![]() |
![]() |
|
|
โดย
มนกัญญ์ เลิศสามัตถิยกุล |
|
สวัสดีครับ
สำหรับแฟนเพลง...เอ้ย!ไม่ใช่แฟน ๆ Jeducation ทุกท่าน วันนี้ผมก็ได้นำเรื่องเกี่ยวกับญี่ปุ่นฝากเช่นเคยครับ ครั้งนี้จะขอพูดถึงคำว่า 話題 :わだい อ่านว่า “หว่ะได” |
| 話
: わ |
หว่ะ
|
เป็นการอ่านแบบจีน ( องโยมิ ) ของคำว่า 話 : はなし อ่านว่า“ฮานาชิ” เป็นการอ่านแบบญี่ปุ่น (คุงโยมิ ) แปลว่าพูดคุย สนทนา | |
| 題 : だい | ได | แปลว่าเรื่อง เมื่อรวมกันแล้ว โดยทั่วไปแปลว่าเรื่องที่กำลังใช้สนทนากันอยู่ แต่คำนี้มักจะใช้ในความหมายถึงสิ่งที่กำลังเป็นที่กล่าวขานถึง สิ่งที่กำลังเป็นที่นิยม |
| ตัวอย่างการใช้ เช่น อย่างที่เห็นในป้าย ก็คือ 話題沸騰 : わだいふっとう อ่านว่า “หว่ะไดฟุดโต” |
|
沸騰
: ふっとう |
ฟุดโต |
( คำนี้อาจจะยากหน่อยนะครับ ) แปลว่าเดือด รวมกันก็หมายถึง เรื่องที่กำลังเริ่มจะฮอทขึ้นมาในตอนนี้ |
| นอกจากนี้ก็อย่างเช่นคำว่า 話題の人 : わだいのひと อ่านว่า “หว่ะไดโนะฮิโตะ” |
| の |
โนะ
|
เป็นคำขยายแปลว่า ของ | |
| 人 :ひと | ฮิโตะ | แปลว่า
คน รวมกันก็หมายถึงบุคคลที่กำลังถูกกล่าวขานถึง |
| คำว่า 話題作 : わだいさく อ่านว่า “หว่ะไดสะคุ” |
|
作:さく |
สะคุ |
แปลว่าผลงาน หรือการสร้างสรรค์ผลงาน รวมกันในที่นี้หมายถึงผลงานที่เป็นที่สนใจ มักจะใช้กับภาพยนตร์ |
![]() |
เพราะฉะนั้นวันนี้ ผมก็ถือโอกาสคุยถึงสิ่งที่กำลังเป็น “หว่ะได” ( อั่นแน่...ร้อนวิชาขอแอบใช้หน่อยนะครับ ) ที่ญี่ปุ่นอยู่ละกันนะครับ |
| ต้นกำเนิดของเรื่องฮอทต่าง ๆ นั้นส่วนใหญ่มักจะเริ่มต้นด้วยสื่อทางโทรทัศน์ เพราะในปัจจุบันบ้านที่ไม่มีโทรทัศน์นั้นแทบจะน้อยมาก จึงเป็นจุดเริ่มตันกระแสต่าง ๆ ได้ง่าย ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีสื่ออื่นๆที่มาดึงเรตติ่งจากสื่อทางโทรทัศน์ไปก็ตาม เมื่อพูดถึงรายการทางโทรทัศน์แล้วรายการที่กำลังเป็นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง เป็นอันว่าแม้กระทั่งลูกเด็กเล็กแดงที่ยังเรียกแม่ไม่ชัดก็ ยังรู้จัก ( อันนี้ไม่โอเวอร์นะครับ ) นั่นก็คือรายการ トリビアの泉:とりびあのいずみ“โทริบิอาโนะอิซึมิ” |
| トリビア |
โทริบิอา
|
เป็นการเขียนด้วยอักษรคะตะคะนะซึ่งมักจะใช้กับคำที่มาจากภาษาต่างประเทศ ซึ่งคำนี่มาจากคำภาษาอังกฤษคือ trivia ที่แปลว่าสิ่งเล็กน้อยไร้ค่า หรือความรู้ที่ไม่มีประโยชน์ | |
| の | โนะ | แปลว่า ของ | |
| 泉:いずみ | อิซึมิ | แปลว่าแหล่งต้นกำเนิดของน้ำ
