เรื่องโดย...อันจัง

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีโอกาสได้เดินทางไปญี่ปุ่น (และเป็นครั้งแรกที่ได้เขียนลงเวบ JEDUCATION ด้วย) แม้ทริปจะเป็นระยะเวลาสั้นๆ 15 วัน แต่ก็เป็นการเดินทางไปเพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ต่างๆในญี่ปุ่นจริงๆค่ะ เพราะไปทั้งในฐานะเด็กนักเรียนคนนึงและเจ้าหน้าที่ของ JEDUCATION ฉะนั้น เรื่องราวที่นำมาเล่าสู่กันฟังนั้น จึงเป็นสิ่งที่ได้ไปพบ ไปเห็น ไปเรียนรู้มา ในช่วงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น (ถ้าเทียบกับคนอื่นๆที่ไปเรียนภาษาอย่างจริงจัง) แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีมากเลยล่ะค่ะ




วันแรกในโตเกียว

ออกเดินทางจากสนามบินดอนเมืองด้วยไฟลท์ดึกสุดของสายการบิน Japan Airlines (มีทีวีที่ที่นั่งด้วย) พร้อมกับผู้ร่วมเดินทางอีก 9 คน ซึ่งเป็นผู้สมัครเข้าร่วมทริปของ Jeducation 7 คน และคุณพ่อคุณแม่ของน้องอีก 2 คน เพื่อไปเรียนรู้วัฒนธรรมและภาษาญี่ปุ่นที่โตเกียวเป็นเวลา 15 วัน โดยไปเรียนที่โรงเรียน Inter-Cultural Institute of Japan ซึ่งทุกคนก็เตรียมพร้อมกันมาก มีความรู้ภาษาญี่ปุ่นติดตัวกันไปคนละนิดคนละหน่อยเท่านั้น แถมบางคนก็ไม่มีเลย แหม ก็จะไปเรียนกันนี่คะ ถ้าขืนพกความรู้ไปมากๆ เที่ยวนี้ก็ไม่คุ้มน่ะสิ ตัวดิฉันเอง ถึงจะไม่ได้ไปในฐานะนักเรียนเต็มตัวนัก แต่ก็พกเอาความรู้งูๆ ปลาๆ เท่าที่มีอยู่ไปเต็มร้อยเลยล่ะค่ะ


นั่งหลับๆ ตื่นๆ ดูทีวีอยู่ประมาณ 6 ชั่วโมง เครื่องบินแตะพื้นสนามบินนาริตะตอนเช้ามืดของอีกวัน พร้อมเสียงประกาศภาษาอังกฤษสำเนียงญี่ปุ่นว่าเครื่องลงจอดโดยสวัสดิภาพ ใจก็เริ่มเต้นแล้วล่ะค่ะ เพราะถึงจะเดินทางมากันเป็นกลุ่มใหญ่ แต่ก็อดห่วงไม่ได้ว่าคณะเราจะผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองของที่นี่ไปได้อย่างปลอดภัยทุกคนหรือเปล่า ได้ยินกิตติศัพท์มาหนาหูเหลือเกินว่า เจ้าหน้าที่ที่นี่แม้จะทำงานอยู่ในสนามบินนานาชาติแต่ก็จะไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษกันสักเท่าไร แต่ในที่สุดทุกคนก็ผ่านมาได้ด้วยดี ไม่ถูกซักถามอะไรมาก มีน้องอยู่คนเดียวเท่านั้นล่ะค่ะ ที่ถูกซักมากหน่อยแถมเป็นภาษาญี่ปุ่นล้วนๆ พอตอบไม่รู้เรื่องมากๆเข้าเขาคงเลยรำคาญปล่อยให้ผ่านมาซะเลย ก็น้องแกเล่นตอบว่า " Hi " (ครับ) อย่างเดียว ขนาดเจ้าหน้าที่เขาถามว่า พักอยู่ที่ไหน จะอยู่กี่วัน ก็ยังตอบว่า "Hi" เลย สุดท้ายก็รอดออกมาได้ คำถามที่เขาจะถามส่วนมากก็คือ "พูดภาษาญี่ปุ่นได้ไหม" "มาจากไหน" "มาทำอะไร" "มากี่วัน" ฯลฯ ซึ่งเป็นคำถามธรรมดาๆ ง่ายๆ เพียงแต่เป็นภาษาญี่ปุ่นเท่านั้นเองค่ะ (ไม่ยากเล้ย) ส่วนขั้นตอนของต่างๆตรงด่านตรวจคนเข้าเมืองในสนามบินขอข้ามไปเลยนะคะ เพราะว่ามีเพื่อนๆ คนอื่นที่เคยเขียนไว้ในเวบของ jeducation เยอะแล้ว เดี๋ยวจะเบื่อกันซะก่อน
 
