![]() |
![]() |
|
|
เรื่องโดย อัษฎายุทธ ชูศรี |
![]() |
| ในบรรดาชื่อศาลเจ้า ( 神社) ของญี่ปุ่นที่มักจะถูกกล่าวถึงลำดับต้น ๆ “
靖国神社 : やすくにじんじゃ
หยะซุคุนิจิ้นจะ” หรือศาลเจ้าหยะซุคุนิ คงเป็นหนึ่งชื่อที่คุ้นเคย ไม่แพ้ศาลเจ้าเมจิ หรือศาลเจ้าอินาหริ |
神社 : じんじゃ |
jinjya | ศาลเจ้า |
| ศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ในกรุงโตเกียว ใกล้กับพระราชวังขององค์จักรพรรดิ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1869 ในแง่ของพื้นที่นั้นถือได้ว่าเป็นศาลเจ้าขนาดใหญ่พอสมควร แต่ในแง่ของประวัติศาสตร์แล้ว ศาลเจ้าแห่งนี้มีความสำคัญมาก เนื่องจากเป็นที่ฝังบรรพชนที่พลีชีพเพื่อชาติในสงครามตั้งแต่สมัยเมจิเป็นต้นมา ซึ่งรวมไปถึงสงครามมหาเอเชียบูรพาด้วย |
|
ความสำคัญของศาลเจ้านี้จึงเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของการบูชาผู้ก่อสงครามในสายตาของผู้ถูกรุกราน ในช่วงที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นมักหลีกเลี่ยงการไปนมัสการศาลเจ้าแห่งนี้ แต่สำหรับนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน โคอิซุมิ จุนอิจิโร่นั้น ท่านถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวเพราะท่านไปนมัสการเป็นปกติอยู่ แต่การไปนมัสการศาลเจ้าแห่งนี้ กลับกลายเป็นประเด็นสำคัญทางการต่างประเทศที่จีนและเกาหลีจับตามองและต่อต้าน |
ศาลเจ้าหยะซุคุนิในวันนี้ จึงไม่ได้เป็นศาลเจ้าปกติที่คนที่ต้องการความเงียบสงบจากศาลเจ้าจะไปกัน เราจึงเห็นทัวร์ผู้เฒ่าผู้แก่ผู้เคยอยู่ในช่วงสงครามมาลงที่ศาลเจ้าแห่งนี้ได้ง่ายกว่าที่จะตามหาคนหนุ่มสาว |
ศาลเจ้าแห่งนี้จะแบ่งโซนเป็นสองส่วน สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าไปภายในศาลเจ้าจริงๆ ต้องแจ้งกำหนดเวลาและบริจาคเงินจำนวนหนึ่งให้ศาลเจ้าก่อนเข้าไป ส่วนผู้ที่ต้องการมานมัสการตามปกติจะอยู่เพียงชั้นนอกเท่านั้น แต่ในศาลเจ้าก็มีสวนเล็กๆ ให้พักผ่อน มีเวทีแสดงละครโน และห้องชงชาซึ่งถือเป็นที่เสพศิลปะที่น่ารื่นรมย์สำหรับนักรบญี่ปุ่นสมัยโบราณ |
![]() |
บรรยากาศภายนอกศาลเจ้าเป็นที่โล่ง จะพอเห็นร้านรวงมาตั้งประปรายเป็นแบบเปิดท้ายขายของ ที่ญี่ปุ่นเรียกว่า “ ฟลีมาร์เก็ต” (フリー・マーケット: flea market ) มีละครลิง (猿芝居 : さるしばい : sarushibai ซารุชิไบ ) แสดงริมถนน มีร้านขายของเก่ามาออกร้าน ตั้งแต่ตุ๊กตา รูปภาพเก่าๆ ไปถึงเกราะซามูไรเลยทีเดียว และมีโต๊ะจำหน่ายเสื้อรักชาติด้วย |
![]() |
![]() |
フリー・マーケット |
猿芝居 : ละครลิง |
ด้านนอกสุดมีรูปปั้นสำริดของโอมุระ มะสึจิโระ (大村益次郎 : おおむら ますじろう ) ผู้ที่ถือเป็นผู้ก่อกำเนิดการทหารสมัยใหม่ของญี่ปุ่น |
![]() |
![]() |
อนุสาวรีย์ 大村益次郎 |
อาวุธโบราณในร้านขายของเก่า |
