ตอนที่ 9

สุขภาพดี และโชคดี ที่ศาลเจ้า Meiji ณ Yoyogi Koen


วันนี้ตื่นเที่ยงอีกละ (เวลาทำการในทุกวันนี้)
(สองสามวันมานี้จะตื่นมาเองตอนเกือบ ๆ เก้าโมงทุกวัน ไม่รู้ทำไม แล้วก็นอนต่อ อืมมม เกือบละ เกือบจะดูดีละ)

สรุป ลุกมาอีกทีประมาณสิบเอ็ดโมงกว่า ก็ล้างหน้าแปรงฟัน เอาหนังสือ Conversation ไปอ่านในส้วม
(เมื่อคืนลมแรงแล้วก็ หนาวค่อดๆ ปกติบอยเปิดหน้าต่างนอนทุกวัน แต่เมื่อวานนี่ ไม่ไหวว่ะ หนาวมาก ไม่รู้ทำไม ก็เลยปิดหน้าต่างแล้วก็เอา longjohn มาใส่ด้วย ก็ดีขึ้นมาหน่อย) (นี่ขนาดเพิ่งเข้าหน้าหนาวนะเนี่ย)

ก็นั่งอ่านหนังสือ ทำการบ้าน ไปเรื่อยๆ (เจ็บคอและไอนิดหน่อย)

ซักประมาณเกือบๆ บ่ายสามก็เริ่มงง ๆ เบื่อ ๆ (หาเรื่องเที่ยวว่างั้น) ก็เลยเออ.. ออกไปวิ่งดีมั๊ย แต่วิ่งที่แถวหอนี่มันมีแต่ตึกอ่ะ ไม่มันไม่สดชื่นเอาซะเลย ก็เลยคิดว่าลองไปสวนสาธารณะของคนญี่ปุ่นเค้ากันดีกว่า วันก่อนเปิดเน็ตหาข้อมูลพบว่าที่ Harajuku มีสวนสาธารณะที่ใหญ่มาก ชื่อ Yoyogi Koen (สวนโยโยงิ) แล้วที่นี่ก็เป็นที่ ที่วัยรุ่นญี่ปุ่นเค้ามารวมกลุ่ม แต่งตัวโชว์กัน (แต่งตัวตามการ์ตูน หรือ แปลกๆ ตามที่กลุ่มเค้านิยม) และนอกจากนั้นในสวนโยโยงินี้ ก็ยังมีศาลเจ้า Meiji อยู่ด้วย

ก็เลยคิดว่าไปเดินออกกำลังกาย,เที่ยวชมศาลเจ้าในสวน และไปดูวัยรุ่นญี่ปุ่นที่เค้ามาแต่งตัวกันโชว์กันเต็มที่ ที่หน้าสวน ก็ดีนะ ไม่ไกล ไม่น่าเบื่อแถมยังได้ออกกำลังกายอีกด้วย แล้วกลางคืนมันว่างค่อยมาแอ๊บขยันต่อละกัน

เมื่อนับข้อดีได้ถึงสามข้อแล้ว ก็แต่งตัวออกไปอย่างด่วน ไม่เกิน 40 นาทีก็มาถึงที่สวนนี้


ออกเดินทางไปสวนสาธารณะ...

(พวกกลุ่มวัยรุ่นที่มาแต่งตัวโชว์กลับบ้านช่องกันหมดละ เห็นเค้าบอกว่าพวกนี้มาเช้าๆ วันอาทิตย์แล้วบ่ายๆ กลับ) (ผมผิดเองครับที่มาช้าไป...)

