![]() ![]() |
![]() |
โอฮาโย...โตเกียว
มาทักทายกันเป็นประจำ โดยพีจัง...นักเรียนไทยในโตเกียว นักศึกษาปริญญาเอก ซึ่งได้ทุนรัฐบาลญี่ปุ่นไปศึกษาต่อที่ Tokyo Institute of Technology |
|
อ่านเรื่องย้อนหลัง
: ตอนที่ 1-3
|
| ออกร้านงานโรงเรียน |
| ถ้าจะพูดถึงงานโรงเรียน หลายคนก็คงจะนึกถึงตอนสมัยเด็กๆ ที่โรงเรียนจะมีการจัดงานประจำปี มีการแสดงของนักเรียน มีนิทรรศการเกี่ยวกับการศึกษา และผลงานของนักเรียน มีการออกร้านขายของ และกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย ให้นักเรียนพาผู้ปกครองมาร่วมงานกัน ที่ญี่ปุ่นก็เหมือนกันค่ะแม้แต่ในระดับมหาวิทยาลัย แต่ละมหาวิทยาลัยจะกำหนดให้มีการจัดงานโรงเรียนที่ว่านี้ขึ้นเป็นประจำทุกๆปี ในช่วงประมาณต้นเทอมสอง หรือประมาณเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน ซึ่งปกติช่วงนี้จะเป็นช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง ใกล้จะเข้าฤดูหนาว อากาศจะดีมาก เย็นสบาย โดยเฉพาะในวันที่ฝนไม่ตก มีแดดและท้องฟ้าแจ่มใส จะเป็นวันที่น่าออกมาเดินเล่น ปิคนิค หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งกันมากๆเลยค่ะ |
![]() |
|
|
| ว่ากันถึงงานประจำปีของมหาวิทยาลัยที่ผู้เขียนกำลังศึกษาอยู่ ( Tokyo Institute of Technology ) ในปีนี้พวกเรานักเรียนไทยทำกิจกรรมอะไรกันบ้าง อันนี้ก็สดๆร้อนๆเลยค่ะ เพิ่งจะผ่านมาได้ไม่นานเท่าไหร่ งานมีขึ้นในวันเสาร์และอาทิตย์ ปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น สำหรับปีนี้เราออกร้านขายอาหารไทยกัน อาหารไทยขึ้นชื่อในเรื่องของความอร่อยอยู่แล้วล่ะค่ะ ใครๆก็อยากลองทาน ก็เลยไม่ยากเย็นอะไรที่เราจะโฆษณาร้านของเราให้มีคนเข้ามาซื้อเยอะๆ ก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเลยล่ะค่ะ อาหารที่เราทำขายกันในปีนี้ก็คืออาหารขึ้นชื่ออีกเหมือนกัน ต้มยำกุ้งค่ะ แต่เราดัดแปลงนิดหน่อยใส่เส้นบะหมี่ลงไปด้วย กลายเป็นต้มยำกุ้งราเม็ง (ราเม็งแปลว่าบะหมี่ในภาษาญี่ปุ่น) นอกจากนี้ก็ยังมีทอดมัน และก็เราก็ยังขายเบียร์ไทย และน้ำผลไม้ไทยๆอีกด้วย พูดถึงต้มยำกุ้งแล้ว ไม่ต้องเสียเวลาอธิบายเลยว่าคืออะไร คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะรู้จักกันอยู่แล้วแม้แต่เด็กๆก็ยังรู้จัก |
![]() |
![]() |
| เห็นมั๊ยล่ะคะว่าอาหารไทยของเราขึ้นชื่อขนาดไหน น่าภูมิใจจริงๆนะคะ แต่ว่าบางคนก็รู้จักแต่ชื่อแต่ไม่เคยทาน คนญี่ปุ่นซื้อทานแล้วก็ได้แต่ชมว่าอร่อยและเผ็ด (อันนี้ไม่รู้ชมรึเปล่านะ ถือว่าเป็นคำชมก็แล้วกัน) แต่บางคนก็บอกไม่เผ็ด ทานได้สบายๆ (แต่เหงื่อแตกพลั่กเชียว) บางคนกลับมาซื้ออีกก็มีนะคะ ไม่อยากจะคุยว่าเป็นเพราะว่าพ่อครัวของเราระดับมืออาชีพนั่นเอง ก็ไม่ได้ไปหามาจากไหนหรอกค่ะ ก็หนุ่มๆแถวๆนี้แหละ นักเรียนที่ต้องมาอยู่ด้วยตัวเองในต่างประเทศ ก็ต้องทำกับข้าวเป็นกันทั้งนั้นแหละค่ะ จะเก่งไม่เก่งหรืออร่อยไม่อร่อยนั่นก็อีกเรื่องนึง แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้ชายจะทำกับข้าวเก่งกว่าผู้หญิง เอ ไม่รู้เป็นเพราะว่ามหาลัยเรามีแต่ผู้ชายรึเปล่านะ ก็เห็นจัดปาร์ตี้กันทีไร ผู้ชายทำกับข้าว ผู้หญิงล้างจานทุกทีเลยค่ะ ก็หนุ่มๆเค้าบอกว่าผู้หญิงนั่งรอสบายๆไปเถอะ ไม่ต้องช่วยหรอก แต่พอตอนทานเสร็จก็เห็นเงียบทุกที ส่วนสาวๆ เห็นว่ายังไม่ได้ช่วยอะไรก็เลยรับอาสาล้างจานให้เท่านั้นเอง ไม่ใช่ว่าเราทำกับข้าวไม่เป็นหรอกนะคะ |
![]() |
![]() |
| พูดถึงการออกร้านในงานเทศกาล ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลอะไรก็ตามในญี่ปุ่น สิ่งที่มีขายเป็นประจำแบบว่าขาดไม่ได้เลยก็มีอยู่ไม่กี่อย่างหรอกค่ะ อันดับหนึ่งเห็นจะเป็นยากิโซบะ (บะหมี่ผัดรสชาติซีอิ้วญี่ปุ่น) อันดับหนึ่งอีกเหมือนกัน ก็คงจะเป็นทาโกะยากิ (แป้งลูกกลมๆใส่ไส้ปลาหมึกยักษ์ เอาไป หยอดใส่ที่ปิ้งเป็นหลุมๆเหมือนหลุมขนมครกแต่ใหญ่กว่า แล้วราดหน้าด้วยซอสหวานๆกับเนื้อปลาไสบางๆ) ก็ไม่รู้จะยกให้อันไหนเป็นอันดับหนึ่งดีน่ะค่ะเพราะว่าเห็นบ่อยทั้งคู่ นอกจากนี้ก็มีอีกหลายอย่างที่เรามักจะเห็นกันบ่อยๆอย่างเช่นไทยากิ (ไม่ใช่ไทยปิ้งนะคะ แต่เป็นขนมปังรูปปลาไท ใส่ไส้ถั่วแดงแล้วเอาไปปิ้ง) ข้าวโพดปิ้ง และอื่นๆ บางสถานที่อย่างเช่นหน้าวัดอาซากุสะ (วัดชื่อดังในโตเกียว) หรือบางเทศกาลที่เป็นญี่ปุ๊นญี่ปุ่น ก็จะมีร้านแบบญี่ปุ่นๆอีกหลายแบบ ที่มักจะเห็นกันบ่อยๆอีกอย่างก็คือร้านขายอมยิ้มเป็นแท่งๆ หรือขายของเล่นสำหรับเด็กๆ ที่น่าสนุกก็คือคุณลุงคนขายมักจะมีเทคนิคเป่ายิ้งฉุบเอาไว้หลอกเด็ก (ที่นี่เค้าเรียกว่า จังเก็งป้งค่ะ) อย่างเช่นถ้าจังเก็งป้งชนะคนขายก็อาจจะแถมให้หรือลดราคาให้ แต่ถ้าแพ้ก็ต้องยอมซื้อราคาเต็มซะโดยดี หรืออะไรทำนองนั้น เด็กๆต่อแถวกันยาวเหยียดเชียวล่ะค่ะ ผู้ใหญ่ก็ไปเล่นได้นะคะ แต่ขอบอกก่อนว่าคุณลุงเจ้าของร้านทั้งหลายเป่ายิ้งฉุบเก่งมาก ชนะทุกทีเลย |
|
|
| สำหรับในงานโรงเรียนของเรา นักเรียนญี่ปุ่นก็ออกร้านขายยากิโซบะกับทาโกะยากิ และอาหารญี่ปุ่นไป นักเรียนต่างชาติก็ขายอาหารชาติตัวเอง สนุกสนานกันใหญ่ เจ้าประจำที่เห็นมีทุกปีก็จีน ไต้หวัน เวียดนาม ที่โผล่มาบ้างไม่โผล่บ้างแล้วแต่โอกาส ความสามารถและความขยันก็พี่ไทยเรานี่เอง นอกจากนี้ก็อาจจะมีร้านของชาวเม็กซิกัน และชาติอื่นๆอีกค่ะ เริ่มน่าสนใจขึ้นมาแล้วใช่มั๊ยล่ะคะ จุดหลักของงานประจำปีของมหาลัยสำหรับพวกเรานักเรียน เห็นจะไม่ใช่ส่วนที่เป็นนิทรรศการเกี่ยวกับการศึกษาซะแล้ว คงจะเป็นเรื่องกินกับเรื่องบันเทิงซะมากกว่า กิจกรรมบันเทิงก็มีมากมายอย่างเช่นการแสดงดนตรี เต้น เล่นเกมส์ โชว์ความสามารถพิเศษพวกขี่จักรยานผาดโผน สเก็ตบอร์ดผาดโผน และอื่นๆ นี่ถ้ามีมอเตอร์ไซค์ไต่ถัง กับชิงช้าสวรรค์ก็คงใกล้จะเป็นงานวัดเมืองไทยเข้าไปทุกทีแล้วล่ะค่ะ |
