ชื่อจริง : วรวุฒิ  เต็มภูวภัทร์
ชื่อเล่น : เต้
   
มัธยมปลาย  สายวิทย์
โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
ปริญญาตรี สาขา วิศวกรรมเคมี  คณะ วิศวกรรมศาสตร์               
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
   
  หัวข้อวิจัย :  Mathematical modeling of mass transfer of soaking water though natural polymer
   
ปริญญาโท สาขา วิศวกรรมเคมี  คณะ วิศวกรรมศาสตร์            
มหาวิทยาลัย โตเกียว
   
  หัวข้อวิจัย :  Nanoparticle processing using supercritical fluid technology


มาเรียนที่ญี่ปุ่นได้อย่างไร
  ตอนอยู่ ปี4 ประมาณเดือนมิถุนายนจะมีการสอบเพื่อชิงทุนการศึกษาเพื่อเรียนต่อประเทศญี่ปุ่นของกระทรวงศึกษาธิการฯ ญี่ปุ่น ที่สำนักงานข่าวสารญี่ปุ่น ซึ่งทุนนี้จะค่อนข้างดีตรงที่ว่าไม่มีข้อผูกมัดในการใช้ทุนคือหมายความว่าเค้าให้ฟรีๆ นั่นเอง

เมื่อสอบข้อเขียนติดแล้ว ก็จะเป็นการสอบสัมภาษณ์ ซึ่งเมื่อผ่านเรียบร้อยแล้ว หลังจากประกาศว่าได้รับทุนแล้ว ทางสถานทูตจะให้เราทำการติดต่ออาจารย์ที่ปรึกษาด้วยตนเอง โดยส่วนใหญ่ก็จะรู้จักอาจารย์แต่ละคน ผ่านทางการอ่านงานวิจัยของเขาที่เราสนใจ หรือ กลับไปปรึกษากับอาจารย์ที่จุฬาที่จบจากญี่ปุ่น

หลังจากนั้นพอได้รับจดหมายตอบรับจากทางอาจารย์ที่ญี่ปุ่นแล้ว ก็นำไปยื่นที่สถานทูต  ในกรณีที่ไม่สามารถติดต่อที่เรียนด้วยตนเองได้ ทางสถานทูตก็จะทำการจัดให้เข้ามหาวิทยาลัยแต่ละที่ตามความเหมาะสม
   
การเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยของคุณเต้ต้องผ่านขั้นตอนอย่างไรบ้าง
 

หลังจากมาถึงญี่ปุ่นแล้ว ก็เข้าเป็นนักศึกษาวิจัยของมหาลัยที่เราจะทำการสอบเข้าเพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ดังนั้นช่วงปีแรกที่อยู่ญี่ปุ่นก็จะเป็นการเรียนภาษาญี่ปุ่นแล้วก็เตรียมตัวสำหรับการสอบเข้า  ซึ่งก็ยากพอสมควรเนื่องมาจากเนื้อหาที่เรียนที่เมืองไทยกับที่ญี่ปุ่นค่อนข้างต่างกันพอสมควร ทำให้ต้องมีการถามหาข้อสอบเข้ามหาลัยของปีที่ผ่านๆ มา จากเพื่อนๆ ชาวญี่ปุ่นมาดูประกอบบ้าง

   
ทำวิจัยเรื่องอะไร ทำไมจึงเลือกทำวิจัยด้านนี้ หรือเลือกอาจารย์ที่ปรึกษาท่านนี้
 

ทำวิจัยเรื่องเกี่ยวกับการผลิตและปรับปรุงสภาพผิวอนุภาคระดับนาโน  เหตุที่สนใจงานทางด้านนี้เพราะว่า สาขานาโนเทคโนโลยีเป็นศาสตร์ใหม่ที่ ค่อนข้างต้องอาศัยองค์ความรู้จากหลายๆ ศาสตร์มารวมกัน  อย่างเช่น งานที่ทำอยู่ตอนนี้ เรากำลังพยายามผลิตยาในระดับนาโนที่มีสภาพผิวพิเศษซึ่งเมื่อเข้าไปในร่างกายแล้ว ยาจะฉลาดพอที่จะเคลื่อนตัวไปยังบริเวณที่ต้องการการรักษาได้เอง