การก่อสงครามนั้นแท้ที่จริงแล้วถือเป็นความล้มเหลวของมนุษย์ หากผู้ที่สังเวยชีพจะเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ที่มีชีวิตในวันนี้เลิกรบราฆ่าฟันได้ก็จะดีที่สุด โดยส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าถ้าศาลเจ้าแห่งนี้จะเปลี่ยนรูปปั้นของนายทหารท่านนี้เป็นรูปปั้นซาดาโกะกับนกกระเรียนพันตัวได้ก็จะดีมาก จะได้สมกับชื่อศาลเจ้าว่าเป็น “ ดินแดนแห่งความสงบสุข” ที่แท้จริง |
หมายเหตุ ตัวจีน “ หยะซุคุนิ” ที่สลักบนเสาเป็นตัวจีนโบราณ ปัจจุบันใช้ว่า 靖国 |
ข้อมูลเพิ่มเติม จาก www.midnightuniv.org |
ศาลเจ้า "ยาซูคูนิ" "ยาซูคูนิ" (แปลตามตัวว่า "ชาติสงบสันติ") เป็นศาลเจ้าในศาสนาชินโต สร้างเมื่อ ๑๘๖๙ ในสมัยเมยิ เพื่ออุทิศให้วีรบุรุษแห่งชนชาติญี่ปุ่น โดยเฉพาะทหารญี่ปุ่นที่ "พลีชีพเพื่อชาติ" ในสงครามต่างๆ เช่น:
ศาลเจ้า "ยาซูคูนิ" แห่งนี้ คือที่สิงสถิตแห่งวิญญาณทหารหาญ ๒.๕ ล้านนาย ในรูปของป้ายวิญญาณ ๒.๕ ล้านแผ่น ซึ่งเคารพกันว่าได้กลายเป็นพระเจ้า หรือ "เจ้า" (Spirits, Gods / Deities) ๒.๕ ล้านองค์ ตามความเชื่อในศาสนาชินโต ข้อสังเกตส่งท้าย "อาชญากรสงคราม" ๑๔ คนเหล่านี้ ถ้าว่ากันตามความคิดคนไทย คงใกล้กับ "ทรราช" ที่พวกเราพูดกันชินปาก แต่ไม่เคยทำอะไรได้จริงจัง (คงเป็นเพราะ ไม่มีใครฟ้องเป็นคดีตามกระบวนการตุลาการ หรืออย่างไร?) ญี่ปุ่นนั้นต่างไปจากไทยมาก เพราะศาลอาชญากรสงคราม (Tokyo War Criminal Tribunal) หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ได้ตัดสินประหารชีวิตโดยถือเป็น "Class-A War Criminals" คือ อาชญากรชั้นแนวหน้า หรือชั้นหัวโจก เช่น นายพลโตโจ ฮิเดะคิ (Tojo Hideki) เป็นต้น เหตุนี้ ศาลเจ้า "ยาซูคูนิ" จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งลัทธิทหาร และฝ่ายชาตินิยมขวาจัดของญี่ปุ่น และผู้ไปคำนับศาลเจ้าแห่งนี้ คือผู้ไปคารวะบูชาอาชญากรสงครามเหล่านั้นด้วย แม้ปฏิกิริยาจากทั้งภายในและภายนอกญี่ปุ่น จะเรียกร้องให้ถอดถอนป้ายวิญญาณ ๑๔ แผ่นนี้ออกไป แต่ได้ถูกปฏิเสธจากศาลเจ้า "ยาซูคูนิ" โฮมเพจของศาลเจ้า "ยาซูคูนิ" แย้งว่า ญี่ปุ่นตกเป็นชาติแพ้สงคราม จึงถูกบังคับให้เรียกวีรบุรุษ ๑๔ ท่านนั้นว่า "อาชญากรสงคราม" ทั้งๆที่ในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ๑๔ ท่านนั้นคือ "ผู้สละชีพเพื่อชาติ" (Martyrs) แห่งยุคสงครามโลกครั้งที่สองต่างหาก ชาติเพื่อนบ้านที่ถูกญี่ปุ่นรุกรานเมื่อสงครามโลกครั้งที่สอง (โดยเฉพาะจีน เกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้) ต่างแสดงปฏิกิริยาคัดค้านผู้ไปคำนับศาลเจ้าแห่งนี้เสมอมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นไปคารวะบูชาอาชญากรสงครามเสียเอง |
|
|
| ติดตามอ่านคอลัมน์ " เรียนจากป้ายสไตล์ญี่ปุ่น " ได้เป็นประจำที่นิตยสารการศึกษาวันนี้ |
|