![]() |
|
|
| สิ่งที่พวกเราได้จากการออกร้านในงานนี้ คงไม่ใช่กำไรที่ได้จากการขายของหรอกค่ะ แต่เป็นการสร้างความสามัคคี ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เป็นโอกาสแสดงความมีน้ำใจต่อกัน และการเสียสละเสียมากกว่า เพราะช่วงที่จัดงาน ก็เป็นช่วงเปิดเทอม ทุกคนก็ต่างมีภาระหน้าที่ที่จะต้องเรียน บางคนกำลังใกล้จะจบ ก็ต้องยุ่งกับการเรียนเป็นธรรมดา แต่ถ้าใครว่างก็จะมาช่วยกันทำงาน คนละนิดละหน่อย เพราะโอกาสที่จะช่วยกันจัดงานใหญ่ๆแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆนี่คะ ปกติแล้วในปีหนึ่งๆ จะมีนักเรียนไทยมาใหม่เพิ่มขึ้นทุกๆปี พร้อมๆกับที่ใครเรียนจบก็กลับบ้านไป หรือแยกย้ายกันไปทำงาน เดือนตุลาคมเป็นเดือนแรกของเทอมสอง เราก็จะเห็นน้องๆหน้าใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มต้นมาใช้ชีวิตนักเรียนที่ญี่ปุ่นกัน ก็เด็กใหม่นี่ล่ะค่ะเป็นผู้ถูกใช้แรงงานที่ดีมาก มาใหม่ๆยังไม่ทันไรก็โดนพี่ๆหลอกใช้ซะแล้ว แต่ก็น่าประทับใจที่ถึงแม้จะเพิ่งได้รู้จักกัน ก็ยังใจดีมาช่วยพี่ๆทำงานออกร้าน จบงานก็สนิทกันไปเลย เป็นกลุ่มเป็นก้อนกันอย่างนี้แหละค่ะ ถึงจะเรียกว่านักเรียนไทยของแท้ |
![]() |
![]() |
| สิ่งที่พวกเราทำก็จะ เริ่มตั้งแต่ช่วยกันลงขันเป็นต้นทุนซึ่งต้องทำใจไว้ก่อนแล้วว่ายอมที่จะให้ขาดทุนได้ ช่วยกันตกแต่งร้าน ซื้อของ เตรียมของ ทำอาหาร วันงานก็ต้องมาแต่เช้า ช่วยกันทำ ช่วยกันขาย เชียร์ลูกค้า พูดภาษาญี่ปุ่นไม่กระดิกก็มั่วๆเอาบ้าง แล้วก็ยังต้องช่วยกันเก็บของตอนขายเสร็จอีก งานนี้ในใจลึกๆแล้ว ในเมื่อพวกเราลงทุนลงแรงกันขนาดนี้ ก็หวังจะได้กำไรกันทั้งนั้นแหละค่ะ แต่เมื่อพวกเราได้กำไรมาน้อยไป (อันนี้ขอโทษฟ้าฝนหน่อย เพราะฝนดันมาตกเอาตอนวันสุดท้าย ลูกค้าก็เลยน้อย ไม่งั้นล่ะก็รวยเละกันไปแล้ว) เราก็เลยได้แต่เงินทุนที่ลงไปคืนกันครบถ้วน พร้อมกับปาร์ตี้ทานของเหลือสนุกๆ ฟรีๆอีกหนึ่งยก แถมยังมีเงินเหลือนิดหน่อยส่วนนึงเอาเข้ากองทุนบริจาคแก่เด็กผู้ยากไร้ (พวกเราก็ทำบุญกันเหมือนกันนะคะ ขอบอก) และอีกส่วนนึงก็เอาเข้ากองกลางเอาไว้ใช้ในโอกาสหน้า แค่นี้ก็หายเหนื่อยกันแล้วล่ะค่ะ จริงมั๊ยคะ |
|
การเรียนในญี่ปุ่น
นอกจากเรื่องเรียนแล้ว กิจกรรมอื่น ๆ รวมไปถึงเทศกาลต่าง ๆ แบบนี้ก็มีมากมายค่ะ
ถึงแม้ว่าจะเหนื่อยแต่ก็สนุก และได้รู้จักเพื่อน ๆ พี่ ๆ คนอื่น ๆอีกด้วย
อยู่ที่ว่าเราจะเอาตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วมด้วยหรือเปล่าเท่านั้น |
|
Copyright©2000 Lighthouse
Info Service Co, Ltd. All rights reserved.
|