เรื่องโดย ต่อจรัส พงษ์สาลี

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน กลับมาพบกันตามสัญญานะครับ วันนี้ ผมจะมาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับธนาคารในประเทศญี่ปุ่นต่อจากตอนที่แล้ว ที่ผมพูดถึงโครงสร้างคร่าว ๆ ของธนาคารรูปแบบต่าง ๆ ในประเทศญี่ปุ่นไปแล้ว

 
銀行 : ぎんこう
ginkou ธนาคาร

ธนาคารโดยทั่วไป จะมีบริการขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับการฝาก ถอน โอนเงิน ซึ่งงานบริการเบื้องต้นนี้สามารถกระทำผ่าน 4 รูปแบบ คือ เคาน์เตอร์ตามสาขาต่าง ๆ หรือที่เรียกว่า 窓口 : まどぐち ( madoguchi ) ซึ่งธนาคารโดยทั่วไปจะมี 営業時間 : えいぎょうじかん (eigyou jikan) หรือเวลาเปิดทำการตั้งแต่เวลา 9.00 น. - 15.00 น. เครื่องบริการเงินด่วน หรือ ATM มีเวลาให้บริการแล้วแต่ธนาคารและสาขาที่ให้บริการ บางแห่งเปิดบริการ 24 ชั่วโมง บางแห่งให้บริการถึง 3 ทุ่ม แต่เครื่องบริการเงินด่วนนี้มักจะไม่ปิดให้บริการก่อน 6 โมงเย็นในวันธรรมดา และ 5 โมงเย็นในวันหยุด บริการเทเลโฟนแบงกิ้ง ที่ใช้โทรศัพท์พื้นฐานและโทรศัพท์เคลื่อนที่ในการติดต่อ และบริการผ่านอินเตอร์เนท ที่มักจะให้บริการ 24 ชั่วโมง ซึ่งบริการขั้นพื้นฐานของธนาคารของญี่ปุ่นก็ไม่ได้แตกต่างไปจากธนาคารในบ้านเรามากนัก เพราะแม้ว่าเราจะไม่ได้บัญชีเงินฝากกับธนาคาร ก็สามารถใช้บริการธนาคารเพื่อชำระค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับสาธารณูปโภค หรือชำระภาษีอากรต่างๆ ได้


บัญชีเงินฝาก ในภาษาญี่ปุ่นนั้นเรียกว่า 口座` : こうざ ( kouza )ซึ่งมีอยู่หลายรูปแบบ เช่น

普通預金 : ふつうよきん
futsu yoking บัญชีเงินฝากแบบธรรมดา (ออมทรัพย์)
定期預金 : ていきよきん teiki yokin บัญชีเงินฝากประจำ

貯蓄預金 : ちょちくよきん
หรือบางทีเรียกว่า
積立型貯蓄預金 :
つみたてがたちょちくよきん

chochiku yoking
หรือบางทีเรียกว่า
tsumitate chochiku yokin

บัญชีเงินฝากออมทรัพย์แบบพิเศษ (กึ่งออมทรัพย์กึ่งประจำ คงคล้ายๆกับบัญชีออมทรัพย์แบบทวีทรัพย์อย่างบ้านเรามังครับ)
当座 預金 : とうざよきん touza yokin บัญชีกระแสรายวัน เป็นบัญชีที่นิติบุคคลใช้กัน




ส่วนผมนี่อยู่ญี่ปุ่นมาหลายปีแต่ว่ามีโอกาสเห็นเช็คหรือที่เรียกว่า 小切手 : こぎって (kogitte)น้อยครั้งมากครับ สำหรับการไปเปิดบัญชีเงินฝากนั้น โดยทั่วไปแล้ว บัญชีเล่มแรกนั้นทางธนาคารจะเปิดให้เป็น 総合口座 : そうごうこうざ (sougou kouza)ซึ่งจะเป็นบัญชีเงินฝากที่ทางธนาคารจะใช้หมายเลขบัญชี 口座番号(kouza bangou) และสมุดบัญชี 通帳 : つうちょう (tsuuchou) เล่มเดียวกันสำหรับบัญชีเงินฝาก 2 แบบ คือ บัญชีออมทรัพย์ และบัญชีฝากประจำเข้าไว้ในบัญชีหมายเลขเดียวกัน

