|
มาเรียนที่ญี่ปุ่นได้อย่างไร |
| |
สอบชิงทุน Monbukagakusho จากเมืองไทย โดยทราบข่าวจากเพื่อน และทางมหาวิทยาลัย |
| |
|
 |
การเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยของคุณหลินต้องผ่านขั้นตอนอย่างไรบ้าง |
| |
ในรายละเอียดของการสมัคร , การสอบเข้า , การติดต่ออาจารย์ที่ปรึกษา , การเขียน study plan เป็นต้น
สำหรับการเข้าศึกษาต่อโทที่นี่ ควรติดต่ออาจารย์ที่ปรึกษาที่มหาวิทยาลัยให้รับเราอย่างไม่เป็นทางการก่อน แล้วจึงยื่นเรื่องสมัครจะดีกว่า สำหรับการติดต่อ ถ้ามีคนรู้จักช่วยแนะนำ อาจจะทำให้อาจารย์พิจารณาเราเป็นพิเศษ
หากไม่มีก็ต้องหาข้อมูลอาจารย์จากทาง internet web ของทางมหาวิทยาลัย แล้วส่ง email ไปแนะนำตัวเอง พร้อมเหตุผลที่สนใจในสาขา (lab) นั้นๆ หลังจากอาจารย์ตอบรับแล้ว ก็ดำเนินเรื่องสมัคร ซึ่งมีข้อมูลอยู่ใน web ของทางมหาวิทยาลัย หรือสอบถามจากเพื่อนร่วม lab (จะมี email address ใน web) เท่าที่ทราบก็จะมีสอบข้อเขียน (ขึ้นกับภาควิชา บางภาคก็ไม่ต้องสอบ) และสอบสัมภาษณ์ถามถึงงานเก่าที่เคยทำตอนปริญญาตรี และ study plan
สำหรับ web ของทางมหาวิทยาลัยมักจะมี link webboard ซึ่งจะสามารถขอคำแนะนำ คำปรึกษาเกี่ยวกับการสมัคร การเรียน การเตรียมตัว ได้จากนักเรียนไทยที่เรียนอยู่ได้ด้วย |
| |
|
 |
ทำวิจัยเรื่องอะไร ทำไมจึงเลือกทำวิจัยด้านนี้ หรือเลือกอาจารย์ที่ปรึกษาท่านนี้ |
| |
เรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพ เนื่องจากญี่ปุ่นมีชื่อเสียงในด้านคุณภาพของสินค้า การผลิตที่เป็นระบบ ซึ่งเป็นจุดที่ประเทศไทยยังต้องพัฒนาอีกมาก เพื่อผลิตสินค้าที่มีคุณภาพส่งออกขาย แข่งขันกับต่างประเทศได้
ส่วนทำไมจึงเลือกมหาวิทยาลัยนี้ เนื่องจากเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียง และอาจารย์แนะนำ
|
| |
|
 |
ความคิดเห็นเกี่ยวกับการเรียนสาขาวิชานี้ที่ญี่ปุ่น |
| |
ก็ดีค่ะ ได้ความรู้เพิ่มเติม บางครั้งอาจารย์ก็พาไปชมโรงงานจริง การผลิตจริง ระบบจริงของญี่ปุ่น แต่จะได้ความรู้ และอะไรอีกมากมายหลายอย่าง ถ้าเราสามารถเข้าใจภาษาญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี เพราะบางครั้งก็มีปัญหาฟังไม่ค่อยเข้าใจ ทำให้รับความรู้ได้ไม่เต็มที่นัก |
|
|
 |
ความคิดเห็นเกี่ยวกับการศึกษาต่อที่ญี่ปุ่นในภาพรวม |
| |
- ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ปลอดภัย (จากภัยมนุษย์ แต่อาจมีภัยธรรมชาติเยอะสักหน่อย) น่าอยู่ สะดวกสบาย ยิ่งถ้าเป็นตามต่างจังหวัดก็เงียบสงบ ผู้คนใจดี ไม่เร่งรีบ แออัดมากเหมือนในโตเกียว
- ได้เห็น ได้ลอง ได้เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ
- สำหรับคนที่เป็น home sick ก็สามารถกลับบ้านเมืองไทยได้บ่อย เพราะใกล้ ค่าตั๋วก็ไม่แพงมาก (ถ้าหาดีๆ)
- เป็นการเปิดหูเปิดตา รู้จักวิธีการเรียนรู้ การใช้ชีวิต ความมีระเบียบวินัย ความคิดความอ่านของชาวญี่ปุ่นที่ทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศเล็ก แต่เจริญที่สุดประเทศหนึ่ง
- สภาพอากาศก็ไม่หนาวรุนแรงมาก เมื่อเทียบกับประเทศอเมริกา หรือทางแถบยุโรป
- ได้รู้จักเพื่อนต่างชาติ หลากหลายที่มา หลากหลายทัศนคติ
สำหรับข้อเสียก็คือ
- ค่าครองชีพที่นี่ค่อนข้างแพง
- ภาษาอังกฤษเราอาจแย่ลง ไม่ค่อยได้ใช้ หรือชินกับสำเนียงภาษาอังกฤษแบบญี่ปุ่นไป
|
| |
|
 |
สิ่งที่อยากจะบอกกับรุ่นน้องที่สนใจมาศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น
|
| |
ก็เรื่องอาจารย์นี่อยากให้หาข้อมูลมาให้ดี เพราะการเรียนต่อโท หรือเอกที่นี่ จะมีความสุขหรือไม่ จบง่าย ตามกำหนดหรือไม่ ขึ้นกับอาจารย์ หัวข้อเรื่องที่เลือกทำวิจัย เพื่อน และสภาพแวดล้อมใน lab มากๆ และอีกเรื่องก็เรื่องภาษา ก็อยากให้เรียนภาษาญี่ปุ่นมาจากเมืองไทยให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ จะทำให้ชีวิตเราคล่องตัวขึ้นมาก สื่อสารได้ดี รับรู้อะไรใหม่ได้เต็มที่ มีโอกาสมากกว่า แล้วถ้าได้ภาษาก็จะสามารถหางานพิเศษทำ ช่วยแบ่งเบาภาระรายจ่ายได้อีกด้วย |