|
มาเรียนที่ญี่ปุ่นได้อย่างไร |
| |
สอบชิงทุนพานาโซนิคมาครับ ที่จริงตอนแรกหวังว่าอยากไปเรียนที่ญี่ปุ่นมาตลอดตั้งแต่ม.ต้น เพราะได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เขียนโดยอาจารย์สุวินัย ภรณวลัย อดีตนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่น บรรยายถึงชีวิตที่นี่รู้สึกสวยงามมาก ก็เป็นความใฝ่ฝันมาตลอดเกือบสิบปี พอจบม.ปลายก็พยามสอบอยู่สองปีแต่ไม่ติด
ก็ตัดใจเรียนป.ตรีทำเกรดมาเรื่อยๆ จบแล้วก็สมัครทุนมอนบุโช ปีแรกผ่านข้อเขียน ถึงขนาดลาออกจากงานแรกมาสอบสัมภาษณ์แต่ตก...
มาปีที่สองทำงานไปด้วยก็มาสอบอีก พอดีรู้ข่าวทุนพานาโซนิคว่าไม่ได้จำกัดเฉพาะสาขาทางวิศวกรรมไฟฟ้า ก็เลยสมัครด้วยกันสองทุน พอดีผ่านข้อเขียนทุนมอนอีก แต่ประกาศผลว่าได้รับทุนพานาก่อน ก็เลยตัดสินใจขอรับทุนนี้แทนครับ |
| |
|
 |
การเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยของคุณโป้งต้องผ่านขั้นตอนอย่างไรบ้าง |
| |
ขอเรียงเป็นข้อๆ นะครับ
- ในตอนแรกหาข้อมูลก่อนเลย ว่าสาขาที่เรียนมีที่ไหนบ้าง ทั้งจากศูนย์ข่าวสารญี่ปุ่นและเวบไซท์ เข้าไปดูประวัติของอาจารย์ต่างๆ เรียงลำดับชื่ออาจารย์ที่สนใจแล้วส่งอีเมล์ไป ตอนแรกไม่คิดว่าเขาจะรับแต่ได้รับคำตอบเร็วมาก ก็แปลกใจ
- Study Plan นั้นเขียนตั้งแต่ช่วงทำงาน เตรียมตัวนานโดยอ่าน Journal ต่างๆ แล้วหาไอเดียว่าอยากทำอะไร ร่างโครงแล้วค่อยๆ แก้ไปเรื่อยๆ ใช้เวลาประมาณสองสามเดือน
- การสมัครและสอบเข้า ก็เป็นตามขั้นตอนที่มหาวิทยาลัยจะกำหนด พอไปถึงแล้วก็จะทราบเองครับ ก็จะมีการสอบเข้าเหมือนเอนทรานซ์บ้านเรา
สำหรับสายวิทย์ถ้ามีอาจารย์ที่ปรึกษาก็ค่อนข้างแน่นอนว่าอาจารย์จะช่วยดันเข้าเรียนได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับภาควิชาต่างๆ ด้วยว่ามีเกณท์ยังไง อัตราการแข่งขันสูงไหม คนสอบตกก็มีครับ |
| |
|
 |
ทำวิจัยเรื่องอะไร ทำไมจึงเลือกทำวิจัยด้านนี้ หรือเลือกอาจารย์ที่ปรึกษาท่านนี้ |
| |
สาขาปิโตรเลียมเป็นสาขาที่เล็ก มีที่เปิดสอนน้อย นอกจากมหาวิทยาลัยโตเกียวแล้วก็มีวาเซดะ และเกียวโตซึ่งไม่ค่อยตรงนัก อาจารย์ที่ปรึกษาท่านนี้ได้อ่านประวัติแล้วจบมาจากมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด ซึ่งอาจารย์ที่นับถือในภาควิชาจบมา มีผลงานวิจัยออกมามาก และคิดว่าการติดต่อสื่อสารโดยใช้ภาษาอังกฤษช่วยคงไม่ลำบากนัก
