โอฮาโย...โตเกียว
มาทักทายกันเป็นประจำ โดยพีจัง...นักเรียนไทยในโตเกียว นักศึกษาปริญญาเอก ซึ่งได้ทุนรัฐบาลญี่ปุ่นไปศึกษาต่อที่ Tokyo Institute of Technology

อ่านเรื่องย้อนหลัง : ตอนที่ 1- 5

  การทำงานพิเศษ

มาถึงเรื่องการทำงานพิเศษเพื่อหาประสบการณ์ (และเงิน) กันดีกว่า จะว่าไปแล้ว เป็นนักเรียนมีหน้าที่ขยันเรียนหนังสือ จะได้เรียนได้เกรดดีๆ และจบตามกำหนดเวลา เท่านี้ก็แย่แล้วนะคะ ยิ่งช่วงที่เรียนหนักๆ ต้องส่งงาน ส่งการบ้าน ใกล้สอบ หรือช่วงใกล้จะจบต้องส่งวิทยานิพนธ์นี่บางทีก็แทบจะไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันก็มี แต่การที่หลายๆคนคิดว่าการที่ได้มาเรียนต่างประเทศแล้วมีโอกาสได้ลองทำอะไรที่เราไม่เคยทำ หรือไม่เคยมีโอกาสได้ทำอยู่เมืองไทย น่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดีทีเดียว อันนี้ก็เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยล่ะค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็คงจะต้องแล้วแต่โอกาส ความสามารถ และความจำเป็นของแต่ละบุคคล เพราะจะเอาเวลาไปทำงานพิเศษซะจนเสียการเรียนก็เห็นจะไม่ดีแน่ แต่ถ้ามีเวลาว่างและมั่นใจว่าจัดเวลาได้ ลองทำดูซะหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย แถมยังได้เงินใช้อีกต่างหากใช่มั๊ยล่ะคะ  
Arubaito เดิมไม่ใช่คำในภาษาญี่ปุ่น แต่นำมาจากภาษาเยอรมัน " arbeit " ซึ่งมีความหมายว่า แรงงาน
Arubaito ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึงการทำงานพิเศษ หรือการทำงานชั่วคราว นักเรียนนักศึกษาญี่ปุ่นมักจะทำงานพิเศษ เพื่อหารายได้เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว ในบริษัทเอกชนก็มีการจ้างคนมาทำงานแบบ Arubaito กันมาก โดยจะได้รับค่าจ้างเป็นรายชั่วโมงหรือรายวัน

เรื่องการทำงานพิเศษนี่เป็นเรื่องปกติมากสำหรับนักเรียนญี่ปุ่นค่ะ เรียกว่าใครไม่เคยทำนี่สิแปลก ภาษาญี่ปุ่นเค้าเรียกการทำงานพิเศษว่า อารุไบ๊โตะ (arubaito) หรือย่อๆว่าไบ๊โตะ ส่วนนักเรียนไทยเราก็ตัดคำว่า โตะ ออกกันเอง กลายเป็น ไบต์ เฉยๆแทนค่ะ เรามาดูกันดีกว่าว่านักเรียนไทยที่นี่เค้าทำไบต์อะไรกันบ้างค่ะ


สยาม : นักเรียนโรงเรียนสอนภาษา
ทำงานพิเศษที่ร้านอาหารไทยแก้วใจ
งานร้านอาหาร หรือที่เรียกง่ายๆว่าเด็กเสิร์ฟนั่นล่ะค่ะ เห็นทีงานนี้จะเป็นงานที่เหนื่อยและลำบากที่สุด พูดง่ายๆก็ใช้แรงงานนั่นแหละค่ะ แต่เป็นงานที่สนุก และช่วยคลายเครียดได้ดีทีเดียวเชียวนะคะ ก็เป็นเพราะว่าเราไม่ต้องคิดอะไรมาก ภาษาก็ไม่จำเป็นมากนักเพราะใช้ภาษาในชีวิตประจำวันทั่วไป ที่ต้องถนัดหน่อยก็คงต้องถนัดเดินล่ะค่ะ เพราะว่าต้องเดินเข้าเดินออกตลอด ตั้งแต่รับออเดอร์ เสริฟน้ำ เสริฟอาหาร บางทีก็ต้องช่วยคุณพ่อครัวแม่ครัว หั่นผัก ล้างผัก ตกแต่งจานอาหารด้วย แล้วก็ยังต้องเก็บเงิน เก็บโต๊ะ และสุดท้ายก็ล้างจาน เช็ดจาน และเก็บจานเข้าที่อีก สรุปก็คือตั้งแต่ต้นจนจบไม่มีได้นั่งเลยค่ะ

