![]() |
![]() |
|
|
โดย
มนกัญญ์ เลิศสามัตถิยกุล |
![]() |
คนเราอย่างที่รู้
ๆ กันว่าการไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ แต่ถึงแม้ระมัดระวังอย่างไร ก็ไม่สามารถหนีพ้นสังขารที่มาตามกำหนดเวลาที่แน่นอนยิ่งกว่ารถไฟที่มาตามเวลาเปรี๊ยะของญี่ปุ่นซะอีก
แต่ไม่ได้หมายความว่าผมเริ่มปลงกับชีวิตนะครับ แต่พูดเพื่อให้เตรียมใจต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บเมื่อมันมาถึงจริงไหมครับ
|
| 肩 : かた | คะตะ แปลว่าบ่าหรือไหล่ | |
| こり | โคะริ มาจากคำว่าคำกริยา こるโคะรุ แปลว่าแข็งหรือจับตัวเป็นก้อน |
| 肩こり เป็นอาการปวดที่บ่าหรือไหล่ ซึ่งไม่ได้เกิดจากการที่ไปกระแทกกับอะไรหรอกครับ ส่วนใหญ่ที่เป็นกันมากเนื่องจากการทำงานหนักหรือเครียดกับงานมาก ทำให้การไหลเวียนของเลือดบริเวณนั้นไม่ดี จนทำให้เกิดอาการปวดอย่างรุนแรง |
| เมื่อมีคนที่มีอาการเช่นนี้จำนวนมาก จึงทำให้มีผลิตภัณฑ์เป็นยาสำหรับแปะแก้ปวด โดยจะมียาเป็นเจลเย็นๆ อยู่บนแผ่นผ้าที่มีกาวเหนียวๆ ไว้แปะกับผิวหนัง โดยมีหลายขนาดตามขนาดพื้นที่ที่ปวด และมีหลายยี่ห้อให้เลือกซื้อ ในตอนแรก ผมก็เคยคิดว่าคนเราจะปวดอะไรกันมากมายขนาดนั้น แต่พอมาเจอกับตัวเองเข้าถึงขนาดนอนไม่หลับขึ้นมา เลยซาบซึ้งถึงความจำเป็นของยาแปะนี้เอง ซึ่งคนได้ลองใช้ก็มักจะรู้สึกติดใจเพราะเย็นสบาย รักษาความเย็นได้นาน ไม่มีกลิ่นเหม็นของยาและได้ผลดีเกินคาด เมื่อใช้ดีมากบางครั้งก็ซื้อกลับไปฝากผู้ใหญ่ที่เมืองไทย ซึ่งเป็นที่ติดอกติดใจกันมาก เพราะไม่ใช่แปะได้ที่เดียว แปะบริเวณที่มีอาการปวดที่ไหนก็ได้ | ![]() |
| แต่จริงๆแล้วอาการปวดบ่าหรือไหล่นั้น จะหายได้ต้องอาศัยการพักผ่อนที่เพียงพอ และพยายามไม่เครียดจนเกินไป แต่เมื่อจำเป็นจริงๆ ก็ต้องหันมาพึ่งพาของพวกนี้หล่ะครับ อันนี้ผมไม่ได้แนะนำให้ใช้ของนอกนะครับ ซึ่งราคานั้นก็แพงพอสมควรตามค่าครองชีพของญี่ปุ่น แต่ของดีๆที่มีคุณภาพใครๆ ก็อยากให้คนที่เราเป็นห่วงได้มีโอกาสได้ใช้จริงไหมครับ เพราะฉะนั้นถ้าของเมืองไทยมีที่ได้ผลดีมากอย่างนี้ก็คงจะดีไม่น้อยนะครับ |
| โรคปวดหลังนี่บางคนเป็นมากถึงขนาดเป็นโรคประจำตัวจนต้องไปหาหมอตลอดก็มีนะครับ บางคนก็อาศัยพึ่งสำนักนวดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแผนโบราณหรือแผนปัจจุบัน หรือแล้วแต่ตามเชื้อชาติที่ชอบเช่นเกาหลีบ้าง ไต้หวันบ้าง ไทยบ้าง อันนี้ไม่ใช่คนนะครับ แต่เป็นวิธีการนวดอย่าเข้าใจผิด!!! |