การที่จะมาเริ่มงานวิจัยทางด้านนี้แล้ว ทำให้เราต้องเริ่มหาความรู้ทางเกี่ยวกับทางด้านชีววิทยาเพิ่มเติม รวมทั้งศัพท์ทางแพทย์ต่างๆ ด้วย ประกอบกับที่ตัวเองเป็นคนที่ชอบหาความรู้ในศาสตร์อื่นๆ อยู่เสมอ เลยคิดว่าการมาเรียนอะไรใหม่ๆ ที่เมืองไทยไม่มีก็น่าสนใจดี

ส่วนเหตุผลที่มาเรียนกับอาจารย์ท่านนี้ก็เพราะว่า  เราเคยอ่านงานวิจัยของเค้าแล้วเกิดสนใจ คิดว่าน่าจะให้คำแนะนำ ติชม เพื่อพัฒนางานของเราไปได้

   
ความคิดเห็นเกี่ยวกับการเรียนสาขาวิชานี้ที่ญี่ปุ่น
  การมาศึกษาและทำวิจัยต่อในด้านนี้ก็เหมือนเป็นศาสตร์รวมระหว่างวิศวกรรมศาสตร์และแพทยศาสตร์ ซึ่งหลายๆ ประเทศเรียกศาสตร์นี้ว่า  Biomedical Engineering แต่ในประเทศไทยนั้นยังไม่ทราบว่ามีที่ใดเปิดสอน ประกอบกับที่ญี่ปุ่นมีบริษัทยาใหญ่ๆ ระดับโลกอยู่ค่อนข้างเยอะ การมาเรียนศาสตร์นี้ที่นี้จึงถือว่าเป็นเรื่องน่าสนใจ

 

 
ความคิดเห็นเกี่ยวกับการศึกษาต่อที่ญี่ปุ่นในภาพรวม
 

ค่อนข้างแตกต่างกับการเรียนที่ไทย ก็คือ การเรียนในห้องเรียนสำหรับคนที่นี้ถือว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ เค้าเน้นการทำวิจัยมากกว่า  เพราะฉะนั้นความรู้ที่เราจะได้ส่วนใหญ่ก็จะมาจากการศึกษาด้วยตัวเองผ่าน การอ่านวารสารทางวิชาการต่างๆ และการพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกับเพื่อนร่วมงาน หรือ อาจารย์ที่ปรึกษา  

การเรียนที่นี้ค่อนข้างมีความอิสระสูง เพราะฉะนั้น คนที่จะมาเรียนที่นี้ให้ประสบความสำเร็จ ความรับผิดชอบเป็นเรื่องสำคัญมากครับ

   

สิ่งที่อยากจะบอกกับรุ่นน้องที่สนใจมาศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น

 

พี่คิดว่าการไปศึกษาต่อต่างประเทศไม่ว่าที่ไหน สื่งที่เราจะได้ก็เหมือนกัน คือการได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ การได้ฝึกปรับตัวเข้ากับสภาวะแวดล้อมใหม่ที่ไม่คุ้นเคย เป็นต้น

ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศหนึ่งที่มีหลายๆ อย่างน่าสนใจครับ วัฒนธรรมและภาษาที่เป็นเอกลักษณ์  อาหารอร่อย  ถ้าน้องๆ คนไหนอยากหาความแปลกใหม่ นอกเหนือจากกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก เช่น  อเมริกา ออสเตรเลีย และอังกฤษ แล้ว ชอบอะไรที่เป็นเอเชียเอเชียแล้ว ญี่ปุ่นกเป็นประเทศหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับการมาศึกษาต่อครับ


กลับ

 

Copyright©2009 Lighthouse Info Service Co, Ltd. All rights reserved.