โดยทั่วไปแล้วคนหนึ่งๆจะทำเป็นประจำทุก ๆ สัปดาห์ จะสะดวกกี่วันในแต่ละสัปดาห์ก็แล้วแต่ ทำงานประมาณวันละ 4-5 ชั่วโมง อย่างเช่นร้านเปิดหกโมงเย็น ก็จะทำจนร้านปิดประมาณสี่ถึงห้าทุ่มหรือบางทีก็ดึกกว่านั้น ทีนี้มาถึงเรื่องค่าจ้าง จะว่าไปแล้วก็ไม่น้อยเลยนะคะถ้าเทียบกับที่เมืองไทย หรือแม้แต่กับที่อเมริกา ผู้เขียนเคยถามเพื่อนที่เคยทำงานที่ร้านอาหารไทยในอเมริกา เทียบๆดูแล้วถ้าของเค้ารวมค่าทิปโดยเฉลี่ยเข้าไปแล้ว ที่ญี่ปุ่นอาจจะได้มากกว่านิดหน่อยแต่ก็ไม่เสมอไป ที่ญี่ปุ่นเราจะได้ค่าจ้างประมาณชั่วโมงละตั้งแต่ 800-1,000 เยน (ไม่มีทิปนะคะ เพราะคนญี่ปุ่นเค้าไม่ให้ทิปกัน) ส่วนที่อเมริกานั้นเค้าจะได้ค่าจ้างต่อชั่วโมงน้อยกว่าเรา แต่เค้าจะได้ค่าทิปต่างหาก ก็จะขึ้นอยู่กับว่าเค้าได้ทิปมากหรือน้อยซึ่งไม่แน่นอนค่ะ
ยุ้ย : นักเรียนโรงเรียนสอนภาษา
กับงานโทรศัพท์หาลูกค้า

การทำไบต์ร้านอาหารนี่เอาไว้คลายเครียดจากการเรียนได้ดีทีเดียวล่ะค่ะ แทนที่จะไปเที่ยวเสียเงิน เอาเวลามาเดินออกกำลังกายในร้านอาหารกันดีกว่า ได้เงินอีกต่างหาก แต่ทำมากๆไม่ดีหรอกนะคะ เพราะถ้าต้องทำงานวันไหนเหนื่อยๆ ตอนเช้าอีกวันนี่ลุกไม่ขึ้นก็มีค่ะ


มาถึงงานนั่งโต๊ะสบายๆ เงินดี แต่ต้องมีความสามารถอย่างเข่น งานรับเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรืองานจ๊อบประเภทติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ งานนี้ภาษาญี่ปุ่นไม่จำเป็นเลยค่ะ แต่ภาษาคอมพิวเตอร์น่ะจำเป็นมาก นักเรียนภาคคอมก็รวยกันล่ะค่ะงานนี้ สำหรับผู้เขียนเองถึงแม้จะเป็นเด็กคอมกะเค้าเหมือนกันแต่ก็ไม่เคยมีประสบการณ์โดยตรงหรอกค่ะ เพราะรู้สึกว่างานนี้หนัก ต้องรับผิดชอบเยอะ และเครียดพอสมควร แหม ใจจริงแล้วให้เงินเยอะขนาดนี้ถ้ามีความสามารถก็น่าจะลองอยู่หรอกนะคะ แต่ติดที่ว่าที่เรียนๆอยู่ทุกวันนี่ก็ต้องเขียนโปรแกรมตั้งแต่เช้ายันเย็นแล้ว ยังจะต้องไปทำไบต์เขียนโปรแกรมอีกก็ไม่ไหวล่ะค่ะ ขอบายดีกว่า สำหรับค่าจ้างงานแบบนี้โดยทั่วๆไปแล้วจะตกประมาณวันละสองหมื่นเยน ส่วนใหญ่ก็คงจะต้องไปทำทั้งวัน ต้องหาวันที่ว่างจากการเรียน ไม่ติดอะไรที่มหาลัยก็ไปทำงานได้ นักเรียนญี่ปุ่นทำงานแบบนี้กันเยอะพอสมควรค่ะ เพราะถือว่าเป็นประโยชน์แก่การเรียนด้วย เราไปมหาลัยทุกวัน แรกๆก็สงสัยว่าบางวันเด็กญี่ปุ่นนี่หายไปไหนกันหมด หลังๆเพิ่งมารู้ว่าอ๋อ หนีเรียนไปทำไบต์กันนี่เอง


งานสบาย เงินดีมีอีกเยอะค่ะ สำหรับงานนี้ ไม่เครียด ไม่ต้องใช้ความรู้ภาษาคอม ใช้แต่ความรู้ภาษาไทย งานน่าสนใจแบบนี้ไม่น่าพลาดใช่มั๊ยล่ะค่ะ แต่มีข้อแม้นะคะ ว่าภาษาญี่ปุ่นต้องดีพอสมควร จะงานอะไรซะอีกล่ะ ก็สอนภาษาไทยให้คนญี่ปุ่นไง คนญี่ปุ่นที่สนใจเมืองไทยและภาษาไทยมีค่อนข้างเยอะพอสมควรเลยล่ะค่ะ บางคนไปเที่ยวเมืองไทยแล้วก็ชอบเมืองไทยและอยากเรียนภาษาไทย บางคนก็ไปเที่ยวมาหลายรอบแล้ว บางคนเคยไปอยู่ ไปทำงาน ไปเรียนหนังสือก็มี พูดภาษาไทยได้เก่งเลยก็มี ไม่น่าเชื่อเลยค่ะเพราะส่วนตัวรู้สึกว่าภาษาไทยค่อนข้างยาก โดยเฉพาะสำหรับคนญี่ปุ่นการออกเสียงในภาษาไทยให้ได้ครบจะยากพอสมควร เพราะภาษาเค้ามีเสียงน้อยกว่าเราเยอะค่ะ
บาส : นักศึกษาปริญญาเอก ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น กับงานสอนพิเศษภาษาไทย