| 医者 : いしゃ | "อิช่ะ" แปลว่าหมอ ปกติคนญี่ปุ่นจะเรียกว่า お医者さん โอะอิช่ะซัง |
| お | "โอะ" ใช้เติมหน้าคำเพื่อให้สุภาพมากขึ้น | |
| 医:い | "อิ" หมายถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ | |
| 者:しゃ | "ช่ะ" หมายถึงคนหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งนั้นๆ ตามคำที่มาประกอบ | |
| さん | "ซัง" ใช้เติมหลังคำแปลว่าคุณ |
![]() |
![]() |
| นอกจากโรคปวดที่บ่าแล้วอีกอาการที่พบบ่อยอีกอย่างหนึ่งคือ อาการปวดเอว ที่เรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า 腰痛:ようつう โยซือ” |
| 腰:よう | อ่านแบบองโยมิ
(อ่านแบบจีน) ว่า “โย” อ่านทั่วไปแบบคุงโยมิ (อ่านแบบญี่ปุ่น)ว่า “腰:こしโคะชิ” แปลว่าเอว |
|
| 痛:つう | อ่านแบบองโยมิว่า
“ซือ” อ่านทั่วไปแบบคุงโยมิว่า “痛:いたอิตะ” ซึ่งมาจากคำว่า “痛い:いたいอิไต้” แปลว่าปวดหรือเจ็บ |
| โดยภาษาญี่ปุ่นไม่ว่าจะหมายถึงปวดหรือเจ็บก็ใช้คำว่าอิไต้คำเดียวกันหมด เพราะฉะนั้นเมื่อมีอาการปวดอะไรก็ตามก็เติมชื่ออวัยวะนั้นไปข้างหน้า แล้วตามด้วยคำว่า “が ก๊ะ” เป็นคำช่วยในประโยคภาษาญี่ปุ่นแปลว่าเป็น แล้วปิดท้ายด้วยคำว่าอิไต้ ก็จะสื่อได้ว่ามีอาการปวดหรือเจ็บอะไรนั่นเองครับ |
| อวัยวะ + が + 痛い |
| อย่างเช่นจะพูดว่าปวดเอวแทนที่จะพูดว่า โยซือ ก็ใช้ประโยคที่ว่า 腰が痛い :こしがいたい โคะชิก๊ะอิไต้ |
| อย่างปวดเศียรเวียนเกล้า (คำว่าศรีษะ ภาษาญี่ปุ่นใช้ว่า “頭:あたまอะตะมะ”) ก็พูดว่า 頭が痛い:あたまがいたい อะตะมะก๊ะอิไต้ |
| ปวดท้อง ก็พูดว่า お腹が痛い โอะนะคะก๊ะอิไต้ ภาษาญี่ปุ่นใช้ว่า “お腹:おなかโอะนะคะ” คำว่า “おโอะ” มีความหมายตามที่อธิบายข้างต้น คำว่า “นะคะ”ปกติจะไม่อ่านว่านะคะ มักจะอ่านว่า “ฮะระ” ซึ่งการอ่านแบบนี้ทำให้เป็นคำพ้องเสียงกับคำว่า “中:なか นะคะ” ที่แปลว่า ตรงกลาง จึงหมายถึงท้องนั่นเองครับ |
| อย่างเวลามาเที่ยวแล้วเดินมากๆ มักจะปวดขา ภาษาญี่ปุ่นใช้ว่า “足:あしอะชิ” แปลว่าขา ก็จะพูดว่า 足が痛い:あしがいたい อะชิก๊ะอิไต้นั้นเองครับ เป็นไงจำง่ายไหมครับ |
| ฉะนั้น ถ้าเราเรียนรู้คำศัพท์มากๆ จำรูปแบบประโยคการพูดได้เราก็สามารถพูดสื่อสารกับแพทย์ได้ เมื่อมีอาการไม่สบายตอนอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น |