ผู้ร่วมเดินทางกับ
jeducation trip
วันที่ 17 มี.ค. - 1 เม.ย. 2003


พอออกมาจากด่านตรวจคนเข้าเมืองแล้ว ก็ออกมารับกระเป๋ากันที่สายพานตามหมายเลขที่ระบุไว้ แล้วก็พากันลากกระเป๋าออกมาเป็นขบวน พอออกมาถึงก็พบอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียน พร้อมเจ้าหน้าที่อีกหนึ่งคนมายืนรอรับอยู่แล้ว ใจชื้นขึ้นเป็นกองเลยล่ะค่ะ เพราะยังไง คราวนี้คงไปถึงโรงเรียนโดยสวัสดิภาพอย่างแน่นนอน สัมภาระทั้งหมดถูกส่งไปที่หอพักโดยบริษัทขนส่งที่ทางโรงเรียนติดต่อไว้ให้ พวกเราแค่นำสิ่งของที่จำเป็นติดตัวไป แล้วก็ไปนั่งรอรถลีมูซีนของสนามบิน (ไม่ใช่รถเก๋งลีมูซีนนะคะ ไอ้เจ้ารถคันนี้ก็หน้าตาคล้ายรถบัสเนี่ยแหละค่ะ) ระหว่างนั่งรอ ทุกคนก็สนุกกับการลองกดตู้ขายน้ำบ้าง ตู้ขายบัตรโทรศัพท์ที่ตั้งอยู่แถวๆนั้นบ้าง เพลินกันสักพักก็ได้เวลาออกเดินทางสู่โรงเรียน พอออกมาสัมผัสอากาศข้างนอกทุกคนก็สะดุ้งไปเลยล่ะค่ะ เพราะช่วงปลายมีนาตอนนั้นยังหนาวมาก ยืนสั่นพั่บๆกันสักพักรถก็มา เฮ้อ..อุ่น


ออกจากสนามบินนาริตะ มุ่งสู่โรงเรียน Inter-Cultural Institute of Japan หรือเรียกสั้น ๆ ว่า " Inter-Cult " ด้วยรถลีมูซีนของสนามบิน เพียง 1.5 ชั่วโมงก็ถึงถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ พอรถวิ่งเข้าเขตตัวเมืองโตเกียว ทั้งคณะก็ตื่นทันที (หลังจากที่นั่งหลับมาตลอดทาง) เมืองโตเกียวที่ได้เห็นถึงจะไม่ต่างจากที่คิดสักเท่าไร แต่ความรู้สึกที่ได้เห็นต่างกับภาพในทีวี หรือหนังสือมากเลยล่ะค่ะ เพราะได้เห็นกับตาจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นตึกสูง ถนนหนทางที่ดูสะอาดตา ป้ายโฆษณาต่างๆที่เป็นภาษาญี่ปุ่น นี่ล่ะค่ะ ที่ว่าสิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น (เกี่ยวกันหรือเปล่าน้า) พอลงจากรถก็ไปต่อรถไฟฟ้า แต่ตอนนั้นไม่ทันได้สังเกตว่าเขาพาลงที่ไหน เพราะมัวแต่มองซ้ายมองขวา ตื่นตาตื่นใจ รู้แต่ว่าหมดระยะทางแล้ว เพราะทุกคนบนรถลงหมดเลย



โรงเรียน Inter-Cult นั้นมีอยู่สองแห่ง แต่สาขาที่เราไปเรียนกันนั้นตั้งอยู่ที่สถานี KOENJI ซึ่งเป็นสถานีเล็กๆ อยู่ไม่ไกลจากสถานีใหญ่ๆอย่าง SHINJUKU หรือ SHIBUYA เท่าไร ( ไป shinjuku ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที ) และถึงแม้จะเป็นสถานีเล็กๆ แต่บริเวณรอบๆสถานีก็มีร้านค้า ร้านอาหารตั้งอยู่เรียงรายเต็มไปหมด ซึ่งเด็กๆ (และไม่เด็ก) ในคณะพวกเราก็ไปใช้บริการกันทุกวันจนเกือบจะครบทุกร้านเลย มีเกือบทุกอย่าง ตั้งแต่ราเม็ง ข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมู เทมปุระ สปาเกตตี ฯลฯ ออกจากสถานี เดินไปแค่ 1 นาทีก็ถึงโรงเรียนซึ่งถึงจะไม่ใหญ่โตแต่ก็อบอุ่นมาก (เพราะอากาศข้างนอก 6 - 7 องศาเอง) เจ้าหน้าที่ของโรงเรียนทุกคนรวมไปถึงอาจารย์ทุกคนกล่าวทักทายด้วยหน้าตายิ้มแย้ม แต่เราทุกคนก็ได้แต่ยิ้มไปยิ้มมาเพราะเขินไม่กล้าตอบเป็นภาษาญี่ปุ่นกลับไป ต้องสะกิดๆกันไปมา ช่วงที่ไปเรียนกันนั้นเป็นช่วงปิดภาคเรียนของนักเรียนปกติ เลยไม่เห็นนักเรียนคนอื่นที่โรงเรียนเลย จะมีก็แต่พวกเรากันเอง ตลอดทั้งทริป15วันนี้ นักเรียนที่โรงเรียนก็จะมีแต่นักเรียนจาก Jeducaiton 7 ชีวิตและดิฉันนี่ล่ะค่ะ จากนั้น ทางโรงเรียนก็กล่าวต้อนรับทุกคนอย่างเป็นกันเอง ส่วนพิธีปฐมนิเทศน์อย่างเป็นทางการนั้นมีในวันรุ่งขึ้นค่ะ เสร็จจากการกล่าวต้อนรับยังมีเวลาเหลืออีกมาก ก็เลยยกขบวนกันไปเที่ยวกันพอหอมปากหอมคอ แต่ก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันล่ะค่ะ เพราะเดินทางกันตลอด โดยเริ่มจากชมวิวที่โตเกียวทาวเวอร์ จากนั้นก็นั่งรถไฟข้ามสะพานสายรุ้งไปที่ Odaiba




