ตอนที่ 1

Leaving on a jet plane


ออกเดินทางไปญี่ปุ่น...

จริง ๆ ก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรซักเท่าไหร่ สบาย ๆ ความรู้สึกแบบคนว่างงาน กำลังจะมีงานใหม่ทำ ตื่นเต้นกับอะไรใหม่ๆ นิดๆ รู้สึกท้าทายและอยากรู้อยากเห็น

ตอนเช้าไปรพ. คามิลเลียน เพื่อจะตัดไหมแผลแตกที่หางคิ้ว ( อยากให้มันเรียบร้อยที่นี่)
หมอบอกแผลยังไม่แห้ง (เค้าบอกต้องรอประมาณ 5-7 วันให้แผลแห้ง แต่นี่แค่ 3 วันก็เลยเป็นงี้แหละ)
เอาไว้ไปทำที่ญี่ปุ่นละกัน - ( น่าแปลกที่พวกนางพยาบาลสามารถจำได้ - หลังจากเมื่อ 3 วันก่อนที่มาเย็บแผลตอน 2-3 ทุ่ม ว่าบอยกำลังจะไปญี่ปุ่นและหัวแตกเพราะเล่นกีฬามา - แต่จำชื่อไม่ได้นะ)

ออกจากบ้านประมาณห้าโมง ขลุกขลักเล็กน้อยแต่ไม่มีป้ญหาอะไร แล้วก็มาลุ้นระทึกตอนชั่งกระเป๋า



ซัดไป 52 กิโลถ้วน – กะว่าถ้าเค้าจะเก็บเงินเพิ่มค่อยขนออก หลังจากชั่งกระเป๋า เจ้าหน้าที่ก็โทรศัพท์ไปหาหัวหน้าเค้ามั้ง ปรึกษา บลาๆๆๆๆ
สรุป - ผ่านไปทั้ง 52 กิโลจ้า แหร่มเล้ยยยย (รอดดด)

หลังจากนั้นก็ยกขบวนไปถ่ายรูปอย่างสนุกสนานตรงทางก่อนเข้าไปตรวจหนังสือเดินทาง

ไม่รู้ทำไมบ่อน้ำตามันแตกง่ายนัก กินข้าว พูดคุย ถ่ายรูป เฮฮา แต่เวลาจะบอกลาเนี่ย อะไรๆ(ก็ไม่รู้) มันก็เอ่อล้นขึ้นมาจนมันพูดไม่ออก อ้าปากปุ๊บ น้ำตาก็พร้อมจะไหลปั๊บ พยายามหลายทีก็ยังพูดไม่ออก จนเวลากระชั้นเข้ามาก็ต้องรีบไป

เดิน ๆ ๆ ๆ ๆ



แล้วก็มาถึง ประตู(สู่ชีวิตใหม่ - ไม่ได้ไปเกิดใหม่นะ!! เอ้าาตึ่ง โป๊ะ!!!)


บินขึ้นเลทนิดหน่อย เพราะว่ามีผู้โดยสารไม่มาขึ้นเครื่อง 2 คนแต่มีการโหลดกระเป๋าขึ้นมา เค้าจึงต้องค้นหาเพื่อเอากระเป๋าของ2 คนนั้นออกมาก่อน เพื่อความเซฟตี้ของคนที่เหลือ (เครื่องออกบินตอนประมาณ 4 ทุ่ม 40 ครับ)

หลังจากบินขึ้นได้ซักพัก กัปตันก็แจ้งว่าเราต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชม. ซึ่งเวลาที่ญี่ปุ่นเร็วกว่าของเราประมาณ 2 ชม. นั่นหมายความว่าเราจะเดินทางถึงที่หมายเช้าตอนประมาณ 6 โมงครึ่งครับผม อากาศสดใส ท้องฟ้าเป็นใจ ผมดีใจมากที่ได้ทำหน้าที่นี้ บลาๆๆๆๆ ตึ่ง ตึง ตึ๊งงงงง

จากนั้นก็มี น้ำและของว่างมาเสริฟ เป็นแซนวิชใส้ผักกับไก่อบเป็นเส้นๆ มั้ง ซัดไป 2 ยังไม่ทันไรทั้งเครื่องก็ไหววูบไปมา น้ำเกือบหกแน่ะ มีการตกหลุมอากาศเพราะผ่านตรงอากาศแปรปรวนมั้ง (ไหนบอกอากาศสดใสไงฟระ - มิน่าเค้าถึงว่าพยากรณ์อากาศไทยเชื่อไม่ได้ :D) แล้วก็มีการตกหลุมอากาศเป็นระลอกๆ ประมาน 10 -15 นาทีพอเป็นกระษัยแล้วก็ไม่มีอะไรตื่นเต้นอีก

แล้วก็นั่งหลับๆตื่นๆ (จริงๆไม่ได้หลับหรอก นั่งอ่านหนังสือ-มันนอนไม่หลับอ่ะ) แน่นอนครับพอกำลังจะหลับก็มาปลุกกินข้าว แง้วววว


อาหารบนเครื่อง...