| แต่ถ้า 心が痛い:こころがいたいโคะโคะโระก๊ะอิไต้ (“心:こころโคะโคะโระ” แปลว่า หัวใจ) อันนี้ก็ต้องรักษาโดยแพทย์ผู้ชำนาญการประจำตัวก็แล้วกันนะครับ |
| เมื่อพูดถึงคำว่าเอวทำให้ผมนึกถึงสำนวนภาษาญี่ปุ่นอันหนึ่ง ตอนนั้นผมได้มีโอกาสได้รู้จักกับคนญี่ปุ่นคนหนึ่ง โดยการแนะนำของคนรู้จักของผมอีกที ผมก็ทักทายกับเขาอย่างดีตามมารยาทของคนไทย และตามมารยาทนั่นเอง คนรู้จักผมเขาก็แนะนำผมโดยเค้นจุดดีของเรา (เหมือนกับงมหัวเข็มหมุดในมหาสมุทร ซึ่งก็ยากกว่างมเข็มในมหาสมุทรหน่อยนึง) ออกมาชมกันเต็มที่ ผมก็ตามมารยาทก็เลยตอบไปในทำนองที่ว่าไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ |
| แล้วเขาก็พูดกับผมว่า “腰が低い:こしがひくい โคชิก๊ะฮิคุ่ย” ซึ่งตามวิทยายุทธทางภาษาเท่าที่ผมฝึกมาถึงตอนนั้น คำว่า “低い:ひくい ฮิคุ่ย” แปลว่าต่ำหรือเตี้ย ผมก็เลยแปลตรงๆ ว่าน่าจะหมายถึงเอวของเราต่ำ ผมก็นึกในใจว่าอ้าวไหนเป็นงั้นไป เมื่อกี้ยังชมเราอยู่แหมบๆ ทำไมมาว่าเราเป็นพวกเอวต่ำสันหลังยาว (เพราะถ้าเอวต่ำขาจะสั้น สันหลังส่วนลำตัวจะดูยาวตามอัตราส่วนนั่นเอง) ซึ่งก็น่าจะหมายถึง (ภาษาสุภาพที่ว่า) เจ้าเตี้ยแถมขี้เกียจ ช่างเป็นการลูบหลังแล้วตบหัวที่แรงพอสมควรถึงแม้จะเป็นความจริง (หรือไม่) ก็ตาม พอผมทำหน้าไม่ค่อยดีเขาก็ถามว่าเป็นอะไรไป ผมก็เลยได้โอกาสถามว่าประโยคนี้หมายความว่าอะไร เขาก็หัวเราะแล้วอธิบายว่าสำนวนนี้แปลว่าอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ได้หมายความอย่างที่เราคิดไปต่างๆ นานา ก็เลยทำให้ประโยคนี้ท่องจำได้จนขึ้นใจไปเลยครับ |
| เมื่อหลีกเลี่ยงจากโรคต่างๆที่จะมาเยือนไม่ได้เราก็ต้องหาวิธีที่จะต่อสู้กับมัน ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตามต้องควักทุกกระบวนท่าออกมาสู้ให้หมดครับ ยิ่งการแพทย์สมัยนี้ไม่ต้องพูดกันมากก็รู้ว่าก้าวล้ำนำสมัยขนาดไหน ไม่ว่าจะโรคที่ร้ายแรงหรือโรคที่หาตามท้องตลาดได้ทั่วไป (โรคธรรมดา) ก็ตาม เอาชนะได้เกือบหมดครับ(ยกเว้นโรคทรัพย์จางต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญสาขาอื่นมาช่วย) แต่ที่สำคัญอย่าลืมควักกำลังใจของตัวเองและกำลังใจจากคนรอบข้างมาช่วยกันต่อสู้นะครับเพราะอันนี้สำคัญจริงๆครับ |
|
|
| ติดตามอ่านคอลัมน์ " เรียนจากป้ายสไตล์ญี่ปุ่น " ได้เป็นประจำที่นิตยสารการศึกษาวันนี้ |
|