หรือน้ำพุ ซึ่งในที่นี้เมื่อรวมกันนั่นก็หมายถึง แหล่งของความรู้ที่ไม่มีประโยชน์ |
| แต่ที่จริงแล้ว ที่มาของชื่อรายการนี้นั้นมาจากการเลียนเสียงของชื่อน้ำพุเทรวี่ (Trevi’s Fountain ) ที่มีชื่อ เสียงในประเทศอิตาลีนั่นเองครับ (คนญี่ปุ่นฟังเสียงคำว่าTrevi กับคำว่า trivia คล้ายกัน) ซึ่งรายการนี้เป็นรายการที่นำเสนอเกี่ยวกับความรู้ที่ไม่มีประโยชน์อะไรเลยต่อชีวิตความเป็นอยู่ประจำวัน ตรงกับภาษาญี่ปุ่น 無駄な知識 : むだなちしき อ่านว่า “มุดะนะชิชิคิ” |
| 無駄
: むだ |
มุดะ
|
แปลว่าไม่มีประโยชน์ไร้ค่า | |
| な | นะ | เป็นคำเสริมแสดงการขยายคำข้างหลังด้วยคำข้างหน้า | |
| 知識 : ちしき | ชิชิคิ | chishiki อันนี้ต้องขอเขียนการอ่านออกเสียงเป็นภาษาอังกฤษด้วยเพราะ “ชิ” 2 ตัวออกเสียงต่างกัน ซึ่งคำนี้ก็แปลว่าความรู้ |
| โดยที่ผู้ร่วมรายการจะแสดงระดับความทึ่งที่มีต่อความรู้อันไร้ค่าที่ผู้ดำเนินรายการนำมาเสนอ จำนวนแต้มนั้นจะให้เป็นหน่วยที่เรียกว่า へぇー อ่านว่าออกเสียงว่า “เห....” (ลากเสียงยาวบวกกับอาการตะลึง) ซึ่งคำว่า “เห...” นั้นเป็นคำอุทานแสดงความแปลกใจ หรือแสดงความรู้สึกทึ่งในสิ่งที่กำลังกล่าวถึง ถ้าจะแปลเป็นภาษาไทยแล้วก็คงใกล้กับคำว่า “ฮือ...” หรือ “อ๋อหรอ” จนคำว่า “เห...” นั้นก็กลายเป็นคำพูดที่ติดปากคนญี่ปุ่นอย่างมากในปัจจุบัน |
| ความรู้ที่นำมาเสนอในรายการก็อย่างเช่น |
|
| ( แต่เรื่องเหล่านี้คนไทยเราก็รู้กันอยู่แล้ว...จริงไหมครับ ) ซึ่งความรู้เหล่านี้จะรู้ก็ได้หรือไม่รู้ก็ได้ จะถูกหรือผิดก็เรื่องของมัน ไม่มีความจำเป็นที่ต้องจดจำ (ที่เรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า どうでもいい話 อ่านว่า “โด้เดโมะอี้ฮานาชิ” แปลว่าเรื่องที่ไม่สำคัญจะเป็นอย่างไรก็ได้ไม่จำเป็นต้องสนใจ ) ทำให้ผมสงสัยขึ้นมาว่า ณ ปัจจุบัน ทำไมรายการเช่นนี้ถึงได้รับความนิยมสูงขนาดนี้ |
| うける |
อุเครุ
|
เป็นคำแสลงแปลว่าได้รับความนิยมหรือเป็นที่ถูกใจ |
| หรือ ทั่วไปจะใช้ประโยคที่ว่า 人気がある:にんきがある อ่านว่า “นินกิกะอะรุ” |
| 人気
: にんき |
นินกิ |
แปลว่ามีชื่อเสียงหรือได้รับความนิยม | |
| が | กะ | เป็นคำช่วย | |
| ある | อะรุ | แปลว่ามี |
