เรื่องโดย อาทิตย์ ธรรมตระการ


สวัสดีครับ เดือนธันวาคมนี้มีวันสำคัญสำหรับคนไทยเรานั่นก็คือวันพ่อแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันประสูติขององค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของชาวไทยเรา ที่ญี่ปุ่นก็มีวันสำคัญคล้าย ๆ กันครับ นั่นก็คือวันประสูติขององค์จักรพรรดิ Akihito ครับ ซึ่งก็คือวันที่ 23 ธันวาคมนั่นเองครับ

ทางภาษาญี่ปุ่นเนี่ย เค้าก็จะพูดกันตรงๆ ว่า 天皇のお誕生日 ( tennou no otanjyoubi ) แหมเขียนซะยาว จริง ๆ ก็ตัดคำมาดูได้ง่าย ๆ ครับ แล้วจะเห็นว่าไม่มีอะไรยาก ก็คือคำว่า 天皇 ( tennou ) เนี่ยก็แปลว่าองค์จักรพรรดิครับ ส่วนคำว่า 誕生日 ( tanjyoubi ) ก็คือวันเกิดครับ แต่เนื่องจากองค์จักรพรรดิเป็นผู้สูงศักดิ์ทางญี่ปุ่นเค้าจึงใส่ お ( o ) ไว้ข้างหน้าเป็นการยกย่องอีกทีครับ แหมพอตัดคำออกมาเป็นส่วน ๆ แล้วดูง่ายไปเลยใช่มั๊ยครับ


天皇:てんのう

tennou

จักรพรรดิ

誕生日:たんじょうび tanjyoubi วันเกิด
お+~ o+~

ทำให้คำนามที่ตามหลังเป็นคำสุภาพ



เนื่องจากผมเห็นว่าวันประสูติขององค์จักรพรรดิญี่ปุ่นเนี่ย เข้ากับเหตุการณ์สำคัญของเดือนพอดี วันนี้ก็เลยอยากจะนำเสนอเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับองค์จักรพรรดิญี่ปุ่นบ้างครับ ข้อมูลต่าง ๆ  ที่ได้มาก็เอามาจาก 宮内庁 ( くないちょう  ) ซึ่งก็แปลว่า สำนักพระราชวังนั่นเองครับ

ตรงนี้เสียงจะผิดจากเสียงปกติไปบ้างครับ คือตัวคันจิ 宮 เนี่ยนะครับถ้าตัวเดียวโดด ๆ ก็อ่านตามแบบเสียงญี่ปุ่น (คุงโยมิ) ว่า みや แปลว่าศาลเจ้า หรือว่าเจ้าชาย เจ้าหญิง แต่ในที่นี้อ่านเป็นเสียงจีนครับ ซึ่งอ่านได้หลายแบบคราวนี้ใช้เสียง く มาอ่านครับ

ส่วนคำว่า 内 อ่านตามเสียงญี่ปุ่นว่า うち แปลว่าข้างใน แต่พออ่านเสียงจีนในศัพท์ผสมก็เลยอ่านว่า ない ครับ

อีกตัวคือ 庁 ตัวนี้เนี้ยไม่มีเสียงญี่ปุ่นครับ มีแต่เสียงจีนว่า ちょう แปลตามรากศัพท์เดิมแปลว่าห้อง แต่ในการนำไปใช้ก็จะใช้ประกอบกับคันจิตัวอื่นบ่งบอกว่าเป็นพวกที่ทำการครับ เช่น 県庁 ( けんちょう ) ก็ที่ว่าการจังหวัดเป็นต้นครับ


宮内庁 : くないちょう

kunaichou

สำนักพระราชวัง

県庁 : けんちょう kenchou

ที่ว่าการจังหวัด 



ส่วนรูปที่เห็นนี่ก็คือรูปสะพานที่เรียกว่านิจูบาชิครับ เป็นสถานที่ตั้งของพระบรมมหาราชวังนั่นเอง
อาคารรูปปราสาทโบราณด้านหลังก็คือรูปพระบรมมหาราชวัง ที่ประทับขององค์จักรพรรดิไงครับ


