|
มาเรียนที่ญี่ปุ่นได้อย่างไร |
| |
ตอนอยู่ ปี4 ประมาณเดือนมิถุนายนจะมีการสอบเพื่อชิงทุนการศึกษาเพื่อเรียนต่อประเทศญี่ปุ่นของกระทรวงศึกษาธิการฯ ญี่ปุ่น ที่สำนักงานข่าวสารญี่ปุ่น ซึ่งทุนนี้จะค่อนข้างดีตรงที่ว่าไม่มีข้อผูกมัดในการใช้ทุนคือหมายความว่าเค้าให้ฟรีๆ นั่นเอง
เมื่อสอบข้อเขียนติดแล้ว ก็จะเป็นการสอบสัมภาษณ์ ซึ่งเมื่อผ่านเรียบร้อยแล้ว หลังจากประกาศว่าได้รับทุนแล้ว ทางสถานทูตจะให้เราทำการติดต่ออาจารย์ที่ปรึกษาด้วยตนเอง โดยส่วนใหญ่ก็จะรู้จักอาจารย์แต่ละคน ผ่านทางการอ่านงานวิจัยของเขาที่เราสนใจ หรือ กลับไปปรึกษากับอาจารย์ที่จุฬาที่จบจากญี่ปุ่น
หลังจากนั้นพอได้รับจดหมายตอบรับจากทางอาจารย์ที่ญี่ปุ่นแล้ว ก็นำไปยื่นที่สถานทูต ในกรณีที่ไม่สามารถติดต่อที่เรียนด้วยตนเองได้ ทางสถานทูตก็จะทำการจัดให้เข้ามหาวิทยาลัยแต่ละที่ตามความเหมาะสม |
| |
|
 |
การเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยของคุณเต้ต้องผ่านขั้นตอนอย่างไรบ้าง |
| |
หลังจากมาถึงญี่ปุ่นแล้ว ก็เข้าเป็นนักศึกษาวิจัยของมหาลัยที่เราจะทำการสอบเข้าเพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ดังนั้นช่วงปีแรกที่อยู่ญี่ปุ่นก็จะเป็นการเรียนภาษาญี่ปุ่นแล้วก็เตรียมตัวสำหรับการสอบเข้า ซึ่งก็ยากพอสมควรเนื่องมาจากเนื้อหาที่เรียนที่เมืองไทยกับที่ญี่ปุ่นค่อนข้างต่างกันพอสมควร ทำให้ต้องมีการถามหาข้อสอบเข้ามหาลัยของปีที่ผ่านๆ มา จากเพื่อนๆ ชาวญี่ปุ่นมาดูประกอบบ้าง |
| |
|
 |
ทำวิจัยเรื่องอะไร ทำไมจึงเลือกทำวิจัยด้านนี้ หรือเลือกอาจารย์ที่ปรึกษาท่านนี้ |
| |
ทำวิจัยเรื่องเกี่ยวกับการผลิตและปรับปรุงสภาพผิวอนุภาคระดับนาโน เหตุที่สนใจงานทางด้านนี้เพราะว่า สาขานาโนเทคโนโลยีเป็นศาสตร์ใหม่ที่ ค่อนข้างต้องอาศัยองค์ความรู้จากหลายๆ ศาสตร์มารวมกัน อย่างเช่น งานที่ทำอยู่ตอนนี้ เรากำลังพยายามผลิตยาในระดับนาโนที่มีสภาพผิวพิเศษซึ่งเมื่อเข้าไปในร่างกายแล้ว ยาจะฉลาดพอที่จะเคลื่อนตัวไปยังบริเวณที่ต้องการการรักษาได้เอง
การที่จะมาเริ่มงานวิจัยทางด้านนี้แล้ว ทำให้เราต้องเริ่มหาความรู้ทางเกี่ยวกับทางด้านชีววิทยาเพิ่มเติม รวมทั้งศัพท์ทางแพทย์ต่างๆ ด้วย ประกอบกับที่ตัวเองเป็นคนที่ชอบหาความรู้ในศาสตร์อื่นๆ อยู่เสมอ เลยคิดว่าการมาเรียนอะไรใหม่ๆ ที่เมืองไทยไม่มีก็น่าสนใจดี
ส่วนเหตุผลที่มาเรียนกับอาจารย์ท่านนี้ก็เพราะว่า เราเคยอ่านงานวิจัยของเค้าแล้วเกิดสนใจ คิดว่าน่าจะให้คำแนะนำ ติชม เพื่อพัฒนางานของเราไปได้ |
| |
|
 |
ความคิดเห็นเกี่ยวกับการเรียนสาขาวิชานี้ที่ญี่ปุ่น |
| |
การมาศึกษาและทำวิจัยต่อในด้านนี้ก็เหมือนเป็นศาสตร์รวมระหว่างวิศวกรรมศาสตร์และแพทยศาสตร์ ซึ่งหลายๆ ประเทศเรียกศาสตร์นี้ว่า Biomedical Engineering แต่ในประเทศไทยนั้นยังไม่ทราบว่ามีที่ใดเปิดสอน ประกอบกับที่ญี่ปุ่นมีบริษัทยาใหญ่ๆ ระดับโลกอยู่ค่อนข้างเยอะ การมาเรียนศาสตร์นี้ที่นี้จึงถือว่าเป็นเรื่องน่าสนใจ |
|
|
 |
ความคิดเห็นเกี่ยวกับการศึกษาต่อที่ญี่ปุ่นในภาพรวม |
| |
ค่อนข้างแตกต่างกับการเรียนที่ไทย ก็คือ การเรียนในห้องเรียนสำหรับคนที่นี้ถือว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ เค้าเน้นการทำวิจัยมากกว่า เพราะฉะนั้นความรู้ที่เราจะได้ส่วนใหญ่ก็จะมาจากการศึกษาด้วยตัวเองผ่าน การอ่านวารสารทางวิชาการต่างๆ และการพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกับเพื่อนร่วมงาน หรือ อาจารย์ที่ปรึกษา
การเรียนที่นี้ค่อนข้างมีความอิสระสูง เพราะฉะนั้น คนที่จะมาเรียนที่นี้ให้ประสบความสำเร็จ ความรับผิดชอบเป็นเรื่องสำคัญมากครับ |
| |
|
 |
สิ่งที่อยากจะบอกกับรุ่นน้องที่สนใจมาศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น |
| |
พี่คิดว่าการไปศึกษาต่อต่างประเทศไม่ว่าที่ไหน สื่งที่เราจะได้ก็เหมือนกัน คือการได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ การได้ฝึกปรับตัวเข้ากับสภาวะแวดล้อมใหม่ที่ไม่คุ้นเคย เป็นต้น
ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศหนึ่งที่มีหลายๆ อย่างน่าสนใจครับ วัฒนธรรมและภาษาที่เป็นเอกลักษณ์ อาหารอร่อย ถ้าน้องๆ คนไหนอยากหาความแปลกใหม่ นอกเหนือจากกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก เช่น อเมริกา ออสเตรเลีย และอังกฤษ แล้ว ชอบอะไรที่เป็นเอเชียเอเชียแล้ว ญี่ปุ่นกเป็นประเทศหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับการมาศึกษาต่อครับ |