ฉบับที่ 14
เทศกาลหิมะ ซัปโปโร ตอนที่ 1


ผมกำลังสับสนเล็กน้อยถึงปานกลางว่าจะเริ่มต้นเขียนยังไงดี หลังจากที่ทำตัวห่างเหินกับการเขียนคอลัมน์มานานเหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่มีเรื่องราวมากมายที่อยากจะบ่นออกมาเป็นตัวหนังสือให้ใคร ๆ ได้รับรู้ แต่ด้วยเวลาที่อยู่เพียงวันละยี่สิบสี่ชั่วโมงประกอบกับความเหลวไหลที่มาเยี่ยมเยียนมิได้ขาดเลยทำให้ Made in Japan 13 ถูกตัดตอนอยู่หลายเดือน จนตอนนี้ความทรงจำชักจะลืมเลือนซะแล้ว วันนี้ฤกษ์งามยามดีตั้งใจว่าจะพยายามแกล้งทำตัวคุ้นเคยกับคีย์บอร์ด ทำตัวไม่รู้ไม่ชี้ว่าห่างเหินกันไปนาน ลงมือเขียน Made in Japan 14 ซะที เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ


ย้อนกลับไปสักเดือนพฤศจิกายน ปีที่แล้ว หลังจากที่หลงแสงสีอยู่ในญี่ปุ่นมาครึ่งปี เรียนไปทำงานไปด้วยความขยันขันแข็ง เชื่อไหมครับครึ่งปีแรก ผมไปโรงเรียนทุกวันไม่เคยป่วย ไม่เคยขาด ไม่เคยสาย ถ้าภาษาเหนือก็ต้องบอกว่า เป็นเด็กดีขนาด แต่ผลการเรียนมันไม่ค่อยไปในทางทิศเดียวกันสักเท่าไหร่ แต่ตัวเองก็ยังทึกทักเอาเองว่าค่อนข้างจะปีกกล้าขาแข็งพอสมควรแล้ว สมควรที่จะโบยบินออกไปท่องเที่ยวนอกเขตคานากาวาบ้าง คิดได้ดังนี้ก็ดิ่งไปที่บริษัททัวร์ไปกวาดตามองหาที่ท่องเที่ยว โดยมีปณิธานในใจอยู่หลายข้อ เช่น ต้องไกลบ้าน, ต้องเปิดบริสุทธิ์การเห็นหิมะให้ได้, ต้องแช่บ่อน้ำร้อน, ต้องไม่เป็นทัวร์แบบคณะทัวร์ธงแดงหมวกเหลือง เป็นต้น หลังจากที่ตาลายเลือกโปรแกรมอยู่นานข้อสรุปก็คือจะขอขึ้นเหนือไปที่ฮอกไกโด เพื่อดูเทศกาลหิมะในตำนานที่ซัปโปโร ในเดือนกุมภาพันธ์




หลังจากพิจารณาแผ่นพับของบริษัททัวร์ต่าง ๆ อยู่หลายวันเหมือนกัน ก็ไปลงตัวที่ทัวร์ของ ANA ที่จัดแพกเกจให้เราเป็นตั๋วเครื่องบินไปกลับ (จากโตเกียวไปฮอกไกโดนี่ถ้านั่งรถไฟไปต้องใช้เวลาแบบข้ามคืนครับ แถมราคาไม่ได้ถูกกว่าเครื่องบินซะด้วย) พร้อมโรงแรมที่พักที่มีมากมายหลายแบบให้เลือก หะแรกว่าจะไปสั้น ๆ สักสามสี่วันในช่วงเทศกาลหิมะ แต่วางแผนไปวางแผนมา อันนั้นก็ดี ที่นี่ก็น่าไป ที่นั่นก็ต้องไปให้ได้ ส่วนที่โน่นถ้าไม่ได้ไปก็เรียกว่าไม่ถึงฮอกไกโด ผลสรุปมันเลยออกมากลายเป็นทัวร์ 6 คืน 7 วันไปซะง้านนน.... หลังจากที่ลงทุนลงแรงเดินเข้าเดินออกบริษัททัวร์ที่ญี่ปุ่นอยู่นานสองนาน ทำให้รู้สัจจะธรรมข้อนึงว่า ถ้าใคร ๆ ที่เมืองไทยอยากมาเที่ยวญี่ปุ่น จงแนะนำเค้าไปว่า อันดับแรกหาตั๋วเครื่องบินไปกลับกรุงเทพ - ญี่ปุ่นที่ถูกที่สุดในโลกให้เจอ อันดับที่สอง อันนี้ยากหน่อย... หาใครก็ได้ที่รู้จักและอยู่ญี่ปุ่นให้มันไปจองโปรแกรมทัวร์ภายในประเทศกับบริษัททัวร์พวกนี้ให้ รับรองว่าจะได้ราคาถูกและคุณภาพดีกว่าที่เราซื้อทัวร์แบบเหมารวมจากเมืองไทย(ค่อนข้าง)แน่นอน ...ใครบางคนอาจจะไปเที่ยวฮอกไกโดแบบ 5 วัน 4 คืน ในราคาสักสามหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและโชคชะตาฟ้าลิขิตว่าจะเจอแคมเปญช่วงนั้นพอดีหรือเปล่า


