|
|
|||||
|
ข้อแนะนำเกี่ยวกับการสอบชิงทุน
|
|
|
|
| ทุนรัฐบาลญี่ปุ่นประเภทวิทยาลัยเทคนิค (College of Technology) นี่เกือบเรียกได้ว่า เป็นทุนที่ถูกลืม เพราะทุนนี้ไม่ได้สมัครได้โดยตรงที่สถานฑูตเหมือนทุนรัฐบาลญี่ปุ่นทุนอื่น แต่ต้อง ติดต่อผ่านทางกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งก็คือติดต่อที่โรงเรียนที่เรากำลังเรียนอยู่นั่นเอง มีสิทธิ์ทั้ง โรงเรียนของกรมสามัญศึกษาเเละกรมอาชีวะเลยนะ ทีนี้วิธีคัดเลือกของแต่ละกรมดันต่างกัน สร้าง ความสับสนให้กับเราอีกแล้ว รู้สึกว่ากรมสามัญจะเคี่ยวกว่า เพราะมีสอบหลายรอบเหลือเกิน ไม่เหมือน ของกรมอาชีวะที่ไปวัดดวงเอารอบสุดท้ายได้เลย (นี่คือข้อมูลที่ไปถามเพื่อนที่มาจากกรมอาชีวะน่ะ ไม่รู้ว่าเท็จจริงเเค่ไหนจ้า) สำหรับผู้เขียนสอบจากกรมสามัญ รู้เเค่ขั้นตอนของกรมสามัญจ๊า ขอ บรรยายเลยละกัน เริ่มจากตอนเราอยู่ ม.6 อาจารย์เค้าก็จะมาประกาศปาวๆๆว่า ใครอยากสอบทุนนี้ ให้มาลงชื่อเร็วเร๊ว โรงเรียนจะคัดเลือกตัวเเทนไปสอบได้เเค่โรงเรียนละคน ก็เลือกโดยวิธีสุดฮิต ง่าย เเละรวดเร็ว ใช่เเล้ว ...เกรดเฉลี่ย!!! ใครเกรดดีมีสิทธิ์ก่อน พอได้เป็นตัวแทนโรงเรียนแล้ว ทีนี้ ก็คัดตัวแทนจังหวัด (โรงเรียนประจำจังหวัดได้เปรียบตรงนี้เเหละ) จากนั้นไปคัดกันต่อที่เขต (เขตการศึกษา) จำได้ว่าตอนนั้นมันกระทันหันมาก สมัครไปตอนเช้าอาจารย์มาบอกผลตอนเย็น |
|
|
แพนด้าๆๆ
(นามเเฝงจ้า)
เธอได้เป็นตัวแทนจังหวัดนะ เตรียมตัวไปสอบต่อที่เขตด้วยล่ะ พรุ่งนี้ ฮ่่า!
! ! อะไรนะคะ!!! พรุ่งนี้เหรอ! หนูยังไม่ได้เตรียมอะไรเลย จะไปสอบได้ไง???ไม่ต้องเตรียมอะไรมากหรอก
ไหว้พระขอพรเยอะๆ ละกัน ............. อึ้งกินไป 5นาที เอาก็เอา ลองไปสอบดูดีเหมือนกันได้หยุดเรียน
1 วัน เย๊! |
![]() |
|
|
|
|
ทีนี้มาคุยกันต่อเกี่ยวกับรายละเอียดของทุนนี้
ที่ญี่ปุ่นจะเรียก college of technology
กันสั้นๆ ว่าโคเซ็ง (ย่อมาจากโคเกียวโคโตเซ็งมงกักโค)
เป็นหลักสูตร 5 ปีต่อเนื่องจากมัธยมต้น ซึ่งเรียนจบแล้วจะได้วุฒิอนุปริญญา
(Diploma) คงประมาณได้กับหลักสูตร ปวส. ของบ้านเรา
โคเซ็งจะเปิดสอนสาขา engineering
เป็นส่วนใหญ่ มีเพียง 3 - 4 แห่งเท่านั้น ที่เปิดสอนเกี่ยวกับ การเดินเรือ
(Marine) การสอบเข้าค่อนข้างยาก เพราะเป็นวิทยาลัยของรัฐบาล
และแต่ละจังหวัด จะมีโคเซ็ง อยู่เพียงเเห่งเดียวเท่านั้น (ยกเว้นที่
เซ็นไดกับโตเกียวน๊ะ อันนั้นเค้าเมืองใหญ่) ข้อดีอีกอย่าง ที่ทำให้คนญี่ปุ่นอยากเข้าโคเซ็งให้ได้ก็คือ
จบเเล้วหางานง่าย ไม่ต้องไปเตะฝุ่นเพราะทางบริษัทญี่ปุ่น เค้าจะมาจองตัวกันตั้งเเต่ตอนที่ยังเรียนไม่จบกันเลย
คือระบบของที่ญี่ปุ่นนี่เค้าจะสมัครหางานกัน ตั้งแต่เริ่มเข้าปีสุดท้ายของการศึกษาน่ะค่ะ
ถ้าเป็นนักศึกษามหาลัย เราต้องวิ่งเต้นติดต่อหาบริษัท หางานเองแต่ข้อดีของเด็กโคเซ็งคือเค้ามาติดต่อเราเองถึงที่ได้ยินมาว่าเค้าชอบคนที่จบโคเซ็งเพราะว่า
มีความคุ้นเคยกับเครื่องมือเครื่องใช้ & คล่อง กับการปฏิบัติมากกว่า
(ก็จะไม่มากได้ไงตอนเรียน ต้องเข้าช็อปเข้าเเลปตลอด-_-;) แต่ทฤษฏีเนี่ย..แน่นสู้เด็กมหาลัยได้หรือเปล่าไม่รู้?
