เรื่องโดย อัษฎายุทธ ชูศรี

ในประเทศญี่ปุ่นมีป้อมตำรวจ (交番 : こうばん : kouban ) ตั้งอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ ๆ จะมีถี่มาก โดยปกติอาจจะเป็นอาคารอย่างง่าย ๆ หรืออาจจะเป็นคูหาที่เช่ามาอีกที สถานที่ตั้งป้อมตำรวจมักจะอยู่ใกล้สถานที่สำคัญของชุมชน เช่น ใกล้สถานีรถไฟ หรือ ทางรถไฟ (คาดว่าเป็นบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายมาก) บ้างก็อยู่ใกล้โรงพยาบาล, สี่แยก



ในรูปนี้ เป็นการเช่าคูหาทำเป็นป้อม ในชั้นบนเป็นอพาร์ตเมนต์ของอาคารตามปกติ


ที่น่าแปลกคือ คำว่า KOBAN เป็นคำศัพท์ที่ญี่ปุ่นกำหนดให้ทับศัพท์โดยไม่แปลเป็นภาษาอังกฤษ และเป็นคำศัพท์ที่แนะนำให้คนต่างชาติจำในคู่มือการดำรงชีพในญี่ปุ่น มากกว่าจะยอมแปลเป็นคำว่า police box สมัยนี้ KOBAN แต่ละจังหวัดก็มีป้ายไม่เหมือนกัน บางแห่งก็มีตัวมัสก็อต หรือสัตว์สัญลักษณ์ บางแห่งก็ไม่มี หรือมีแตกต่างกันไป




โดยปกตินายตำรวจที่ญี่ปุ่นจะไม่มีหน้าที่โบกรถหรือทำหน้าที่เป็นตำรวจจราจร ซึ่งทั้งนี้ก็อาจจะเป็นเพราะความมีวินัยของคนญี่ปุ่น นายตำรวจจะมีหน้าที่เกี่ยวกับจราจรในช่วงเทศกาลเท่านั้น เช่น หากมีใครจะเดินพาเหรดกลางถนน หรือ ช่วงเทศกาลที่มีการปิดถนนชั่วคราว ตำรวจจะเป็นผู้เคลียร์พื้นที่ถนนส่วนหนึ่ง และคอยดูความปลอดภัยในที่ที่อาจเกิดเหตุชุลมุนได้ง่ายอีกส่วนหนึ่ง



นอกจากนี้แล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่อื่นๆ ซึ่งเป็นส่วนรับผิดชอบของหน่วยงานเอง เช่น คนโบกสัญญาณในเขตก่อสร้างชั่วคราว ซึ่งทางหน่วยงานจะหามาเอง ตำรวจจึงไม่ต้องมาดูแลในจุดนี้



โดยปกติตำรวจญี่ปุ่นจะมีเขตประจำการอยู่ แต่มีการผลัดเวียนเปลี่ยนป้อมกันไป และจะมีจักรยานคู่ใจ เอาไว้ขี่ลาดตระเวณส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งจะขับรถตำรวจเรียกว่า 「パトロールカー」( patoroo-ru-kaa : patrol car ) หรือย่อว่า 「パトカー」 (patokaa) ลาดตระเวณเขตที่ตนเองดูแล



ในวันหยุดของประเทศ จะมีการประดับธงญี่ปุ่นไว้หน้าป้อมตำรวจ
อย่างเช่นในรูปตรงกับวันหยุดของประเทศจึงประดับธงญี่ปุ่นไว้หน้าป้อมด้วย

เมื่อมีเหตุด่วนเหตุร้ายเกิดขึ้น
ในญี่ปุ่นจะกดโทรศัพท์เรียก 110 สามารถเรียกได้ตลอด


ตำรวจที่ญี่ปุ่นโดยปกติจะไม่แต่งชุดตำรวจออกจากบ้านแบบตำรวจไทย แต่จะแต่งสูทเหมือนไปทำงานบริษัทตามปกติ จะแต่งชุดตำรวจก็ต่อเมื่อต้องออกปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ ตำรวจที่อยู่ในสำนักงานอาจจะไม่แต่งเครื่องแบบก็ได้ สาเหตุที่ตำรวจไม่แต่งเครื่องแบบออกมาจากบ้าน อาจจะเป็นเพราะที่ญี่ปุ่นนิยมแยกเรื่องส่วนตัวกับภาระผูกพันจากกัน อย่างในเมืองไทย ถ้าคนข้างบ้านเป็นตำรวจก็จะรู้จักและให้ความเกรงใจในฐานะเป็นตำรวจ อาจจะทำให้ทำำงานได้ยาก ไม่สะดวก ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ตำรวจจะปฏิเสธไม่ให้ถ่ายรูป เมื่อปฏิบัติหน้าที่เสร็จก็จะเปลี่ยนเป็นชุดสูทตามปกติกลับบ้าน




อาวุธของตำรวจญี่ปุ่นโดยปกติจะไม่พกปืน มีเพียงกระบองซึ่งถูกออกแบบให้พับเก็บได้ และกุญแจมือ ตำรวจหลาย ๆ นายได้รับการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ เช่น ยูโด คาราเต้มาอย่างดี แต่เมื่อวัยล่วงเลยไป ก็อ้วนป่องพอ ๆ กับตำรวจไทยเหมือนกัน ตำรวจบางท่านจะมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น วิทยุมือถือ ปาล์ม ไว้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ในศูนย์ข้อมูล