| เมื่อจะพูดกันไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน (แหะ ๆ ๆ จำจำนวนปีไม่ได้เพราะกำลังถูกความรู้อันไร้ประโยชน์พวกนี้มาแย่งที่ไปจากสมองอันน้อยนิด) ก็มีรายการยอดฮิตคล้าย ๆ รายการนี้แต่เป็นทำนองกลับกันนั่นก็คือ เป็นการนำเอาความรู้พื้นฐาน ( ที่เรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า 常識 : じょうしき อ่านว่า “โจชิคิ” หรืออาจจะแปลว่าสามัญสำนึกก็ได้ ) ที่ทุกคนควรจะรู้ ( แต่อาจจะเพิกเฉยไม่ใส่ใจบ้าง....) โดยผู้ร่วมรายการจะเป็นผู้ตอบคำถามแต่ไม่ได้ตอบคำถามตรง ๆ เกี่ยวกับความรู้นั้น ๆ แต่ให้ทายว่าคนที่ทางรายการไปสัมภาษณ์แล้วถามคำถามนั้นว่าจะมีความสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้หรือไม่ พูดเป็นภาษารุนแรงนิดหน่อยก็คือหน้าอย่างนี้จะตอบคำถามได้หรือไม่ ให้เราลองใช้วิจารณญานเวิ้บทูเดาเอานั่นเอง... ดูรายการนี้ก็ทำให้รู้สึกว่าโหดดีแต่ก็ได้ความรู้ต่าง ๆ จากในรายการนี้ไปด้วย จนเป็นที่นิยมถามเกี่ยวกับความรู้ทั่วๆ ไปกันอยู่ช่วงหนึ่ง |
| จะเห็นได้ว่าเมื่อก่อนตอนที่ภาวะเศรษฐกิจเริ่มตกต่ำใหม่
ๆ คนเราต่างก็พยายามที่จะแสวงหาความรู้ต่าง ๆ ติดตัวเพื่อที่ใช้เสริมรากฐานตัวเองให้สูงและมั่นคง
เพื่อให้อยู่รอดจากสภาวะเช่นนี้ ผู้ที่ไม่มีความรู้ก็อาจจะถูกมองว่าเป็นผู้ที่ด้อยกว่าในสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
มีนักเขียนท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่า
“มนุษย์เป็นสัตว์โลกชนิดเดียวที่มีความรู้สึกเป็นสุขได้ เมื่อปริมาณความรู้อันเปล่าประโยชน์เพิ่มมากขึ้น”
ดังนั้นพอมาถึงปัจจุบันที่ภาวะเศรษฐกิจดีขึ้นหรือไม่ก็เรียกได้ว่าอยู่ในระดับทรงตัว
คนทั่วไปที่ตกอยู่ในสภาพที่บีบรัดของสังคมมาตลอด ก็เริ่มที่จะใฝ่หาสิ่งที่จะมาจรรโลงจิตใจ
( いやしอ่านว่า “อิยาชิ” ) หรือความบันเทิง ให้ได้รับการผ่อนคลายเครียดมากขึ้น
ซึ่งก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รายการนี้ได้รับความนิยมในปัจจุบันก็เป็นไปได้
ก็ทำให้ผมเริ่มเข้าใจว่าคนเรานั้นจริง ๆ แล้วก็ต้องการความรู้ที่สามารถนำมาใช้ในการดำรงชีวิตกับอีกส่วนที่เป็นความรู้ที่ไม่ได้เอามาใช้อะไรเลย
แต่เมื่อได้รู้ก็ทำให้เราได้รับความบันเทิงความสุขใจได้ ซึ่งปริมาณที่สมดุลย์ของทั้ง
2 อย่างนั้นอันไหนมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับความจำเป็นในชีวิตความเป็นอยู่แต่ละคนครับ
ว่างๆ ลองหาความรู้รอบตัวที่ไร้สาระแบบนี้บ้างสิครับ เผื่อจะเป็นการเริ่มต้นของความรู้ที่มีค่าในอนาคตก็ได้ครับ
แล้วพบกันใหม่คราวหน้าครับ |
|
|
| ติดตามอ่านคอลัมน์ " เรียนจากป้ายสไตล์ญี่ปุ่น " ได้เป็นประจำที่นิตยสารการศึกษาวันนี้ |
|