หลังจากเซตโปรแกรมทัวร์คร่าว ๆ เรียบร้อยก็ถึงเวลาเปิดรับสมัครสมาชิก โดยการโฟนไปหว่านล้อมโฆษณาชวนเชื่อคนนั้นคนนี้ให้ตกหลุมพราง ซึ่งดูเหมือนทุกคนที่โฟนไปจะพร้อมที่จะตกหลุมพรางโดยง่าย ฮ่า ๆ ๆ ... นับไปนับมาก็มีสมาชิกถึงแปดชีวิต ซึ่งนับว่าเป็นแก๊งค์ทัวร์ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยจัดมาเลยแอบกดดันนิด ๆ ไม่ได้...สรุปว่าเราจะลุยฮอกไกโดกันช่วง 1-7 กุมภาพันธ์ โดยเริ่มต้นที่ฮาโกดาเตะ หลังจากนั้นก็ต่อไปที่โอตารุ และไปจบที่ซัปโปโร กับเทศกาลหิมะ ครั้งที่ 56


เมื่อได้โปรแกรมคร่าว ๆ แล้วก็ดิ่งไปจองทัวร์ที่บริษัททัวร์ โดยทั่วไปถ้าจองเร็วก่อนเดินทางสักเดือนหนึ่งก็จะมีส่วนลดให้อีกนิดหน่อยด้วย แต่มีข้อแม้ว่าถ้ามีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ส่วนลดนั้นก็จะไม่ได้ และที่ดีอีกอย่างคือยังไม่ต้องจ่ายเงินในวันที่จอง แม้แต่เงินมัดจำก็ไม่จำเป็นต้องจ่าย (ถ้ายังไม่อยากจ่าย) ส่วนใหญ่จะนัดมาจ่ายก่อนเดินทางสักสองอาทิตย์ โดยที่บริษัททัวร์จะพิมพ์โปรแกรมกับค่าใช้จ่ายทั้งหมดออกมาให้เห็นกันจะจะไปเลยว่าส่วนไหนราคาเท่าไหร่ ราคาของคนนี้เท่าไหร่ คนนั้นเท่าไหร่ แยกกันให้เห็นกันไปเลย จะได้ไปตามเก็บถูกตัว อิอิ ... หลังจากนั้นเสร็จสรรพก็นั่งเช็คอากาศบ้าง ดูข้อมูลท่องเที่ยวบนเวปบ้าง ช็อปปิ้งเตรียมเสื้อผ้าบ้าง ผลาญเวลาไปเร็วยังกับโกหก และแล้ววันเดินทางก็มาถึงจนได้ คณะแบทแมนทัวร์ก็ออกเดินทางจากสนามบินฮาเนดะ เพียงแค่ชั่วโมงนิด ๆ ก็ถึงสนามบินฮาโกดาเตะ ตามกำหนดการเราต้องนั่งรถบัสไปโรงแรม Prince ที่โอนูมะเมืองที่ห่างจากตัวเมืองฮาโกดาเตะพอสมควร ตรงตามตำราที่ว่านอกเมืองถูกและดี เมื่อรถบัสไปถึงโรงแรมก็ไม่ผิดหวังจริง ๆ ทั้งวิว ทิวทัศน์ ห้องพักงามสมคำร่ำลือ

ถ่ายจากห้องอาหารของโรงแรมปรินทส์โอนูมะ

ถ้าแปลตามชื่อโอนูมะแปลว่าบึงขนาดใหญ่ เนื่องจากบริเวณนั้นเป็นวนอุทยานที่มีบึงขนาดใหญ่อยู่ เพียงแต่ช่วงที่พวกเราไปมันมองอะไรไม่เห็นเลยนอกจากความขาวโพลนสุดลูกหูลูกตาลูกปากของพายุหิมะที่กำลังถล่มอย่างหนัก ถึงขนาดแยกไม่ออกว่าตรงไหนเป็นทะเลสาบตรงไหนเป็นพื้นดิน ตรงไหนเป็นสะพาน เพราะหิมะมันปกคลุมไปซะทุกหนทุกแห่ง ดู ๆ ไปก็งามไปอีกแบบ แต่ที่เราอุตส่าห์ดั้นด้นมาพักที่นี่ จุดหมายไม่ใช่วนอุทยานโอนูมะ แต่อยู่ลานสกีนานาเอะ ไหน ๆ ได้มาเจอ(พายุ)หิมะแล้วก็เลยถือโอกาสเล่นสกีมันซะเลย อิอิ ...