หน้าที่ของตำรวจอาจจะแตกต่างกันไปตามพื้นที่ ที่ป้อมตำรวจจะมีแผนที่เขตและเขตรอบพื้นที่ที่รับผิดชอบเพื่อช่วยในกรณีถามทาง นอกจากงานลาดตระเวณ งานประจำป้อมตามปกติแล้ว บางครั้งก็จะออกไปตั้งจุดตรวจ เช่น คอยเตือนบรรดาผู้ขี่จักรยานให้เปิดไฟหน้าในยามดึก หรือจับพิรุธ เพราะในเมืองมีปัญหาเรื่องจักรยานหายบ่อยมาก (ยิ่งถ้าเป็นนักเรียนต่างชาติก็อาจจะถูกเพ่งเล็งมากหน่อย เพราะจักรยานที่ญี่ปุ่นแพง และนักเรียนต่างชาติมักอยู่กันไม่นาน อาจมีแรงจูงใจให้ขโมยจักรยานที่วางทิ้งไว้ง่ายกว่าคนญี่ปุ่น) เท่าที่สอบถามมาเจ้าหน้าที่ไม่มีการปรับโดยตรง ถ้าเป็นเรื่องใหญ่ก็มักจะเชิญไปที่สถานีตำรวจเลย หลังจากนั้นก็เป็นมาตรการภายในสถานีตำรวจ ที่เราไม่อาจทราบ




ตามซุปเปอร์มาร์เก็ต มีปัญหาเรื่องการลักขโมยอยู่บ่อย คนที่ลักขโมยส่วนใหญ่มักจะเป็นคนแก่ซึ่งก็มีเงินจ่าย แต่อาจจะอยากลักขโมยเพื่อความตื่นเต้นจนติดเป็นนิสัย ในซุปเปอร์มาร์เก็ต จะมีคนอีกสายงานหนึ่งเรียกว่า 「ジーメン」( G-men : government men ) เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่ญี่ปุ่นสร้างขึ้น เรียกคนที่ทำหน้าที่คล้ายตำรวจนอกเครื่องแบบ ปะปนกับลูกค้า คอยจับพิรุธคนขโมย เมื่อจับได้ปกติก็มักจะเพียงว่ากล่าวตักเตือน แต่ถ้าบ่อยเข้าถึงจะเรียกตำรวจมาพาไปลงคดีความ จีเม็นที่จริงแล้วอาจจะไม่ได้ขึ้นตรงกับรัฐบาลเหมือนชื่อ อาจเป็นคนที่ได้รับการฝึกฝนในการจับพิรุธในบริษัทเอกชนที่ทางซุปเปอร์มาร์เก็ตจ้างมาอีกต่อหนึ่ง




ย้อนกลับมาพูดเรื่องป้อมตำรวจ ปกติแล้วป้อมตำรวจจะไม่มีห้องฝากขัง แม้ว่าหน้าป้อมจะมีป้ายประกาศหาคน หรือแจ้งจับใครอยู่ แต่เมื่อจับผู้ต้องหาซึ่งเรียกว่า 「容疑者」( yougisha ) ได้ก็จะถูกส่งตัวไปสถานีตำรวจซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า เรียกว่า 「警察著」( keisatsucho ) ที่นี่จะมีห้องขัง หรือห้องฝากขังเรียกว่า 「留置場」( ryuuchijou ) ขาจรก็มักจะเป็นกรณีทะเลาะวิวาทประจำวัน หรือคนเมาเหล้า



หากมีคดีสะเทือนขวัญ ภาระงานก็จะถูกโอนไปอยู่กับสถานีที่ใหญ่กว่า หากเรื่องถึงศาลมีการตัดสินความเป็นที่เรียบร้อย ก็อาจจะถูกส่งตัวไปอยู่ในคุก ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า 「監獄」( kangoku : เรือนจำ ) ถ้าเป็นคดีที่ไม่ใหญ่โต โดยปกติจะอะลุ้มอล่วยให้ “ รอลงอาญา” ไว้และมีรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่เป็นระยะ โดยระหว่างนั้นก็อาจจะยึดเอกสาร หรือใบประกอบการเพื่อจำกัดบริเวณ




คำศัพท์เพิ่มเติม
  巡回 junkai

การลาดตระเวณ

  懲役 choueki การจำคุก
  罰金 bakkin ค่าปรับ
  執行猶予 shikkou yuuyo การรอลงอาญา
  警官 keikan เจ้าหน้าที่ตำรวจ ย่อจาก 警察官
  kan เจ้าหน้าที่
  巡査 junsa

ตำรวจ (โดยปกติ หมายถึง พนักงานตำรวจปกติที่ปฏิบัติหน้าที่ในเครื่องแบบ)

  お巡りさん o-mawari-san คุณตำรวจ (คำเรียกเพื่อความสนิทสนม)
  警察 keisatsu ตำรวจ (หน่วยงาน) เจ้าหน้าที่ตำรวจ
  派出所 hashutsujo ป้อมตำรวจ (เป็นคำเก่าของ 「交番」 )




กลับหน้าหลัก "เรียนจากป้ายสไตล์ญี่ปุ่น"
ติดตามอ่านคอลัมน์ " เรียนจากป้ายสไตล์ญี่ปุ่น " ได้เป็นประจำที่นิตยสารการศึกษาวันนี้