ชื่อจริง : วินัดดา วงศ์วิริยะพันธ์
ชื่อเล่น : ปอย
   
มัธยมปลาย  โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ภาษาญี่ปุ่น - The Japanese Language School of the Internatioal Students Institute (ISI) (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น the Japanese Student Services Organization Tokyo Japanese Language Education Center )        
   
ปริญญาตรี Department of Electronic Engineering,
Osaka University
   
ปริญญาโท Department of Electronic Engineering,
Osaka University
   
ปริญญาเอก Division of Electrical, Electronic,
Information Engineering, Osaka University
   
  หัวข้อวิจัย :  Carbon Nanotube: Synthesis and Application to Gas Sensor


มาเรียนที่ญี่ปุ่นได้อย่างไร
  มาเรียนญี่ปุ่นด้วยทุนรัฐบาลไทย สอบชิงทุนตอนเรียนชั้นม. ปลาย และได้ทุนมาศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี-โท-เอก
   
การเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยของคุณปอยต้องผ่านขั้นตอนอย่างไรบ้าง
 

การสอบเข้าปริญญาตรี: ก่อนจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย  เรียนภาษาที่โรงเรียนภาษาก่อนเป็นเวลา 1 ปีครึ่ง โดยโรงเรียนภาษานั้นทางสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนไทย เป็นผู้จัดหาให้

ที่โรงเรียนภาษานั้นจะเรียนทั้งวัน โดยภาคเช้าจะเรียนภาษาญี่ปุ่น ช่วงภาคบ่ายเรียนวิชาทั่วไปเพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย

การสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในสมัยนั้น (ปี 1999) นักเรียนต่างชาติจะต้องสอบ 2 ข้อสอบ คือ สอบวัดความรู้ภาษาญี่ปุ่น และสอบวิชาสามัญ (คล้ายข้อสอบเอ็นทรานซ์ มีวิชาคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี หรือ ชีววิทยา และ ภาษาอังกฤษ) โดยจะสอบช่วงเดือน ธันวาคม แต่ปัจจุบัน ภาษาญี่ปุ่น ถูกนำไปรวมกับข้อสอบวิชาสามัญ

หลังจากนั้นเราก็ไปดูระเบียบของมหาวิทยาลัยที่เราจะเข้า โดยบางมหาวิทยาลัยจะกำหนดว่า ต้องได้คะแนนวัดความรู้ภาษาญี่ปุ่น และวิชาสามัญเท่าไหร่ ถึงจะมีสิทธิ์สมัครสอบได้ หากเรามีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ก็ดำเนินการสมัครเข้ามหาวิทยาลัย แต่ละมหาวิทยาลัย อาจจะมีรายละเอียดปลีกย่อยต่างกัน แต่โดยส่วนใหญ่แล้วก็คือ จะมีการสอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์ และส่วนใหญ่จะมีข้อสอบสำหรับนักเรียนต่างชาติโดยเฉพาะ

การสอบเข้าระดับปริญญาตรี สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ตั้งใจเรียนที่โรงเรียนภาษา และทำคะแนนภาษาญี่ปุ่นและวิชาสามัญให้ได้ดีที่สุด

การสอบเข้าปริญญาโท: ช่วงเวลาของการสอบ คือ ช่วงเดือนกันยายน ในขณะเรียนปริญญาตรีปี 4  มีสอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์ ตอนที่ตัวเองสอบนั้น สอบรวมกับนักเรียนญี่ปุ่น แต่มีสิทธิ์ขอใช้ข้อสอบภาษาอังกฤษได้ เมื่อสอบผ่านเรียบร้อยแล้ว จึงเลือกเข้าห้องแลปที่เราสนใจ
   
ทำวิจัยเรื่องอะไร ทำไมจึงเลือกทำวิจัยด้านนี้ หรือเลือกอาจารย์ที่ปรึกษาท่านนี้
 

ทำวิจัยเกี่ยวกับ Carbon Nanotube: Synthesis and Application to Gas Sensor  เลือกทำวิจัยด้านนี้เพราะสนใจใน carbon naotube ซึ่งเป็น material ใหม่ ถูกค้นพบเมื่อปี 1990 โดยอาจารย์ Sumio Iijima ทางอาจารย์ที่ปรึกษา ก็เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสาขานี้ และที่ห้องแลปก็มีอุปกรณ์ และทุนวิจัยรองรับอย่างเพียงพอ

นอกจากนี้อาจารย์ที่ปรึกษาก็สนับสนุนให้นักเรียนได้มีอิสระในการทำวิจัยอย่างเต็มที่ และสนับสนุนให้นักเรียนได้เข้าร่วมงานสัมมนาวิชาการทั้งในและต่างประเทศ

   
ความคิดเห็นเกี่ยวกับการเรียนสาขาวิชานี้ที่ญี่ปุ่น
  สำหรับงานวิจัยเกี่ยวกับ Carbon Nanotube นั้น เนื่องจาก Carbon Nanotube ถูกค้นพบโดยชาวญี่ปุ่น และทางรัฐบาลญี่ปุ่นก็ได้ให้การสนับสนุนงานด้านวิจัยอย่างเต็มที่ ทำให้งานในสาขานี้ได้รับความสนใจและพัฒนาอย่างรวดเร็วไม่แพ้ประเทศอื่นๆ

นอกจากนี้ ยังมีการจัดงานสัมมนาวิชาการในประเทศต่อปีบ่อยครั้ง คิดว่าเป็นจุดผลักดัน ให้ผลงานวิจัยผลิตออกมาอย่างรวดเร็ว

 

 
ความคิดเห็นเกี่ยวกับการศึกษาต่อที่ญี่ปุ่นในภาพรวม
 

ในมุมมองของนักเรียนที่เรียนสายวิทยาศาสตร์แล้ว คิดว่าประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศที่มีความพร้อมทั้งทางด้านงบประมาณและอุปกรณ์ที่สนับสนุนการวิจัยอย่างมาก ได้มีโอกาสเรียน และทำวิจัยกับอาจารย์ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญโดยตรง มีการตื่นตัวและแข่งขันกันตลอดเวลา  

นอกจากการเรียนในห้องเรียนแล้ว เรายังจะได้มีโอกาสเรียนรู้วัฒนธรรมอันเก่าแก่ที่คนญี่ปุ่นรักษาไว้ควบคู่ไปกับความเจริญทางด้านเทคโนโลยี ได้เห็นความขยันหมั่นเพียร และ ความมีระเบียบวินัยของคนญี่ปุ่นที่น่าเอาเป็นตัวอย่าง

   

สิ่งที่อยากจะบอกกับรุ่นน้องที่สนใจมาศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น

 

สำหรับน้องๆๆ ที่สนใจที่จะมาศึกษาต่อคิดว่า คงมีความพร้อมด้านความรู้ความสามารถอยู่แล้ว ก็ อยากให้น้องๆ เตรียมความพร้อมด้านจิตใจมาด้วย

เมื่อมาตอนแรก อาจจะมีปัญหา ด้านภาษา ความเหงา หรือปัญหาความแตกต่างในนิสัยใจคอระหว่างคนไทย และคนญี่ปุ่น  ความขยัน อดทน และความพยายาม จะทำให้น้องๆ ประสบความสำเร็จค่ะ


กลับ

 

Copyright©2009 Lighthouse Info Service Co, Ltd. All rights reserved.