เล่าเรื่องประสบการณ์การใช้ชีวิตในญี่ปุ่น โดยสาวไทยวัย 23
ซึ่งได้ทุนโครงการแลกเปลี่ยนไปศึกษาที่ International University of Japan จังหวัด Niigata ประเทศญี่ปุ่น
อ่านเรื่องย้อนหลัง : ตอนที่ 1-11

ลมฟ้า พยากรณ์

กุกกักๆ...กรอบแกรบ........ครืดด ก๊อก....ๆๆ....................ฟืดฟาด...........ก๊อกแก๊กๆ...........กุกๆๆๆๆ ตุบ! oOOoops….โครม! ..เอ๋งงงงงงง........................................? อ่ะ!.....ลืมตัว.......... ก็แหมน้องถึกหาของอยู่น่ะค่ะ แต่หาเท่าไรก็หาไม่เจอสักทีน่ะสิคะ จะทำยังไงดีอ่ะเนี่ยยยย อ๋อ........หาอะไรน่ะเหรอคะ ก็หายาแก้หวัดกับใบเคลมประกันสุขภาพน่ะสิคะ เรื่องของเรื่องก็เพราะว่าเมื่อวานเนี่ยน้องถึกอยากทานซูชิมากๆ แต่เนื่องจากทำเองไม่ค่อยจะอร่อยเลยตะเกียกตะกายไปซื้อที่จัสโก้ที่เมืองข้างๆน่ะค่ะ แต่ฝนเจ้ากรรมดันมาตกซะนี่ รถก็จอดตั้งไกล ด้วยความที่อยากรีบกลับมาที่หอเพื่อทานซูชิแสนอร่อยที่เพิ่งซื้อมาจากซูปเปอร์มาร์เกตในจัสโก้ น้องถึกเลยลงทุนวิ่งฝ่าฝนกลับมาที่รถน่ะสิเนี่ยยยยยยย แต่ว่าไม่รู้ว่าจะคุ้มรึเปล่าน๊า ก็ตอนนี้เนี่ย น้องถึกโดนหวัดกินแล้วน่ะสิคะ ฮือออออออออออ........
ฮาดดดดดดดดจิ้ววววววววววว..........


ก็เนี่ยล่ะน๊า น้องถึกอ่ะผิดเองไม่ได้เช็คพยากรณ์อากาศ เลยโดนฝนสะบักสะบอมมาแบบนี้อ่ะค่ะ พยากรณ์อากาศที่นี่แม่นมากนะคะเพื่อนๆ หากบอกว่าฝนจะตกก็เป็นตกแน่ๆ เลยทีเดียว บอกว่าอากาศแจ่มใจฟ้าโปร่ง พวกเราก็จะเตรียมเที่ยวไปโน่นไปนี่ หรือไม่ก็เอาผ้าที่ซักออกมาตากให้แห้งอย่างประหยัด ไม่ต้องง้อเครื่องอบผ้าที่ต้องคอยหยอดเหรียญ 30 นาที 100 เยน ซึ่งจะอบผ้าได้แค่สิบกว่าชิ้นเท่านั้น (เปลืองง่ะ) เข้าใจหัวอกแม่บ้านชาวญี่ปุ่นที่น้องถึกมักจะอ่านเจอในการ์ตูนที่จะดีใจมากเวลาฟ้าใส แดดดีก็จะขนผ้าออกมาตาก ก็ตอนนี้ล่ะค่ะ


แต่ตอนมาญี่ปุ่นนั้นแรกๆน้องถึกก็ยังไม่ค่อยเชื่อพยากรณ์อากาศเท่าไรนัก เพราะคิดว่าจะคล้ายๆพยากรณ์อากาศที่เมืองไทย (ที่แม่นเหมือนกัน คือ บอกว่าฝนไม่ตกแน่ๆ แปลความได้ว่าตกแน่ๆ หนักด้วย ฮ่ะๆ ล้อเล่นนะคะ) คราวนึงน้องถึกไม่เชื่อค่ะ อารามอยากเที่ยวจัด ตอนนั้นไปเมืองนารา คือที่นาราเนี่ย ก็ถือว่าขนาดไม่ใหญ่มากแถมบ้านเมืองเขาก็สวยงาม สถาปัตยกรรมแบบเก่าๆก็พอมีให้เห็นบ้าง แถมยังมีกวาง ซึ่งที่นั่นเขาถือว่าเป็นสัตว์ของเทพเจ้ากันน่ะค่ะ เต็มไปหมดเลย แถมกวางบางตัวยังออกมาเดินแวะเวียนตามบาทวิถี หรือพยายามข้ามถนนอีกด้วย
กวางเชื่องที่นาราโคเอ็น

ถ้าหากนักท่องเที่ยวมีแรง ก็น่าจะลองเดินเที่ยวเมืองนาราดู น้องถึกก็เห็นว่าดี ประหยัดเงินค่ารถด้วยแหละ (งกนั่นล่ะค่ะ) ถึงเพื่อนน้องถึกจะท้วงติงอย่างไรก็ไม่เป็นผลค่ะ เพราะเวลาเที่ยวของน้องถึกค่อนข้างจำกัดพอๆกับเงินในกระเป๋าอีกยังไงก็ต้องเที่ยวให้ได้ เลยตกลงเดินเที่ยวที่นารา เป็น walk course ได้เรื่องเลยค่ะ ฝนตกตั้งแต่อยู่เกียวโต พอออกจากสถานีรถไฟที่นารา ฝนก็ตกแรงมากเลย น้องถึกรอให้ฝนซาแล้วถึงกางร่มออกเดิน (คือว่าไหนๆมาแล้วก็ต้องเที่ยวให้ได้ล่ะ)
วัดโทไดจิที่มีชื่อเสียง