มีเมนูให้เลือก 2 อย่าง : ออมเล็ทกับผัก และ ปลาซาบะในซอสมิโสะพร้อมข้าว


บอยเลือกอะไร เชิญชมจ้า  


เรียบร้อยหายห่วง (ปลาซาบะในมิโสะ อร่อยกว่าที่คิด!!!)



หลังจากกินข้าวอิ่มซักพักก็ได้เวลา landing


Welcome to Japan ...

รูปเครื่องที่บินมาจ้า


แล้วก็ผ่านขั้นตอนต่างๆมาได้โดยไม่มีปัญหา ไม่โดนตรวจค้นอะไรจ้า- บอยบอกแล้วว่า หน้าตาไม่มีปัญหา(ไม่มีปัญญาด้วย) แต่มีแค่อย่างเดียวที่มีปัญหา คือกระเป๋าหนูมีปากแง้วอ่ะ เซ็งจิต...


จากนั้นก็มาซื้อตั๋ว Limousine Bus เพื่อไปเจอเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนที่จะมารับที่ โรงแรม Tokyo Pacific Hotel - บัตรราคา 3,000 เยนจ้า (พนักงานพูดอังกฤษได้นิดหน่อย ไม่ยากๆ)


(การเดินทางโดย Limousine Bus เพื่อเข้าไปยังโตเกียว ถือว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สะดวกสบายและมีความคุ้มค่ามาก ๆ เพราะเราสามารถเอากระเป๋าเดินทางใส่ไปในรถแล้วก็นั่งสบาย ๆได้ตลอดทาง รอจนกว่ารถจะไปถึงที่จุดนัดพบที่เจ้าหน้าที่จากโรงเรียนจะมารอรับ หรือสำหรับคนที่ต้องไปที่หอเอง ก็สามารถนั่งรถมาลงยังสถานที่ ที่ใกล้หอ/สถานีรถไฟที่ใกล้หอ (หรือจุดนัดพบ) ที่ใกล้ที่สุด แล้วค่อยต่อรถไฟหรือแท๊กซี่ต่อไปยังหอพักอีกที (ถ้าแบกสัมภาระไหวนะ) แต่ถ้าสัมภาระน้อย ๆ หรือไม่มากนักก็สามารถนั่งรถไฟรวดเดียวเพื่อเข้าไปยังตัวเมืองได้เลย)


แล้วก็มารอที่ป้ายจอดรถ ซึ่งมีป้ายบอกทั้งเวลา(ที่รถจะมาที่ป้าย) และสถานที่ ครบ


เมื่อเข็นรถเข็นกระเป๋ามารอที่ป้ายจอดรถ เจ้าหน้าที่ก็เข้ามาทักทายและติดเบอร์ที่กระเป๋าให้ แน่นอนครับ ด้วยความเอาใจใส่ของคนญี่ปุ่น ทำให้เค้าไม่สามารถนิ่งนอนใจต่อสภาพกระเป๋าพูดได้ของบอยได้ เค้าหายไปพักนึงและกลับมาพร้อมเทปกาวในมือ ผลที่ได้คือ



พอขึ้นรถก็ได้คุยกับ ปู ที่เราจะไปเรียนที่เดียวกัน (รู้จักกันนิดหน่อยแล้วตอนไปปฐมนิเทศที่เมืองไทย)
ตกลงปู อยู่เอแบคเหมือนกัน รหัส 461( รู้สึกแก่ว่ะ) เหตุผลที่มาเรียนคล้ายกัน คืออยากได้อีกภาษา บลาๆๆ

แล้วก็มาถึงสถานที่นัดพบ(ไม่ได้ถ่ายรูปไว้) โทรหาเจ้าหน้าที่โรงเรียน แล้วเราก็ได้เจอเค้า-ชื่อ ซึนะซัง (ไม่ได้ถ่ายรูปไว้อีกแล้ว) และรอนักเรียนอีก 1 คนจากพม่า ระหว่างนั้น ซึนะซังก็มอบกุญแจห้องให้และบอกว่าวันนี้จะทำอะไรบ้าง - เอาของไปเก็บที่ห้อง แล้วเค้าจะพาขึ้นรถไฟไปโรงเรียน ลงทะเบียนเข้าเรียน.... แค่เนี๊ย.....

ไม่นานอีกคนก็มา ถามไถ่ ทำความรู้จัก (แน่นอน ภาษาอังกฤษล้วนๆ) เค้าชื่อว่าเกาเมี๊ย อายุ 20 มาจากพม่า เรียนจบโรงเรียนภาษาญี่ปุ่นที่นั่น สอบได้ระดับสองแล้ว(นิคิว) ต้องการมาเรียนที่นี่ให้ได้ระดับ 1 และจะเข้ามหาลัยญี่ปุ่น (โอวว จ็อดด นายแน่มาก) ...

Updated : 27 / 11 / 2008

ตอนที่ 2 : ห้องหอรอรัก




Copyright 2008 Lighthouse Info Service Co, Ltd. All rights reserved.

ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นเจเอ็ดดูเคชั่น
ชั้น 23 อาคารลิเบอร์ตี้สแควร์ ถ.สีลม บางรัก กรุงเทพฯ
โทร. 02-2677726 ต่อ 101-104
Email : ask@jeducation.com