 
口座 : こうざ
kouza บัญชี
  普通 : ふつう futsuu ธรรมดา, ทั่วไป
  定期 : ていき teiki กำหนดเวลา
  貯蓄 : ちょちく chochiku ธรรมดา, ทั่วไป
  積立 : つみたて tsumitate ณ ขณะเวลานั้น
  貸付 : とうざ touza ณ ขณะเวลานั้น
  預金 : よきん yokin

การฝากเงิน , บัญชีเงินฝาก

  総合 : そうごう sougou รวม, ทั่วไป
  番号 : ばんごう bangou หมายเลข
  通帳 : つうちょう tsuchou

สมุดบัญชีเงินฝาก





การเปิดบัญชีเงินฝากนั้น เราสามารถเปิดได้หลายบัญชี หลายสาขา แต่ว่าบัญชีเงินฝากแบบ 総合口座(sougou kouza)นั้นจะสามารถเปิดได้เพียง 1 บัญชีต่อธนาคารเท่านั้น ถ้าต้องการเปิดบัญชีที่ 2 ทางธนาคารจะให้เปิดเป็นแบบบัญชีออมทรัพย์ธรรมดาหรือ 普通預金口座 (futsuu yokin kouza) ให้แทน การเปิดบัญชีธนาคารนั้น เรียกว่าสั้นๆ ว่า 新規 : しんき (shinki) ซึ่งเราสามารถเปิดบัญชีด้วยเงินเท่าไหร่ก็ได้ ไม่มีขั้นต่ำอย่างบ้านเรา (1 เยนก็เปิดบัญชีได้ครับ)

ส่วนหลักฐานการเปิดบัญชีสำหรับคนต่างชาติ คือ บัตรที่สามารถยืนยันตัวบุคคลได้ และสิ่งที่ดีที่สุดก็คือ บัตรประจำตัวบุคคลต่างด้าว 外国人登録証明書 : がいこくじん とうろく しょうめいしょ(gaikokujin touroku shoumeisho)หรือบางธนาคารอนุโลมให้ใช้หนังสือเดินทางได้ ในขณะที่คนญี่ปุ่นนั้นมักจะใช้ใบขับขี่ หรือบัตรประกันสุขภาพเป็นหลักฐานในการเปิดบัญชี และสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ได้แก่ 印鑑 : いんかん (inkan)หรือตราประทับแทนชื่อ ซึ่งคนต่างชาติที่ไม่ใช่คนจีนและเกาหลี ไม่ค่อยมีใช้ ดังนั้นธนาคารบางแห่งอนุโลมให้ใช้ลายเซ็นต์และเลขรหัสลับกำกับแทนได้


บัตรประจำตัวคนต่างด้าว
บัตรประกันสุขภาพแห่งชาติ (แบบเก่า)


ตราประทับ


และการเปิดบัญชีออมทรัพย์โดยทั่วไปนั้น สามารถขอให้ทางธนาคารออกบัตรที่ใช้กับเครื่องบริการเงินด่วนอัตโนมัติ ที่เรียกกันตามภาษาทั่วไปว่า บัตร ATM หรือ キャッシュカード (cash card) ในภาษาญี่ปุ่นซึ่งแปลตรงๆ ได้ว่า บัตรเงินสด ให้เราได้เลย บางธนาคารได้นำตัวการ์ตูนมาเป็นลวดลายของบัตร ซึ่งก็นับได้ว่าเป็นรูปแบบใหม่อีกอย่างหนึ่งที่แปลกตาไปจากบ้านเราเหมือนกัน