โชคดีที่น้องถึกพกร่มแบบพับติดตัวมาด้วย แต่คันมันเล็กมาก แถมยังต้านลมไม่ค่อยจะไหวเลยค่ะ ไม่เหมือนกับร่มที่น้องถึกเห็นคนญี่ปุ่นเขาใช้ ส่วนใหญ่เขาจะพกกันแบบคันยาวๆไม่พับเลย ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ผู้ชายผู้หญิง เป็นเรื่องปกติที่เห็นเด็กๆเดินเป็นกลุ่มกลับบ้านพร้อมเป้นักเรียนและถือร่มคันยาวๆ ไม่เห็นเขาจะต้องอายเวลาพกร่มเหมือเด็กไทยบางคน (ก็น้องทุย น้องชายของน้องถึกนั่นแหละเป็นตัวอย่างที่เห็นชัดๆ เห็นๆอยู่ว่าฟ้าครื้มฝนมากยังไม่ยอมถือร่มไปโรงเรียนเลย บอกกางร่มแล้วอาย) เอ้า พูดมาซะยาว สรุปว่าน้องถึกก็เที่ยวนาราแบบปอนๆ (คือเปียกปอน) มอมแมมไปเลยค่ะเนื่องจากดื้อ ไม่ยอมเชื่อพยากรณ์อากาศ
บ้านเรือนในเมืองนารา


แต่ที่เห็นชัดๆเลยก็ต้องเป็นคราวที่จะเล่านี้ล่ะค่ะ เรื่องมีอยู่ว่าวันนึงช่วงต้นฤดูหนาว ใบไม้เพิ่งร่วงหมดต้นไปจากช่วงฤดูใบไม้ร่วง ฟ้าก็ยังโปร่งอยู่อากาศก็แค่เย็นๆ พยากรณ์อากาศบอกว่าแถบ Niigata หิมะจะตกติดต่อกันสามวันและถึงจะหยุดตก ฟ้าใสไปหนึ่งวัน แล้วจะตกต่ออีกสองวัน น้องถึกหัวเราะก๊ากกก เป็นไปไม่ได้แน่ๆ วันนี้ฟ้ายังสว่างสดใส ไม่มีวี่แววหิมะสักนิดเลย ขอให้มันตกจริงๆเห๊อะ เราก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าไอ้ที่ตกติดต่อกันสามวันสามคืนเนี่ย มันเป็นยังไง คราวที่เห็นหิมะตกคราวแรกในชีวิตเนี่ยยังไม่ค่อยจะเต็มอิ่มเลย แค่เบาะๆ ไม่ตกติดต่อกันหลายวันแบบนี้เลย ไม่ทันไร กลางดึกเกือบจะเช้าแล้วของคืนนั้นเอง ตอนที่น้องถึกเขียนต้นฉบับตอนแรกๆของน้องถึกสตอรี่เนี่ยล่ะค่ะ ก็ได้ยินเสียง แปะ...........................แปะ...ป๊อก.....ป๊อก.. น้องถึกก็ตกใจ ใคร(วะ) มาเคาะหน้าต่างห้องเรา (แล้วใครมันจะมาเคาะได้ไหมเนี่ย เราอยู่ชั้นสองนะเฟ้ย).......น้องถึกพยายามรวบรวมความกล้า เปิดม่านหน้าต่างดู อ่ะโห........................แม่เจ้าโว้ย เสียงที่ว่าเนี่ย ก็คือ หิมะค่ะ หิมะกึ่งลูกเห็บอ่ะ ปลิวตามลมมาโดนกระจกหน้าต่างห้องน้องถึกนี่เอง แล้วก็เป็นไปตามที่เขาพยากรณ์อากาศไว้ค่ะ คือว่ามันเล่นตกซะสามวันสามคืนติดกันเลยล่ะ เชื่อแล้วค่ะ เชื่อแล้วว่าแม่นจริง


เล่าไปเล่ามาซะยาว นี่ตอนแรกกะว่าจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับประกันสุขภาพในญี่ปุ่นสำหรับนักเรียนนักศึกษา แต่ไหงกลายมาเป็นพยากรณ์อากาศได้หว่า เอาเป็นว่าไว้เล่าต่อคราวหน้านะคะ เดี๋ยวน้องถึกขอหายาต่อก่อน คือว่าจะรีบไปน่ะค่ะ เจ๊เล็ก เพื่อนรุ่นพี่คนไทยที่ IUJนี่ วันนี้แกแสดงฝีมือทำข้าวมันไก่พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด ไปช้าเดี๋ยวหมด อดทานน่ะค่ะ ขอตัวก่อนนะค๊า



โธ่เอ๊ย... ที่ว่าแม่นนักแม่นหนา ที่แท้ก็พยากรณ์อากาศของญี่ปุ่นนั่นเองนะคะ แหม่....หลงคิดว่าจะพาไปดูหมอดูแม่น ๆ สำหรับตอนหน้านี่น้องถึกเธอบอกชื่อตอนมาว่า " น้องถึกติดยา !!! " อ้าว... เค้าให้ทุนไปเรียน ดั๊นติดยาซะนี่ ติดยาอะไร ต้องไปพิสูจน์กันเองค่ะ


Copyright©2000 Lighthouse Info Service Co, Ltd. All rights reserved.