โดย ชลวิช นัทธี


สัปดาห์นี้ผมถ่ายรูปป้ายบอกเวลารถไฟตามสถานีมา ป้ายนี้จะติดอยู่ตามชานชาลาของสถานีเพื่อแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับรถไฟขบวนถัดไปแก่ผู้โดยสารที่รอ ซึ่งนับว่าอำนวยความสะดวกและลดความสับสนให้กับผู้โดยสาร ทั้งคนญี่ปุ่น และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ (ที่จริงป้ายนี้จะสลับไปมาระหว่างภาษาญี่ปุ่นกับภาษาอังกฤษ) เพราะรถไฟในญี่ปุ่นนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นสายเดียวกัน แต่ก็มีหลายประเภท จอดสถานีไม่เหมือนกัน สร้างความสับสนได้ง่ายมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้ใช้บริการบ่อยๆ อย่างในรูปนี้เป็นรถไฟสายเกียวโตที่วิ่งข้ามจังหวัดเชื่อมระหว่างเมืองเกียวโต โอซาก้า โกเบ ป้ายนี้ก็จะแสดงว่า รถไฟขบวนถัดไปจะมาเมื่อไหร่ เป็นรถไฟแบบไหน รถธรรมดา หรือรถด่วน แล้วจะไปสุดทางที่สถานีอะไร คนที่เห็นจะได้เลือกได้ว่าควรจะรอขึ้นขบวนไหนดี จะไปรถธรรมดาดี หรือว่าควรจะรถไปรถด่วนขบวนถัดไป ไหนๆ ก็ถ่ายรูปป้ายมาแล้วก็เลยขอพูดถึงรถไฟสักหน่อย



ในภาษาญี่ปุ่นจะเรียกรถไฟว่า เดงฉะ (電車) ซึ่งแปลตามตัวอักษรว่า รถที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า
    : でん แปลว่าไฟฟ้า
    : しゃ หรือ くるま แปลว่ารถ


เนื่องจากรถไฟเกือบทั้งหมดในญี่ปุ่น เป็นรถไฟฟ้า มีเพียงส่วนน้อยที่ใช้น้ำมัน รถไฟถือเป็นการคมนาคมที่สำคัญที่สุดในญี่ปุ่น โดยเฉพาะตามเมืองใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นโตเกียว หรือโอซาก้า จะมีรถไฟทั้งบนดินและใต้ดินเชื่อมโยงกันเหมือนเส้นเลือดที่ทำหน้าที่หล่อเลี้ยงเมือง โดยขนส่งคนเข้ามาทำงานและกลับบ้านหลายล้านคนต่อวัน นอกจากการเดินทางด้วยรถไฟจะสะดวกสบาย ตรงต่อเวลาแล้ว รถไฟยังส่งผลต่อชีวิตประจำวันของคนญี่ปุ่นด้วย ทั้งนี้เพราะส่วนใหญ่ชุมชนต่าง ๆ จะมีสถานีรถไฟเป็นศูนย์กลาง โดยร้านค้าต่างๆ ทั้งห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ก็จะตั้งอยู่บริเวณใกล้ ๆ กับสถานี เพราะการเดินทางสะดวกทำให้ลูกค้ามายังร้านง่าย หรือการหาที่อยู่อาศัย
ถ้าเป็นการเช่าอพาร์ตเมนท์ก็จะมีระบุไว้ด้วยว่า อยู่ห่างจากสถานีรถไฟแค่ไหนโดยระบุเป็นจำนวนนาทีที่ใช้เดินจากสถานีมายังบ้าน ยิ่งใกล้สถานี เดินทางสะดวก ค่าเช่าก็ยิ่งแพง แต่อย่างไรก็ดีจำนวนนาทีเดินนี่คงจะใช้สำหรับคนญี่ปุ่นซึ่งเดินกันเร็วมาก ใช้กับคนไทยไม่ค่อยได้เท่าไหร่ เพราะบางทีบริษัทจัดหาบ้านบอกมาว่าเดินจากสถานีห้านาที แต่พอเราคนไทยเดินกันก็ใช้เวลาแปดถึงเก้านาทีได้


อีกเหตุผลหนึ่งเป็นเพราะคนญี่ปุ่นที่อยู่ตามเมืองใหญ่ๆ จะไม่มีรถยนต์ส่วนตัว เนื่องจากค่าใช้จ่ายสูง ทั้งค่าน้ำมัน ค่าเช่าที่จอดรถ อย่างในโตเกียว ค่าเช่าที่จอดรถจะแยกต่างหากจากค่าเช่าอพาร์ตเมนท์ อย่างต่ำก็ประมาณ 7,000 บาทต่อเดือนนับว่าแพงมาก นอกจากนี้ถึงบางครอบครัวจะมีรถยนต์ส่วนตัว ก็จะไม่ขับรถไปทำงานเพราะรถไฟจะตรงเวลามากกว่า ประหยัดกว่าเพราะสามารถซื้อตั๋วเป็นรายเดือน ซึ่งจะได้ส่วนลดถึงสองในสามของราคาปกติ และบริษัทส่วนใหญ่จะมีสวัสดิการค่าตั๋วเดือนให้กับพนักงานด้วย รถยนต์จึงเอาไว้ใช้ในวันหยุด หรือเวลาที่เที่ยวกันทั้งครอบครัว