การออกบัตรเงินสดนี้ ไม่มีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียมการออกบัตร ค่าธรรมเนียมค่าใช้บัตรรายปีเหมือนอย่างธนาคารในเมืองไทยแต่อย่างใด เน้นครับว่าฟรีจริง ๆ แต่ฟรีแต่ค่าบัตรใบแรกนะครับ แต่เมื่อใดที่เราจะให้ธนาคารออกบัตรใบใหม่เนื่องจากเหตุผลใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นบัตรชำรุด สูญหาย หรือออกบัตรที่สามารถใช้ได้ในต่างประเทศ จะต้องเสียค่าธรรมเนียม หรือ手数料 : てすうりょう (tesuuryou)1050 เยน

ไหน ๆ ก็พูดถึงค่าธรรมเนียมแล้วขอต่ออีกหน่อยนะครับ การใช้บัตรเงินสดของธนาคารญี่ปุ่นนั้น ถ้าเราใช้บริการเครื่องบริการเงินด่วนของธนาคารผู้ออกบัตรในเวลาทำการที่กำหนดไว้ จะไม่เสียค่าธรรมเนียมการใช้แต่อย่างใด แต่เมื่อใดก็ตามที่ใช้บริการนอกเหนือเวลาให้บริการ หรือใช้เครื่องต่างธนาคารเมื่อไหร่ละก็ คิดเงินทุกครั้งนะครับ (เรื่องนี้คนพิถีพิถันเรื่องเงินๆทองๆอย่างผมละก็ ใช้นอกเวลาแต่ละครั้งละก็คิดแล้วคิดอีกทีเดียวเชียวครับ )


ว่าเรื่องบัตรมาแล้ว ผมขอพูดถึงเรื่องเครื่องบริการเงินด่วนเสียหน่อยครับ เครื่องบริการเงินด่วนอัตโนมัติ หรือ ATM ซึ่งในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า 自動支払機 : じどう しはらいき(jidou shiharaiki)ซึ่งแปลมาจาก ATM หรือ Automatic Teller Machine ในภาษาอังกฤษนั่นเองครับ

 
自動 : じどう
jidou อัตโนมัติ
  支払い : しはらい shiharai ชำระหรือจ่าย
  機 : き ki ย่อมาจาก 機会 : きかい (kikai)ที่หมายถึง เครื่องจักร



นอกจากนั้นในญี่ปุ่นยังมีเครื่องอีกแบบหนึ่งที่เป็นเครื่องที่ใช้สำหรับเบิกเงินโดยเฉพาะ ซึ่งมักจะพบคำนี้ในกลุ่มของบัตรเครดิตเป็นหลัก เรียกว่า CD หรือ Cash Dispenser ซึ่งเครื่องนี้มีไว้ให้เบิกเงินอย่างเดียวเป็นหลัก เครื่องบริการเงินด่วนหรือ ATM ในสาขาของธนาคารในญี่ปุ่นนี่สิครับ สาขาหนึ่งมีอย่างน้อย 5-6 เครื่องต่อสาขา ส่วนสาขาใหญ่หน่อยก็มีนับสิบเครื่องทีเดียวครับ ทำให้นิยมเรียกว่า ATM コーナー หรือ มุมเอทีเอ็มนั่นเองครับ เพราะมีเครื่องบริการเงินด่วนเรียงรายให้บริการอยู่เป็นกลุ่มนั่นเอง นอกจากนี้ ยังมีเครื่องแลกธนบัตร และเครื่องบันทึกสมุดบัญชีต่างหากอีกด้วย นอกจากที่จะมีตู้บริการเงินด่วนที่สาขาแล้วบางครั้งจัดออกไปตั้งให้บริการตามสถานที่ต่างๆ เช่นหน้าสถานีรถไฟ เป็นต้น แต่ว่าเครื่องบริการเงินด่วนของธนาคารนั้น ยังไม่ค่อยมีแพร่หลายตามสถานที่ต่าง ๆ เหมือนอย่างที่เห็นกันอยู่ในเมืองไทยหรอกครับ เราภูมิใจได้ครับในเรื่องนี้



สำหรับการทำงานของเครื่องบริการเงินด่วนของธนาคารในญี่ปุ่นนั้นก็ให้บริการเรื่องหลัก ๆ คือ