คนเยอะดี รู้สึกว่าได้สดชื่นแน่ๆ น่าเดินๆ ว่าแล้วก็ไปกันเลย

(ถ่ายจากบนสะพาน) ต้นไม้หนาแน่นมั่กๆ น่าเดินๆ (พอดีบนสะพานยังมีการโชว์บางอย่างอยู่ คนเลยมามุงดูกัน)

ดูแผนที่สวนกันก่อน....(พื้นที่สีเขียวคือบริเวณของสวนทั้งหมด และตรงกลางของสวนคือที่อยู่ของศาลเจ้า Meiji ที่เราจะยึดเป็นเป้าหมายในการเดินทางครั้งนี้กัน)


บอยอยู่ตรงที่กล่องสีแดงๆ ล่างสุดของสีเขียวอ่ะ (จะไปที่ตรงกลางสวนอ่ะ)


กว้างขวาง ร่มรื่น และ สดชื่นมากกกกกกกก


ที่หมักเหล้าหรือสาเก(ไม่รู้ของใคร?)


นี่คงเป็นสาเก


ระหว่างที่เดินย่ำต๊อกเข้าไปในสวนเพื่อมุ่งสู่ศาลเจ้า ก็มีทั้งนักท่องเที่ยวและคนญี่ปุ่นเอง มุ่งไปที่ทางเดียวกันพอสมควร และตลอดทาง(มุ่งหน้าสู่ศาลเจ้า Meiji) ก็จะมีเจ้าหน้าที่ของสวน (และศาลเจ้า) อยู่เป็นระยะๆ คอยให้ความช่วยเหลือและแนะนำเส้นทางแก่คนที่เข้ามาเยี่ยมชม


ปากทางเข้าศาลเจ้าชั้นใน(ด้านขวาเป็นที่ขายของที่ระลึกและเครื่องราง)


เลยแอบมาดูหน่อยว่ามีไรบ้าง


ตุ๊กตาหน้ารถ


เครื่องรางต่างๆ


ประตูก่อนเข้าด้านในสุด(สวยดี)


เดินเข้ามาจะเป็นงี้


ขวามือมีกลองยักษ์ (ไม่รู้เอาไว้มาทุบเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมจากเทพเจ้าอ๊ะเปล่า)


ศาลเจ้าชั้นในสุดที่เค้าไม่ให้เข้า


ถ่ายรูปแล้วก็เดินออกมาข้างหน้าศาลเจ้า มีต้นไม้ยักษ์ ที่รอบๆ เค้าจะเอา แผ่นไม้ที่เขียนขอพรมาแขวนไว้


เพรียบบบบ


อันนี้ประมาณว่าถ้าไม่อยากซื้อแผ่นไม้แต่อยากขอพรก็มีซองพร้อมกระดาษให้เขียน
เหมือนว่าจะใจดีและฟรี แต่ไม่ครับ!! มันไม่ง่ายขนาดนั้น เพราะ ข้างล่างกล่องมันมีเขียนไว้ว่า

" Please write down your prayers, in a faithful spirit of respect and devotion. Please place your offering inside the envelope along with your prayers. "

แปลเป็นไทยได้ว่า

"กรุณาเขียนคำอธิฐานของท่านด้วยความตั้งใจ แน่วแน่ และศรัทธา บลาๆๆ และ(อย่าลืม) ใส่ปัจจัยเข้าไปในซองพร้อมคำอธิฐานด้วยนะโยม" เฮ้ออออ ซะงั้นนะ หลวงพี่ วัดนี้กระดูกจริงๆ ฮ่าๆๆๆ

เดินมาอีกนิด มีป้ายดักอีกว่า - "แผ่นไม้ขอพรนี้มีขายที่ร้านทางขวามือนะ "


อันละห้าร้อยเยนจ้า


ก็ได้วะ (ไหนๆก็ไหนๆ)(รบกวนนักท่องเที่ยวแถวนั้นถ่ายให้)


หน้าตาแผ่นป้ายชัดๆ


แขวบปุ๊บ โหลปั๊บ ………..โอวกลมกลืนนนนน


แล้วเค้าก็ไล่กลับ (สงสัยวันนี้มันมีงานอะไร เพราะที่หาเว็บมา มันบอกว่าจริงๆ สวนนี้ปิดสองทุ่ม แต่นี่ 4โมงครึ่งก็ไล่แหล่ว)(มีเจ้าหน้าที่ และมีโต๊ะและเวทีมาตั้งเต็ม แถวรอบบริเวณศาลเจ้า)