ถ้าพูดถึงความตรงต่อเวลา รถไฟจะตรงต่อเวลามาก ทุกสถานีจะมีป้ายเขียนเวลาที่รถไฟจะมาไว้ เรียกได้ว่าผิดไม่เกินหนึ่งนาที ทำให้สามารถประมาณเวลาเดินทางได้แน่นอนมาก เลยทำให้คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่เป็นคนตรงต่อเวลา อย่างเพื่อนคนญี่ปุ่นของผมคนหนึ่ง เขาจะเช็คตารางเวลารถไฟแทบทุกครั้งก่อนเดินทาง เพื่อให้ทราบเวลาที่ถึงเป้าหมาย ยิ่งในปัจจุบันมีเว็บไซต์ช่วยวางแผนการเดินทาง โดยเราจะใส่สถานีต้นทางกับปลายทาง เวลาที่จะออกเดินทาง หรือเวลาที่ต้องการให้ไปถึงที่หมาย ระบบก็จะค้นหาให้ได้ว่าจะต้องไปขึ้นรถไฟเที่ยวกี่โมง ไปเปลี่ยนรถที่ไหน เสียค่าเดินทางเท่าไหร่ แล้วจะไปถึงที่หมายเวลาไหน นอกจากนี้สามารถเลือกได้ด้วยว่าจะใช้เวลาเดินทางน้อยสุด ถูกสุด หรือว่าจำนวนครั้งในการเปลี่ยนรถน้อยสุด นับว่าสะดวกสบายมาก


อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เห็นว่ารถไฟมีส่งผลต่อชีวิตของคนญี่ปุ่นก็คือ โรงแรมแคปซูล ( カプセルホテル) ซึ่งเกิดจากรถไฟในญี่ปุ่นไม่ได้วิ่งทั้งคืน ส่วนใหญ่รถเที่ยวสุดท้ายจะหมดประมาณตีหนึ่ง แต่ถ้าต้องต่อรถหลายสาย เที่ยวสุดท้ายที่สามารถกลับบ้านได้อาจจะประมาณสี่ทุ่ม ทำให้พนักงานบริษัทที่ทำงานดึกกลับบ้านไม่ทัน ครั้นจะไปค้างโรงแรมแบบธรรมดาก็แพง จะกลับด้วยแท็กซี่ก็แพงมากเหมือนกัน โรงแรมแคปซูลจึงเกิดขึ้นมาด้วยความต้องการนี้ โรงแรมประเภทนี้จะประกอบด้วยห้องอาบน้ำรวมขนาดใหญ่ ส่วนที่นอนเป็นเพียงช่องเหมือนในรูป  มีทีวีขนาดเล็ก นาฬิกา และวิทยุไว้ให้ ทำให้ประหยัดพื้นที่มาก ตึกเพียงสี่ชั้นอาจจะบรรจุคนได้ถึง 400 คน จึงมีราคาถูกกว่าโรงแรมปกติ

ผมเคยมีโอกาสไปพักโรงแรมประเภทนี้กับเพื่อนๆ มาหนหนึ่งด้วยความอยากรู้ และต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายระหว่างไปเที่ยว ถ้าจะนับความสะดวกสบาย ความเป็นส่วนตัว คงจะไม่ดีเท่าไหร่ เพราะแค่แคปซูลไม่เก็บเสียงเท่าไหร่ ทำให้เพื่อนบางคนถึงกับนอนไม่หลับ แต่ถ้าคิดถึงคนทำงานหนักๆ เครียดๆ ที่ต้องการพักค้างคืน ก็นับว่าดีพอสมควร ดีกว่านั่งรอรถไฟเที่ยวแรกที่สถานี หรือนอนที่โต๊ะทำงาน ดูเหมือนว่าเรื่องเกี่ยวกับรถไฟในญี่ปุ่นจะมีอีกเยอะ ผมขอยกไปเขียนต่อสัปดาห์ต่อๆ ไป นะครับ




อ่านเนื้อเรื่องที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
อยู่ญี่ปุ่น : ระบบคมนาคมในญี่ปุ่น
Photo Diary : สารพันท่าหลับบนรถไฟ
Photo Diary : แคปซูลโฮเต็ล

ดูเว็บไซท์ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
Japanhomesearch : เช็คเส้นทางรถไฟ : ภาษาอังกฤษ
Yahoo Japan Transit : เช็คเส้นทางรถไฟ : ภาษาญี่ปุ่น



กลับหน้าหลัก "เรียนจากป้ายสไตล์ญี่ปุ่น"
ติดตามอ่านคอลัมน์ " เรียนจากป้ายสไตล์ญี่ปุ่น " ได้เป็นประจำที่นิตยสารการศึกษาวันนี้