預入れ : あずけいれ
azuke ire ฝาก
引き出し : ひきだし
hikidashi ถอน
振込み : ふりこみ furikomi โอน
残高照会 : ざんだかしょうかい zandaka shoukai ถามยอดคงเหลือ
通帳う記入 : つうちょうきにゅ tsuchou kinyuu พิมพ์สมุดบัญชี

บริการสำหรับบัตรเครดิต และบริการอื่น ๆ โดยที่การใช้เครื่องบริการเงินด่วนนั้น เครื่องรุ่นใหม่ๆ มักให้กดลงไปในหน้าจอเลย ไม่มีปุ่มให้กดอย่างเครื่องในเมืองไทย ยกเว้นเครื่องรุ่นเก่า


ขอโทษครับ ผมลืมบอกไปถึงเรื่องเวลาและค่าธรรมเนียมไป เวลาให้บริการของเครื่องบริการเงินด่วนที่ใช้ได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมนั้น ใช้ได้ระหว่างเวลา 8.45 น. – 18.00 น. ในวันทำการของธนาคาร แต่ถ้าใช้บริการนอกเวลาดังกล่าวเมื่อไหร่ละก็โดนหักบัญชีแน่นอนครับ 105 เยน และยิ่งถ้าใช้เครื่องต่างธนาคารเมื่อไหร่ละก็เพิ่มอีก 105 เยน นอกจากนั้น เรื่องสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ต้องพึงระวังก็คือ เครื่องบริการเงินด่วนของธนาคารญี่ปุ่นนั้น เขาไม่ได้เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงเหมือนอย่างในบ้านเรานะครับ มีเฉพาะบางธนาคาร และบางสาขาเท่านั้นครับที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง เวลาทำให้บริการของแต่ละที่ไม่เหมือนกัน บ้างก็ปิดตามเวลาให้บริการคือ 6 โมงเย็นบ้าง 1 ทุ่มบ้าง 3 ทุ่มก็มีครับ ถ้าหลังจากนั้นต้องการใช้เงินล่ะก็คงต้องพึ่งเครื่องบริการเงินด่วนที่ตั้งอยู่ในร้านสะดวกซื้อต่างๆ ซึ่งแน่นอนครับ

ค่าธรรมเนียมอย่างน้อยที่ต้องเสียคือ 210 เยนขึ้นไปแน่นอน แถมประการสำคัญอีกอย่างหนึ่งครับ นั่นคือ บัตรเงินสดต่างธนาคารไม่สามารถใช้กับเครื่องบริการเงินด่วนได้หลังเวลา 5 โมงเย็นของวันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตตฤกษ์ (ทำไมไม่สะดวกสบายเหมือนเมืองไทยก็ไม่ทราบนะครับ) นี่คือสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่า งานบริการด้วยเครื่องบริการเงินด่วนของธนาคารบ้านเรานั้น ให้บริการดีกว่าที่ญี่ปุ่น (นาน ๆ จะมีบริการที่ญี่ปุ่นเทียบบ้านเราไม่ได้ ต้องขอภูมิใจกันหน่อย) แต่ถ้าโอนเงินด้วยเครื่องบริการเงินด่วนนั้น จะมีค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังถูกกว่าเมื่อเทียบกับไปทำการโอนที่เคาน์เตอร์สาขา


เขียนมาตั้งยาว ยังไม่ได้พูดรายละเอียดอีกหลายๆ อย่างเลย เช่น ดอกเบี้ย การโอนเงิน และบริการแบบใหม่ๆของธนาคารญี่ปุ่นเลย เอาไว้มีโอกาสจะมาพูดเรื่องธนาคารอีกสักหนนะครับ พูดเรื่องนี้ต่อกันนานๆ ท่านผู้อ่านจะเบื่อเสียก่อน ส่วนตอนต่อไปจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรนั้น คอยพบกันตอนหน้านะครับ



กลับหน้าหลัก "เรียนจากป้ายสไตล์ญี่ปุ่น"
ติดตามอ่านคอลัมน์ " เรียนจากป้ายสไตล์ญี่ปุ่น " ได้เป็นประจำที่นิตยสารการศึกษาวันนี้