เรื่องโดย มนกัญญ์ เลิศสามัตถิยกุล

สวัสดีครับ มาพบกันอีกเช่นเคย เมื่อถึงเดือนเมษายน ก็เป็นช่วงฤดูกาลที่นักเรียน นักศึกษาไทยที่จะเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่นกันเป็นส่วนใหญ่ และเป็นเพราะต้องจากไกลบ้านกันไป บ้างก็ถือว่าได้โอกาสตีปีกเป็นอิสระ บ้างก็คิดว่าเมื่อต้องจากบ้านไปไกล ฉะนั้นสิ่งที่จะช่วยให้หายคิดถึงบ้านและทำให้ทางบ้านหายกังวลก็คือ ข้าวของที่หอบบรรจุกระเป๋ามาจากเมืองไทย ยิ่งรู้ว่าต้องห่างไกลบ้านมานาน ข้าวของสัมภาระ(เรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า 荷物:にもつ อ่านว่า “นิโมะซึ”) ก็ต้องมากเป็นธรรมดา


 

荷物:にもつ

nimotsu สิ่งของ , สัมภาระ


เมื่อเดินทางมาถึงประเทศญี่ปุ่นแล้วปัญหาอย่างหนึ่งก็คือ ของที่หอบข้ามน้ำข้ามทะเลนั้นจะหอบไปให้ถึงที่พักของตนได้อย่างไร ซึ่งบางคนอาจจะมีรถมารับถึงสนามบิน บ้างก็นั่งรถประจำทางหรือรถไฟ ซึ่งการขนสัมภาระในจำนวนมากๆก็ไม่สะดวกในการเดินทางที่ต้องเปลี่ยนรถบ่อยๆ ดังนั้นในสนามบินจะมีจุดที่รวบรวมเอาบริษัทที่ให้บริการส่งของมาให้บริการเพื่อความสะดวก โดยเรียกบริการเหล่านี้ว่า 宅配 : たくはい อ่านว่า takuhai “ทะคุฮะอิ”


เคาท์เตอร์บริการรับส่งสัมภาระที่สนามบิน มีหลายบริษัทให้เลือกใช้บริการ


 

宅 : たく

taku บ้าน
 

配:はい

hai , kubaru แจกจ่าย

คำว่า 宅 : たく “ทะคุ” แปลว่า บ้าน มักจะใช้ในรูปแบบเช่น บ้านของคุณทะนะกะ ก็จะใช้ว่า 田中さんのお宅 อ่านว่่า “ทะนะกะซังโนะโอะทะคุ” คำว่า さん “ซัง” ใช้เติมต่ิอท้ายชื่อคนหมายถึงคุณ の “โนะ” แปลว่า ของ ส่วนคำว่า お “โอะ” ใช้เติมหน้าคำเพื่อแสดงความสุภาพ ในที่นี้ใช้ิแสดงความสุภาพของบ้าน นอกจากนี้คำว่า おたく “โอะทะคุ” ในบทสนทนายังอาจจะหมายถึง คุณ หรือผู้ที่สนทนาด้วยก็มี



ส่วนคำว่า 配:はい อ่านว่า “ฮะอิ” เป็นการอ่านแบบ องโยะมิ โดยจะิอ่านแบบคุงโยะมิในรูปแบบ 配る:くばる ว่า “คุบะรุ” แปลว่า แจกจ่าย



เช่น แจกกระดาษทิชชู เรียกว่า ティッシュ อ่านว่า “ทิชชูึโอ๊ะคุบะริ” คำว่า ティッシュ “ทิชชู” แปลว่่า กระดาษทิชชู คำว่า を “โอ๊ะ” เป็นคำช่วยนำหน้าคำกริยา ซึ่งการแจกทิชชูที่มีโฆษณาอยู่จะพบเห็นบ่อยในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะเรียกว่า อาชีพจิงโจ้ เพราะลักษณะการแจกของเหมือนกับขาหน้าของจิงโจ้นั่นเอง



อาีชีพแจกทิชชู่


การส่งของหรือสัมภาระจนถึงบ้านนั้น เป็นบริการทีี่ให้ความสะดวก อย่างมากในกรณีืที่มีข้าวของมาก โดยจะมีบริการหลายบริษัทตามความเชื่อถือ น้ำหนักที่รับได้ อัตราค่าขนส่ง ระยะทางที่ต้องการให้ขนส่ง การรวมการประกันการแตกหักของของ ส่วนใหญ่มักจะถูกถามว่า 割れ物ありますか : われものありますか อ่านว่า “วะเระโมะโนะอะริมะสุกะ”


