|
มาเรียนที่ญี่ปุ่นได้อย่างไร |
| |
มาด้วยทุนรัฐบาลญี่ปุ่นครับ เคยสอบครั้งแรกเมื่อตอนอยู่ปี 4 แต่ตกสัมภาษณ์ หลังจากเรียนจบก็ทำงานวิจัยต่อที่มหาลัย และเตรียมตัวสอบในอีก 2 ปีให้หลังครับ |
| |
|
 |
การเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยของคุณกิดต้องผ่านขั้นตอนอย่างไรบ้าง |
| |
เนื่องจากเป็นนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่น ทางกระทรวงจึงได้จัดการให้เป็นส่วนใหญ่ครับ เมื่อมาถึงญี่ปุ่นแล้วก็มีสถานะเป็นนักเรียนวิจัย (non-degree student) ในช่วงนั้นก็เรียนภาษาและเตรียมตัวสอบเข้าครับ
การสอบก็คงจะแตกต่างไปตามคณะและมหาวิทยาลัย สำหรับผม ต้องสอบวิชาพื้นฐานสองวิชา (เลือกสอบจาก5วิชา) เป็นข้อเขียน และต้องสอบภาษาอังกฤษ ซึ่งต้อง อ่านจับใจความ รวมทั้งแปลประโยคจากภาษาอังกฤษเป็นญี่ปุ่น และจากญี่ปุ่นเป็นอังกฤษ ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง จริงๆ แล้วคะแนนส่วนนี้คงไม่มีผลมากสำหรับนักเรียนต่างชาติครับ สุดท้ายก็ต้อง สอบสัมภาษณ์ และ นำเสนองานวิจัยที่เคยทำมาตอนจบปริญญาตรี สั้นๆ ครับ
|
| |
|
 |
ทำวิจัยเรื่องอะไร ทำไมจึงเลือกทำวิจัยด้านนี้ หรือเลือกอาจารย์ที่ปรึกษาท่านนี้ |
| |
หัวข้อวิจัยที่ทำอยู่ก็คือ computer vision based weed detection system เป้าหมายก็คือเพื่อพัฒนาระบบหรือหุ่นยนต์ที่สามารถตรวจหาวัชพืช และทำการกำจัดได้โดยอัตโนมัติ ซี่งระบบนี้จะช่วยลดการใช้สารเคมีในการกำจัดวัชพืชได้ครับ
ที่เลือกทำหัวข้อนี้ ในตอนแรกก็เพราะอยากจะนำความรู้ที่ตัวเองเรียนมา มาประยุกต์แก้ปัญหาด้านการเกษตร ซี่งเป็นผลผลิตหลักของประเทศ แต่เนื่องจากยังหาสวนเกษตรสำหรับถ่ายรูปทำงานวิจัยไม่ได้ จีงเปลี่ยนมาเป็นการกำจัดวัชพืชในสนามหญ้าแทนครับ ก็ท้าทายดีครับ
สำหรับการเลือกอาจารย์ ก็ดูจากเว็บไซต์ของแต่ละห้องปฏิบัติการ ว่าเค้าทำวิจัยสาขาไหน เกี่ยวข้องกับที่เราอยากทำไหม ดูผลงานวิจัยที่เคยตีพิมพ์ ครับ อีกอย่างหนึ่งที่เลือกดู ก็คือ เว็บไซต์ และผลวิจัยเป็นภาษาอังกฤษมากน้อยแค่ไหน เพราะ ในตอนแรก(สำหรับคนที่ยังไม่รู้ภาษาญี่ปุ่น) ก็ต้องติดต่อกับอาจารย์เป็นภาษาอังกฤษครับ และก็จะได้ศึกษาผลงานวิจัยของห้องปฏิบัติการนั้นๆ ได้อีกด้วย |
| |
|
 |
ความคิดเห็นเกี่ยวกับการเรียนสาขาวิชานี้ที่ญี่ปุ่น |
| |
ก็คิดว่าดีครับ แน่นอนว่าญี่ปุ่นก็คงไม่เป็นรองใครในด้านเทคโนโลยี ระบบอัตโนมัติ หรือหุ่นยนต์อยู่แล้ว เครื่องมือ ตำรา ก็มีพร้อมครับ |
|
|
 |
ความคิดเห็นเกี่ยวกับการศึกษาต่อที่ญี่ปุ่นในภาพรวม |
| |
แน่นอนว่าแต่ละที่ก็คงมีจุดเด่นต่างกัน อยู่ที่เราจะรู้จักมองที่จุดเด่นนั้นๆ และเลือกที่จะเรียนรู้ สำหรับญี่ปุ่น การเรียนในภาคทฤษฏีนั้น คงไม่ใช่จุดเด่น ถ้าเปรียบเทียบกับเมืองไทยแล้ว เมืองไทยเรียนยากกว่าเยอะครับ
การวัดผลโดยส่วนใหญ่เป็นรายงานมากกว่าการสอบ ชั่วโมงการเรียนก็ไม่เยอะ แต่จุดที่เด่นของญี่ปุ่นก็คือ การทำวิจัยและสัมมนาครับ หัวข้อวิจัย จุดมุ่งหมาย และวิธีการนั้น เรามีโอกาสได้คิดเองทั้งหมด โดยมีอาจารย์คอยให้คำแนะนำเท่านั้น เราสามารถคิด ทำ แก้ปัญหา ได้ด้วยตัวเอง และนำเสนอความก้าวหน้าในชั่วโมงสัมมนาครับ อาจารย์และเพื่อนๆ ก็คอยให้คอมเมนต์ ซี่งจะทำให้งานวิจัยก้าวหน้าไปได้เร็วครับ สรุปได้ว่าจุดเด่นของญี่ปุ่นก็คือ การได้ลงมือปฏิบัติจริงครับ
|
| |
|
 |
สิ่งที่อยากจะบอกกับรุ่นน้องที่สนใจมาศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น
|
| |
ศึกษาภาษาญี่ปุ่นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ ตำรา บทความวิจัยภาษาญี่ปุ่นที่น่าสนใจมีเยอะครับ และแน่นอน มันจะช่วยให้เราใช้ชีวิตในญี่ปุ่นได้อย่างสะดวกสบาย และสนุกสนานครับ
|