ตกเย็นก็เดินทางไปที่หอพักหรือบ้านพักซึ่งอยู่ใกล้กับสถานี NAKANO ซึ่งที่พักอยู่ใกล้กับสถานีมากเลยล่ะค่ะ เดินแค่ 3 นาทีก็ถึงสถานีแล้ว ระหว่างทางที่เดินไปที่หอพัก ทุกคนก็ตื่นตาตื่นใจกับร้านค้าที่อยู่รอบๆสถานีมาก มีทั้งร้านอาหาร เบเกอรี่ คอฟฟี่ชอพ เกมเซ็นเตอร์ มินิมาร์ท ร้าน 100 เยน ฯลฯ มากมาย กว่าจะถึงที่พักก็ลายตากันถ้วนหน้า จำทางเดินไม่ค่อยจะได้ เพราะมัวแต่มองทางโน้นทีทางนี้ที พวกเราทั้งคณะพักอยู่ที่ชั้น 3 มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญ โทรศัพท์ กาต้มน้ำร้อนฯลฯ ห้องที่พักแบ่งกันเป็น 3 ห้อง สาวๆแบ่งกันไปพัก 2 ห้องเพราะมีห้องใหญ่และห้องเล็ก ส่วนหนุ่มๆมีแค่ 2 คนก็พักห้องเดียวกัน ในห้องก็จะมีฮีตเตอร์ โทรทัศน์ ที่นอนแบบญี่ปุ่น (FUTON) โต๊ะวางของ ตู้เก็บเสื้อผ้า ฯลฯ ส่วนโทรศัพท์และตู้เย็นสำหรับห้องเล็กนั้น แชร์ร่วมกันเป็นสมบัติสาธารณะ รวมทั้งห้องน้ำและห้องอาบน้ำด้วย แต่ในห้องใหญ่ (นอนกัน 4 คน ) มีโทรศัพท์ ตู้เย็นและห้องน้ำห้องอาบน้ำ เป็นของตัวเองค่ะ เมื่อรับกระเป๋ากันเรียบร้อยแล้วก็พากันออกไปทานข้าวแล้วกลับที่พัก ก่อนกลับก็ไม่ลืมแวะมินิมาร์ทซื้อการ์ดโทรศัพท์และของใช้จำเป็นกัน ใครที่ไม่ได้ซื้อการ์ดโทรศัพท์มาจากกรุงเทพฯก็หาซื้อได้ตามมินิมาร์ทเนี่ยแหละค่ะ สะดวกดี เปรียบเทียบราคากันแล้วก็ไม่ต่างกันเท่าไร คืนนั้นหลังจากที่รื้อของออกจากกระเป๋ากันหมดแล้วต่างก็แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัว โทรศัพท์กลับบ้าน อาบน้ำ จากนั้นก็เข้านอนเลย เพราะเหนื่อยจากการเดินทางและเดินสำรวจโน่นสำรวจนี่จนหมดแรง









ทริปในครั้งนี้มีสต๊าฟที่น่ารักมาก มีความเป็นกันเองกับลูกทีม แม้ว่าจะขี้ลืมไปสักนิดก็ตาม การจัดเวลาในการเรียนและการทำกิจกรรมเป็นไปอย่างลงตัว แม้ว่าการทำโซบะจะใช้เวลานานมาก แต่ท้ายที่สุดก็ได้เส้นโซบะที่น่าภูมิใจออกมาก ส่วนกิจกรรมอื่นๆก็สนุกมาก โดยเฉพาะการฝึกซ้อมแผ่นดินไหว เพราะตื่นเต้น แปลกใหม่ดี แต่ในส่วนของการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับชาวญี่ปุ่น ไม่น่ามีการแบ่งกลุ่มในการเล่นเกม น่าจะเล่นด้วยกันทั้งหมด เพราะจะได้พูดคุยกับเพื่อนคนญี่ปุ่นได้หมดทุกคน

ส่วนรร Inter-Cult อาจารย์ก็ใจดีมาก มีความกระตือรือร้นในการสอน มีวิธีการสอนที่สนุกสนานทำให้ไม่เครียดจนเกินไป อีกทั้งยังทำให้ง่ายต่อการจดจำด้วย

ขอบคุณjeducation และพี่แอนมากนะค่ะ สำหรับการท่องเที่ยวที่สนุกในทริปนี้

สุนันทา โสภณรติวณิช



Copyright©2000 Lighthouse Info Service Co, Ltd. All rights reserved.