเรา ได้แก่ 信託銀行 : しんたくぎんこう (shintaku ginkou)หรือในภาษาอังกฤษคือ Trust Bank นั่นเองครับ ซึ่งสถาบันการเงินแบบนี้ จะเน้นการให้กู้ยืมเงินเพื่อการลงทุน หรือเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก จะไม่ได้เปิดบริการทางการเงินเป็นปกติดังเช่นธนาคารทั่วไปที่กล่าวไว้ข้างต้น 

และยังมี 信用金庫 : しんよう きんこ (shinyou kinko)หรือเครดิตแบงก์ซึ่งจะแตกต่างจาก 信託銀行อยู่ตรงที่ 信用金庫 นั้นจะตั้งอยู่ตามภูมิภาค หรือเมืองต่างๆ เสียเป็นส่วนมากและให้บริการในกลุ่มคนในวงแคบกว่า ในขณะที่ 信託銀行 นั้นจะมีสาขาทั่วประเทศ (คล้ายธนาคารแบบ 都市銀行) และให้บริการในระดับที่กว้างใหญ่กว่านั่นเอง

วันนี้ชักจะยาวเกินไปเสียหน่อย แต่เรื่องราวเกี่ยวกับธนาคาร และบริการการเงินยังมีอีกมากพอสมควรครับ เช่น เรื่องรายละเอียดของการให้บริการเกี่ยวกับบัญชี บัตรเอทีเอ็ม และเรื่องปลีกย่อยของธนาคารนั้น ดังนั้นผมขอยกยอดไปเป็นฉบับหน้านะครับ อย่าลืมติดตามตอนหน้านะครับ

 

กลับหน้าหลัก "เรียนจากป้ายสไตล์ญี่ปุ่น"
ติดตามอ่านคอลัมน์ " เรียนจากป้ายสไตล์ญี่ปุ่น " ได้เป็นประจำที่นิตยสารการศึกษาวันนี้