แหมร่ายนอกเรื่องซะยาวเดี๋ยวจะไม่ได้เข้าเรื่องเกี่ยวกับราชวงศ์กันพอดี หลังจากการศึกษาค้นคว้า และวิจัยมาแล้ว ผมก็ได้แผนภาพปัจจุบันของ 皇室の構成 ( koushitsu no kousei  ) มาให้ดูกันครับ สำหรับศัพท์คำนี้ก็แยกอีกได้ครับว่า 皇室  ( こうしつ ) แปลว่าราชนิกูลครับ ส่วน 構成  ( こうせい ) แปลว่าโครงสร้างครับ จักรพรรดิองค์ปัจจุบันของญี่ปุ่น ก็คือองค์ชายคนโตสุดของจักรพรรดิคนก่อนครับ


皇室 : こうしつ

koushitsu

ราชนิกูล

構成 : こうせい kousei

โครงสร้าง 



คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขยาย


ซึ่งในโครงสร้างบนสุดจะมีคันจิสี่ตัวนี้อยู่ครับ  昭和天皇 ( しょうわてんのう : shouwa tennou ) หมายถึงองค์จักรพรรดิในสมัยโชวะครับ  昭和 ( しょうわ : shouwa ) เป็นชื่อปีศักราชญี่ปุ่นซึ่งจะเปลี่ยนชื่อเมื่อมีการเปลี่ยนจักรพรรดิ และเมื่อองค์จักรพรรดิได้ล่วงลับไปแล้วก็จะกล่าวถึงองค์จักรพรรดิพระองค์นั้นด้วยชื่อศักราชครับ อย่างสมัยปัจจุบันคือศักราช 平成 (へいせい : heisei ) ส่วนยุคก่อนหน้านี้ก็คือศักราช  昭和 ( しょうわ ) ดังนั้นเมื่อกล่าวถึงองค์จักรพรรดิพระองค์ก่อน จึงต้องกล่าวด้วยคำว่า  昭和天皇 (しょうわてんのう ) ซึ่งแปลว่าองค์จักรพรรดิแห่งศักราชโชวะ


ส่วนถ้าใครจะถามผมว่าแล้วคำว่า 平成 (heisei ) เนี่ยมาจากไหนล่ะ ก็ต้องบอกว่าที่มาซับซ้อนครับ คือหลังจากเปลี่ยนองค์จักรพรรดิแล้วก็จะมีการประชุมร่วมกันเพื่อตั้งชื่อศักราชใหม่ครับ ตามความเข้าใจของผมเนี่ย คิดว่าคำว่า 平成 (heisei ) เนี่ยน่าจะมาจากคำว่า 平和 (へいわ ) ที่แปลว่าสันติภาพกับ 成る ( なる ) ที่แปลว่ากลายเป็น ซึ่งเมื่อผสมกันก็เลือกคันจิมาสองตัวสร้างเป็นชื่อศักราช ดังนั้นคำว่า 平成 เนี่ยถ้าแปลเป็นไทยคงแปลว่า ศักราชแห่งสันติภาพ ล่ะมั๊งครับ


平和 : へいわ

heiwa

สันติภาพ

成る : なる naru

กลายเป็น 



สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตและสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ


จักรพรรดิพระองค์ปัจจุบันจะใช้คำว่า  天皇陛下 (てんのうへいか : tennouheika  ) เขียนไว้ในแผนภูมิ ซึ่งความหมายก็คือตัวขององค์จักรพรรดิเองครับ คำว่า 陛下 (へいか ) เนี่ย เป็นคำยกย่องสำหรับราชนิกูลครับ

จะเห็นว่าชื่อตำแหน่งในแผนภูมิทั้งหมดมีคำว่า 陛下 ใส่ท้ายอยู่ทุกพระองค์เลยครับ ทีนี้แล้วองค์จักรพรรดินีล่ะครับ ก็ภาษาญี่ปุ่นจะใช้คำว่า 皇后陛下 ( こうごうへいか : kougouheika ) ครับคำว่า 皇后 ( こうごう ) เนี่ยแปลว่าจักรพรรดินีเลยครับ ส่วน 陛下 ก็เป็นคำลงท้ายยกย่องว่าอยู่ในราชวงศ์ครับ