หัวข้อวิจัยที่จะทำคือ Enhancing Microbial Gas from Heavy Oil Reservoir ศึกษาเกี่ยวกับการเอาแบคทีเรียไปแตกตัวน้ำมันดิบให้เป็นแก๊สธรรมชาติ หัวข้อจริงๆ นั้นใช้เวลาหาและตัดสินใจนานเพราะแนวกว้าง สุดท้ายพอดีอาจารย์มีโครงการร่วมกับบริษัทก็แนะนำมา เห็นว่าน่าสนใจก็เลยลงตัวพอดี |
| |
|
 |
ความคิดเห็นเกี่ยวกับการเรียนสาขาวิชานี้ที่ญี่ปุ่น |
| |
ต้องยอมรับว่าสาขานี้ที่ดีที่สุดคืออเมริกา แต่โดยที่ตัวเองอยากมาญี่ปุ่นเองก็ถือว่าไม่แย่เกินไปนัก เทียบกับที่เมืองไทยแล้วก็คิดว่าด้านจำนวนคนที่เรียนพอๆ กัน
แถมญี่ปุ่นทรัพยากรน้ำมันก็น้อยกว่าไทยอีก แต่ข้อดีคือเขามีเงินทุนมาก เช่นเครื่องไม้เครื่องมือในแลบ ในเมืองไทยคงซื้อไม่ได้ หรืองบประมาณในการเดินทางไปเก็บตัวอย่างอะไรทำนองนี้ |
|
|
 |
ความคิดเห็นเกี่ยวกับการศึกษาต่อที่ญี่ปุ่นในภาพรวม |
| |
นักเรียนต่างชาติส่วนใหญ่พูดกันโดยทั่วไปว่า Course work ค่อนข้างจะอ่อน ส่วนหนึ่งเพราะถ้าเป็นสายวิทย์หรือไม่ได้มาตั้งแต่ม.ปลาย ภาษาญี่ปุ่นจะไม่ดีมากขนาดฟังเลคเช่อร์ได้หมด และไม่มีข้อบังคับว่าต้องลงวิชาไหนบ้าง นักเรียนส่วนมากเลยเลือกวิชาที่เลคเช่อร์เป็นอังกฤษแทนซึ่งเนื้อหาไม่ค่อยแน่นนัก
หรือถึงแม้เป็นวิชาที่เป็นญี่ปุ่นเองทั่วๆ ไป ก็มักไม่ค่อยมีสอบมักเป็นส่งรายงานตอนจบเทอมแทน ซึ่งว่ากันว่าไม่ยากเท่าไร เลยไม่มีแรงกดดันมาก
ที่นี่เน้นการวิจัยเป็นหลัก คือขอให้มีงานวิจัยที่ดีพอก็สามารถจบได้ จากที่พบมาถึงเป็นคนญี่ปุ่นเองก็ตาม งานวิจัยบางอันแนวคิดและเนื้อหาอ่อนมากก็มี ขึ้นกับตัวบุคคลครับ |
| |
|
 |
สิ่งที่อยากจะบอกกับรุ่นน้องที่สนใจมาศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น
|
| |
พี่เชื่อว่า 90% ของคนที่อ่านอยู่นี้ คืออยากจะมา” อยู่” ที่ญี่ปุ่น เพราะชอบในวัฒนธรรม มากกว่าที่จะอยากมาเรียนตัวเนื้อหาจริงๆ ซี่งไม่ผิดเลย ตัวเองก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่ถ้าได้มาแล้วก็อยากให้ใช้เวลาให้คุ้มที่สุด แบ่งเวลาให้เหมาะ
นอกจากเรียนแล้วก็พยามทำกิจกรรมต่างๆ ท่องเที่ยว ศึกษาผู้คน มากกว่าที่จะทำงานเก็บเงินอย่างเดียว หรือเที่ยวเตร่กินเหล้า คือเถลไถลได้เป็นบางคราวไม่จำเป็นต้องเรียนตลอดเวลาแต่พยามพัฒนาตัวเอง แล้วกลับมาช่วยกันทำเมืองไทยเราให้ดีขึ้นครับ สำหรับคนที่ยังไม่ได้มา จริงๆ แล้วมันไม่ไกลเกินเอื้อมเลย คนที่อยู่ที่นี่ส่วนใหญ่ก็ล้มเหลวมาหลายครั้งกว่าจะมาได้ ขอให้พยายามจริงจัง โชคดีทุกๆ คนครับ |