ก็เลยเดินไปเรื่อยๆ เพี่อออกกำลังกาย (กะเดินไปอีกสองสถานี - ไปสถานี Shinjuku)


กลับมาสู่แสงสี


อาหารเย็น

แล้วก็แวะกินข้าวที่ร้าน Katsuya (ที่เคยไปกินข้าวแกงกะหรี่หมูทอดกับกิฟ)

เดินเลือกอยู่นานเพราะตอนนี้เริ่มเบื่ออาหารพวกนี้ละ (ข้าวหน้าเนื้อ/ข้าวหน้าหมูทอด) (มันรสเหมือนๆ กันน่ะ ไม่เปรี้ยวหวานมันเค็มเลย เบื่อๆๆๆ ถ้าไม่เค็มก็หวานแค่เนี๊ย เซ็งเป็ด - ก็เลือกตามงบน่ะนะ) แต่สุดท้ายก็มาลงอันนี้

จริงๆ ร้านนี้เหมือนมันเน้นขายข้าวหน้าหมูทอดไง ก็เห็นอันนี้เป็นเมนูแนะนำ ก็เลยสั่งมา (ดูรูปเอาอ่ะ พยายามอ่านแล้วแต่ไม่รู้เรื่อง แต่มันแนะนำก็เลยลองก็ได้นะ) ในเมนูเห็นเป็นลูกๆ ตอนแรกนึกว่าหมูสับยัดไส้อะไรอ๊ะป่าว แต่ผิดคาด....

เพราะมันคือ......(ดูรูปนี้แล้วรู้กันยัง?)


ข้าวหน้าหอยนางรมชุปแป้งทอดดดดดดดด!!!


อร่อยดีนะ(มีหอยมาให้สี่ตัว) เติม mustard ไปหน่อย แหล่มมม!!


ข้างในหอยมันมีไรไม่รู้ดำๆ เขียวๆ ก็หอมๆ มันๆ ดี ไม่ค่อยคาว


เนี่ยเมนูหน้าร้านมัน (620 เยน)(อ่านว่า Kagi Don = ข้าวหน้า......)(เพิ่งรู้วันนี้ว่า Kagi = หอยนางรม)


ก็ดีนะ กำลังเบื่อพวกหมูทอด ข้าวหน้าเนื้ออยู่พอดี ก็แปลกๆ ใหม่ๆ ดี ไม่เลวๆ (อยากลองกันป่าว?)

แล้วก็เดินไปเรื่อยเปื่อย สำรวจพื้นที่แถวสถานี แล้วก็มาขึ้นรถที่สถานีเวลาประมาณเกือบทุ่ม

แล้วบอยก็นั่งรถไปลงที่สถานี Gotanda ที่ที่บอยสามารถนั่งรถไฟใต้ดินฟรีไปจนถึงหอได้ (เนื่องจากว่ามันเป็นเส้นทางระหว่างหอกับรร.เลยฟรีไป) (ที่นั่งตะกี้นั่งมันเป็นสายรอบเมืองที่ต้องเสียตังแน่นอน)

แล้วก็กลับถึงหออย่างสวัสดิภาพ สดชื่น และ(น่าจะ)โชคดี ครับ

Updated : 9 / 3 / 2009

ตอนที่ 10 : โมชิ โมชิ !





Copyright 2009 Lighthouse Info Service Co, Ltd. All rights reserved.

ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นเจเอ็ดดูเคชั่น
ชั้น 23 อาคารลิเบอร์ตี้สแควร์ ถ.สีลม บางรัก กรุงเทพฯ
โทร. 02-2677726 ต่อ 101-104
Email : ask@jeducation.com