陛下:へいか

heika

คำลงท้ายยกย่องตำแหน่งทางราชวงศ์

皇后:こうごう kougou

จักรพรรดินี  





ถัดลงมาก็คือองค์ชายและองค์หญิงครับ องค์มหามกุฎราชกุมารเนี่ย ภาษาญี่ปุ่นก็คือ 皇太子 (こうたいし) ครับ สั้นกว่าภาษาไทยเราเยอะเลยครับ คันจิตัว 皇 (こう) เนี่ยบ่งถึงอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับองค์จักรพรรดิอยู่แล้วครับ ส่วน 太 (たい) ถ้าอ่านเสียงญี่ปุ่นจะอ่านว่า 太い (ふとい) ความหมายก็แปลตรงๆ ว่าอ้วนครับ แต่ถ้าอ่านตามเสียงจีนว่า たい เนี่ยจะแปลทำนองว่ามากๆ ส่วน 子 (し) เนี่ยอ่านตรงๆ ก็คือ こ แปลว่าเด็กหรือบุตรครับ แต่เมื่อรวมแล้วจะกลายเป็นบุตรที่เกี่ยวข้องกับการเป็นจักรพรรดิอย่างมาก ก็คือตำแหน่งมหามกุฎราชกุมาร หรือผู้ที่เป็นรัชทายาทสืบบัลลังค์ไงครับ

สำหรับคันจิ 妃(ひ) ในแผนภูมิจะหมายถึงคู่สมรสที่เป็นสตรีครับ อย่างคู่สมรสขององค์รัชทายาทก็เลยใช้คันจิว่า 皇太子妃 (こうたいしひ) แต่ยังไม่จบแค่นั้นสิครับ เพราะถ้าเกี่ยวกับราชวงศ์ต้องยกย่องต่ออีกด้วยคำว่า 陛下 (へいか) ยศเต็มๆ เลยเป็น 皇太子妃陛下 ไงครับ ว่าไปว่ามาจะว่ากันยาวยืดเยื้อไม่รู้จบครับ ในที่นี้จึงขอกล่าวถึงเพียงสายหลักของราชวงศ์เท่านั้น


皇太子:こうたいし

koutaishi

รัชทายาท มหามกุฎราชกุมาร

皇太子妃:こうたいしひ

koutaishihi

คู่สมรสขององค์รัชทายาท

太い:ふとい

futoi

อ้วน

親王:しんのう

shinnou

องค์ชาย

内親王:ないしんのう naishinnou

องค์หญิง





แหม..พูดเรื่องราชวงศ์ของญี่ปุ่นมาซะแยะ จะไม่กล่าวถึงบรรยากาศวันครบรอบวันประสูติขององค์จักรพรรดิเดี๋ยวจะหาว่ากะไรอยู่ครับ ก็คือในวันนั้นพระราชวังซึ่งเป็นที่พำนักขององค์จักรพรรดิจะเปิดให้ประชาชนเข้าไปร่วมถวายพระพรถึงหน้าลานที่ประทับ และองค์จักรพรรดิพร้อมราชนิกูลทุกพระองค์จะเสด็จออกมาทักทายเหล่าประชาชนที่มาถวายพระพรครับ ซึ่งในวันนั้นจะเสด็จออกมาหลายรอบมากครับ คาดว่าคงเหนื่อยเอาการอยู่ทีเดียว คนญี่ปุ่นที่มาก็จะมารวมกันและก็สะบัดธงชาติเพื่อถวายการต้อนรับ แล้วองค์จักรพรรดิก็จะเสด็จออกมาทักทาย ผมเองก็เคยเข้าไปร่วมในงาน ก็เลยได้ถ่ายรูปบรรยากาศมาให้ชมสองรูปครับ แล้วก็ขอบอกว่าการตรวจด่านด้านหน้าพระราชวังเนี่ยเข้มมากครับ คนก็แน่นสุดๆ ผมก็เลยได้เห็นกับตาครับว่า คนญี่ปุ่นเองก็รักและเทิดทูนองค์จักรพรรดิของเค้าไม่น้อยไปกว่าบ้านเราเลยครับ







สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ 明仁: Akihito
เป็นจักรพรรดิองค์ปัจจุบันของญี่ปุ่น และเป็นจักรพรรดิองค์ที่ 125 ตั้งแต่โบราณกาลของญี่ปุ่น นอกจากนี้ ในปัจจุบัน สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ ยังเป็นจักรพรรดิที่ยังครองราชบัลลังก์พระองค์เดียวในโลก

สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ
ประสูติเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ค.ศ. 1933 ณ พระราชวังอิมพีเรียล กรุงโตเกียว พระองค์เป็นพระโอรสองค์โตในจำนวนพระราชโอรสและพระราชธิดา 5 พระองค์ในสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโระฮิโตะ (จักรพรรดิโชวะ) และสมเด็จพระจักรพรรดินีนะงาโกะ (จักรพรรดินีโคจุน) พระองค์ทรงดำรงพระยศเดิมเป็น เจ้าชายสึกุ 継宮 : Tsugu-no-miya

เมื่อทรงยังเป็นเด็ก ทรงได้เข้าเรียนที่กะกุชูอิน โรงเรียนชายของราชสำนัก ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทรงต้องอพยพออกจากกรุงโตเกียว หลังจากที่ทรงกลับมายังประเทศญี่ปุ่น ทรงเข้าเรียนในคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยกะกุชูอินในกรุงโตเกียว (อย่างไรก็ตามพระองค์ทรงไม่ทรงเคยได้รับปริญญาใดๆ)

ตามลำดับการสืบสันตติวงศ์ของญี่ปุ่น พระองค์ทรงเป็นรัชทายาทอันดับ 1 ของราชบังลังก์เบญจมาศตั้งแต่ประสูติ และทรงเข้าพระราชพิธีแต่งตั้งเป็นมกุฎราชกุมาร 立太子の礼 : Rittaishi-no-rei ในวันที่ 10 พฤศจิกายน ค.ศ. 1951

ในวันที่ 10 เมษายน ค.ศ. 1959 มกุฎราชกุมารอะกิฮิโตะทรงอภิเษกสมรสกับนางสาวมิชิโกะ โชะดะ การอภิเษกสมรสครั้งนี้สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้ญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นการอภิเษกของสตรีสามัญชนครั้งแรกกับราชวงศ์ญี่ปุ่น ทำให้นางสาวโชะดะกลายเป็น มกุฎราชกุมารีมิชิโกะ

ในวันที่ 7 มกราคม ค.ศ. 1989 สมเด็จพระจักรพรรดิฮิโระฮิโตะเสด็จสวรรคต มกุฎราชกุมารอะกิฮิโตะ ก็ได้เข้าครองราชย์เป็นจักรพรรดิองค์ที่ 125 ของญี่ปุ่นต่อทันที ตามโบราณราชประเพณี

ในวันที่ 12 พฤศจิกายน ค.ศ. 1990 สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ เข้าพระราชพิธีอภิเษกเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ และมกุฎราชกุมารีมิชิโกะ ก็ขึ้นเป็น สมเด็จพระจักรพรรดินีมิจิโกะ


พระราชโอรสและพระราชธิดา

ทรงมีพระราชโอรสและพระราชธิดาด้วยกัน 3 พระองค์ ได้แก่

  • เจ้าชายนะรุฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น ประสูติเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1960
  • เจ้าชายอะกิชิโนะ (ฟุมิฮิโตะ) ประสูติเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 1965
  • เจ้าหญิงซะยะโกะ หรือ เจ้าหญิงโนะริ ประสูติเมื่อวันที่ 18 เมษายน ค.ศ. 1969 ต่อมามาสมรสกับชายสามัญชน จึงต้องสละฐานันดรตามกฎมณเฑียรบาลของญี่ปุ่น และเปลี่ยนชื่อเป็น ซะยะโกะ คุโระดะ
อ้างอิงจาก : วิกิพีเดีย
Updated : December 2006




กลับหน้าหลัก "เรียนจากป้ายสไตล์ญี่ปุ่น"
ติดตามอ่านคอลัมน์ " เรียนจากป้ายสไตล์ญี่ปุ่น " ได้เป็นประจำที่นิตยสารการศึกษาวันนี้