 
割れ物:われもの
waremono ของแตกหัก
 

あります

arimasu มี
 

ka เป็นคำลงท้ายแสดงคำถามแปลว่า ไหม




โดยค่าบริการต่อสัมภาระหนึ่งชิ้น ( น้ำหนักประมาณไม่เกิน 35กิโลกรัม ) ประมาณ 1600 เยนขึ้นไป ถ้าเป็นบริเวณใกล้ ๆ สัมภาระนั้นจะถูกส่งให้ในวันเดียวกันหรือวันรุ่งขึ้น และสามารถกำหนดเวลาได้ว่าให้ส่งตอนเวลาช่วงใดตามความสะดวกของผู้ีรับ อาจเป็นระหว่างช่วงเช้า ( 午前 อ่านว่า “โกะเซน”) หรือร่วงช่วงกลางวัน ( 午後 อ่านว่า “โกะโกะ”) หรือว่าช่วงเย็น ( 夕方 อ่านว่า “ยูกะตะ”) หรือกลางคืน ( 夜 อ่านว่า “โยะรุ”) ซึ่งจะแตกต่างจากสมัยก่อนที่เลือกเวลาไม่ได้


 
午前 : ごぜん
gozen ช่วงเช้า
 

午後:ごご

gogo ช่วงกลางวัน
 

夕方:ゆうがた

yuugata ช่วงเย็น
 

夜:よる

yoru กลางคืน





เมื่อพูดถึงของที่ขนมาจากเมืองไทยแล้วทำให้นึกถึงสมัยตอนที่มาญี่ปุ่นใหม่ ๆ ด้วยความที่ต้องห่างบ้านมานาน สิ่งที่จะคิดถึงเป็นอย่างมากก็คือของกิน น้ำพริก อาหารแห้ง และที่สำคัญคือ ผลไม้ ซึ่งในปัจจุบันการตรวจสัมภาระโดยเฉพาะผลไม้นั้นค่อนข้างเข้มงวดกว่าสมัยก่อน เคยมีรุ่นพี่เล่าให้ฟังว่า มีรุ่นพี่อยู่คนหนึ่งได้สร้างวีรกรรมโดยการขนเอามะม่วงมาจากเมืองไทยแต่ดวงไม่ดี ไม่ผ่านตอนตรวจคนเขาเมือง จึงทำการเอามีดนำขึ้นมาด้วยความโมโห แต่ไม่ได้เอามาจี้หรือก่อการณ์ร้าย ที่สนามบินอย่างที่คิดนะครับ แต่เอามีดนั้นมาปอกมะม่วงรับประทานตรงนั้นเลยแถมแสดงถึงความมีน้ำใจ โดยการเรียกพนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้รับประทานด้วยจนหมด ซึ่งวีรกรรมนี้ก็ถูกกล่าวขานสืบต่อกันมาเรื่อยๆ



ด่านตรวจสัมภาระ


ในปัจจุบันการส่งสัมภาระหรือพัสดุไปยังที่ต่าง ๆ เป็นธุีรกิจที่เติบโตมากในช่วงสี่ห้าปีที่ผ่านมา การส่งของที่นี่ผู้ส่งมักจะให้ความสำคัญกับพัสดุที่ส่ง ในลักษณะของการห่อ การผนึก การส่งให้ตรงเวลาตามความต้องการของผู้รับ และที่สำคัญคือการระวังเรื่องความสูญหายของของ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเอาเป็นตัวอย่างอย่างยิ่ง


เมื่อถึงปลายเดือนมีนาคมจนถึงต้นเดือนเมษายนนอกจากเป็นฤดูที่คนไทยจะมาศึกษาต่อที่ญี่ปุ่นแล้ว ยังเป็นฤดูที่คนไทยที่จบการศึกษาก็ได้เวลากลับบ้านเกิดเช่นกัน เมื่ิอมีผู้ัที่ต้องมาเผชิญโลกใหม่ก็ต้องมีผู้ที่ต้องกลับไปทำหน้าที่ของตนที่ประเทศไทย ทุกอย่างล้วนแล้วเพื่ออนาคตของแต่ละคน โดยผู้ที่มาญี่ปุ่นใหม่ๆอาจจะลำบากในการปรับตัวบ้าง ทางทีมงานก็ขอเป็นกำลังใจและขอให้น้องใหม่สู้กับประสบการณ์ืที่จะมีใหม่ๆในญี่ปุ่น

แล้วพบกันใหม่ครับ




กลับหน้าหลัก "เรียนจากป้ายสไตล์ญี่ปุ่น"
ติดตามอ่านคอลัมน์ " เรียนจากป้ายสไตล์ญี่ปุ่น " ได้เป็นประจำที่นิตยสารการศึกษาวันนี้