คุณลุงกับคุณป้าเล่นหิมะแบบไม่มียั้ง(ไม่มีฟอร์มด้วย)
หมายเหตุ : ห้ามเลียนแบบที่บ้าน เพราะวันรุ่งขึ้นคุณลุงป่วย ....ฮ่า ฮ่า ฮ่า


วันที่ไปเล่นสกี เนื่องด้วยเป็นวันทำงาน แถมช่วงนั้นพายุหิมะก็แวะมาเยี่ยมเยียนเป็นระยะนักสกีเลยไม่คับคั่งเท่าไหร่ เปิดทางสะดวกให้นักสกีมือสมัครเล่นเช่นพวกเราได้วาดลวดลายกันเต็มที่ ซึ่งดูแววแต่ละคนแล้ว กลับโรงแรมไม่บาดเจ็บก็บุญโขแล้ว อิอิ ... โธ่ อย่าว่าแต่เล่นสกีเลย 6 ใน 8 คนเพิ่งเคยเห็นหิมะวันแรก อย่าว่าแต่เล่นสกีเลย 7 ใน 8 คนเล่นสเก็ตไม่เป็นด้วยซ้ำ แถมคนที่เหลือที่เล่นสเก็ตเป็นที่ดูจะน่าฝากความหวังไว้ได้มากที่สุดก็สาวอายุเฉียด 60 แม่ผมเอง แถมหม่าม้าก็อธิบายซะใจชื้นเลยว่าเป็นสเก็ตสี่ล้อ ...ฮืออ T T ... ใส่ชุดก็ทุลักทุเลแล้ว กว่าจะก้าวได้แต่ละก้าวก็แสนยากเย็น เกร็งขาซะฉี่แทบเล็ด แต่พอเรียกถ่ายรูปทีไร เห็นทุกคนแอ็คท่าทะมัดทะแมงราวกับโปรก็ไม่ปานกันทุกคน อิอิอิ ... แต่สุดท้ายก็ผ่านไปด้วยความสนุกสนานและกลับโรงแรมไปแช่ออนเซน (บ่อน้ำร้อน) ด้วยความเหน็ดเหนื่อย



ลานสกีนานาเซะ คนนี้ดูมืออาชีพที่สุดในกลุ่มแล้วเลยแอบเอามาเป็นแบบ



พูดถึงออนเซน สักเมื่อปีกว่า ๆ ที่ผ่านมา หลายคนในคณะทัวร์ได้เคยผ่านประสบการณ์มาแล้ว ดังนั้นจึงไม่ต้องอธิบายอะไรกันมากมาย กฎ กติกา มารยาทในการลงออนเซนก็ติวกันมาอย่างแน่นเปรี้ยะ เหลืออยู่อย่างเดียวก็คือ เรียกว่ายังเหนียม ๆ กันอยู่ ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้าแช่กับคนญี่ปุ่นล่ะก็ ถึงไหนถึงกัน (ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าไอ้ถึงไหนถึงกันนี่มันถึงไหนหว่า อิอิ) แต่ปัญหาคือแช่กับคนไทยด้วยกันนี่แหละ แถมยังเป็นคนในครอบครัวเดียวกันอีก เลยเกิดอาการเกร็ง อิอิ ... อยากแช่ก็อยากแช่เพราะแอบไปสำรวจบ่อมาแล้ว บรรยากาศดีมาก สะอาด มีทั้งแช่ในห้อง และแช่แบบ outdoor ลองจินตนาการนะครับ แช่บ่อน้ำร้อนไป ดูหิมะตกไป โอย โอย โรแมนติคขนาด ... สุดท้ายเลยต้องทำสนธิสัญญาว่าผลัดเวรกันไปแช่ อิอิ ... ที่ปวดหัว ปวดเมื่อยมาจากการเล่นสกี พอได้มาแช่ออนเซนสัก 20-30 นาที รับรองตัวเบาหายเป็นปลิดทิ้งครับ ถ้ามาเที่ยวญี่ปุ่นไม่มาแช่ออนเซนนี่ถือว่ามาไม่ถึงญี่ปุ่นนะครับ .... ฉบับหน้ามาเดินทางไปโอตารุกันนะครับ


บ่อน้ำร้อนแบบ outdoor นั่งแช่ไปดูหิมะไป สุ้ข สุข อิอ




Batman
superhero21@hotmail.com




ฉบับที่ 15

กลับหน้าหลัก Made in Japan



Copyright©2000 Lighthouse Info Service Co, Ltd. All rights reserved.