จากประสบการณ์, ผู้เขียนคิดว่าที่โคเซ็งเรียนเน้นลึกไปกับ major นั้นมากก็จริงแต่จำนวนวิชาจะน้อยกว่าถ้าเทียบกับ
มหาลัย ช่วงหลังๆ คนที่จบโคเซ็งมาจึงมักจะสอบเข้าเรียนต่อในมหาลัยกันอีก
2 ปี (ที่ไปทำงาน เลยก็เยอะนะ..ประมาณ ครึ่งต่อครึ่งได้)
ก็จะได้ปริญญาตรี (จบมาแล้วทำงานจะได้เงินเดือนเยอะกว่า
โคเซ็นประมาณ 2 หมื่นเยน) อุ๊ย!!!นอกเรื่องไปซะตั้งเยอะ!! เรากำลังคุยเรื่องอารายยยกัน
อยู่เนี่ย?? อ๋อๆๆๆ...เรื่องรายละเอียดของทุนนี่เอง นึกออกแล้วๆ เกริ่นๆไปซะยืดยาว
ขอเข้าเรื่องเลยน๊ะ |
|
|
|
![]() |
|
คิดว่าน้องๆ
ที่กำลังตัดสินใจหรือเคยคิดจะสอบทุนนี้ อาจจะสับสนกับอีกทุนนึงคือทุน Senshuu
Gakkou ว่ามันต่างกันยังไง ต่อไปขออธิบายถึงความแตกต่างระหว่างทุน College of Technology Student
กับทุน SenshuGakko ( Professional Training College Student ) ของ monbusho นะคะ ทุน senshuugakko นี้ พวกเราจะเรียกสั้นๆ
กันว่าทุน semmon ค่ะขั้นตอนการสมัครสอบก็เหมือนทุน college คือต้องสมัครจากสถานศึกษา
ระยะเวลาทุน 3 ปี คือเรียนภาษา 1 ปี เเล้วก็เรียนวิชาชีพอีก 2 ปี สอบสัมภาษณ์อย่างเดียวไม่มีข้อเขียน
ที่สำคัญข้อดีของทุนนี้คือ จะได้อยู่ในเมืองใหญ่ๆ เช่นโตเกียวหรือโอซาก้า
แล้วโรงเรียนก็สวยมากค่ะ เรียนจบจะได้วุฒิประกาศนียบัตร แต่ว่าถ้าหากจะเข้ามหาลัยต่อจะโอนหน่วยกิตยากค่ะ ส่วนมากต้องมา Entrance ใหม่ เเถมยังต่อทุน monbusho ไม่ได้อีก เเต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีโอกาสเรียนนะคะ ถ้าขยันๆ ทำเกรดดีๆ ยังมีทุนอื่นของเอกชนให้สอบอีกเยอะค่ะ (เเต่ว่าไม่มากเท่าทุน monbusho ต้องขยันๆทำงานพิเศษด้วย ถึงจะอยู่ได้) ข้อสำคัญอีกเรื่องนึงที่อยากจะฝากน้องๆ ที่จะสอบทุน college ไว้คือ ทุนนี้เป็นทุนถึงแค่ระดับอนุปริญญา การจะเรียนต่อถึงระดับปริญญาตรีนั้นต้องมีความพยายาม มุมานะ เราอาจจะเสียเวลาเรียนมากกว่าคนอื่นเค้า 2 ปี แต่ก็ได้ประสบการณ์ที่มีค่า ก่อนสอบขอให้น้องคิดดูให้ดีๆ ว่ายอมรับในข้อนี้ได้หรือเปล่า ที่ผ่านๆ มามีคนที่สอบได้ แต่สละสิทธิ์ไปหลายคน เป็นการตัดโอกาสคนอื่นๆ แถมยังทำให้ประเทศไทยเสียเครดิตอีกด้วย รัฐบาลญี่ปุ่นเค้าเลยลดจำนวนทุนที่ให้ประเทศไทย เอาไปเพิ่มให้ประเทศอื่นๆ แทน เช่นเวียดนาม อินโดนีเซีย ได้มากันปีละ10 กว่าคน ในขณะที่ไทยได้เเค่ 3 คน (น่าเสียดายมั้ยล่ะ) อันนี้เป็นเรื่องจริงค่ะ ดูจากสถิติเเล้วเมื่อก่อนเคยได้กัน 8 คน ปีที่ผู้เขียนมาเหลือแค่ 5 คน และปีนี้มีแค่ 3 คน เห็นมั้ยคะ ลดลงมาเรื่อยๆ เลย เพราะฉะนั้นใครที่สอบทุนนี้ได้เเล้ว พี่ขอร้องเลยค่ะว่า อย่าสละสิทธิ์เลยนะ ขอให้คิดถึงประเทศชาติเเละรุ่นน้องๆ ด้วยพี่ๆ ที่นี่อยากให้น้องๆ ได้มากันเยอะๆ ค่ะ |
|