ฟอง : นักศึกษาปริญญาเอก
กับงานประชาสัมพันธ์ของ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
สำหรับงานนี้ผู้เขียนคงไม่อาจเอื้อมที่จะลองหรอกค่ะเพราะว่าภาษาญี่ปุ่นไม่เอาไหนเลย กลัวไปสอนแล้วจะอธิบายนักเรียนเค้าจะไม่รู้เรื่องน่ะสิ แต่มีเพื่อนๆที่นี่ไปสอนกันหลายคนเชียวล่ะค่ะ บางคนก็ไปสอนฟรี แบบแลกกันเราก็ได้เรียนภาษาญี่ปุ่นจากเค้า เค้าก็ได้เรียนภาษาไทยจากเรา บางคนก็สอนคนที่รู้จักกันอยู่แล้ว บางคนก็ไปสอนแบบผ่านโรงเรียนภาษาคือเค้าจัดแจงมีนักเรียนมาให้เรา นักเรียนก็จ่ายเงินให้โรงเรียน โรงเรียนก็จ่ายค้าจ้างให้เราเป็นชั่วโมง รายได้ก็จะขึ้นอยู่กับจำนวนนักเรียนด้วยค่ะ คร่าวๆก็ถ้ามีนักเรียนคนเดียวอาจจะได้ประมาณ 2500 เยนต่อชม. ถ้านักเรียนสองคนก็ประมาณ 4000 เยนต่อชม.ค่ะ


งานต่อไป งานนี้เงินดีอีกแล้ว ไม่ต้องใช้ความรู้ภาษาญี่ปุ่นด้วย แต่ต้องใช้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษในระดับที่เรียกว่า 'ยอดเยี่ยม' และก็ยังต้องพูดเก่งๆด้วย งานนี้สำหรับคนไทยโดยเฉพาะอีกแล้วค่ะ แต่จะต้องรับผิดชอบเยอะและจะทำเล่นๆแบบทำๆเลิกๆไม่ได้นะคะ (เพราะว่าเงินดีซะจนไม่อยากเลิกน่ะสิ) งานที่ว่าก็คืองานแปลข่าวจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย แล้วอ่านออกอากาศทางวิทยุพร้อมกับการเป็นดีเจรายการวิทยุไปในตัว เรื่องของเรื่องก็คือว่ามีบริษัททีวียักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นช่อง NHK ซึ่งเป็นช่องที่เน้นทำรายการข่าวและสารคดี เค้ามีการจัดรายการวิทยุซึ่งออกอากาศในประเทศไทยด้วย (ใครเคยฟังบ้างเนี่ย ผู้เขียนก็ไม่เคยฟังเหมือนกันค่ะ เห็นเค้าบอกว่าไม่ได้อยู่ในช่อง FM/AM ตามปกติ แต่อยู่ในช่วงคลื่นสั้น SW-short wave ลองสำรวจดูนะคะว่าวิทยุที่บ้านมีช่องนี้รึเปล่า) ก็จะเป็นการเสนอข่าว ต่อด้วยรายการบันเทิงเล็กๆน้อยๆ มีการพูดคุย สัมภาษณ์ เล่าเรื่องเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น หรืออาจจะเปิดเพลงญี่ปุ่นพร้อมกับแนะนำนักร้อง รวมทั้งตอบจดหมายจากทางบ้าน เหมือนรายการวิทยุทั่วไปนั่นแหละค่ะ เค้าก็จะจ้างคนไทยในญี่ปุ่นนี่แหละค่ะเป็นคนแปลข่าว และเป็นผู้ประกาศข่าวและดีเจไปในตัวด้วย ส่วนรายได้ ก็จะตกประมาณครั้งละหมื่นกว่าเยนค่ะ ในหนึ่งสัปดาห์ก็จะทำประมาณครั้งหรือสองครั้ง แต่ละครั้งจะใช้เวลาทั้งหมดประมาณสามชม.ตั้งแต่แปลข่าวไปจนถึงอ่านออกอากาศและจัดรายการวิทยุด้วย ใครสอบผ่านเข้าไปทำงานนี้ได้ก็ล่ะก็ ฉลองล่วงหน้าได้เลยค่ะ อ้อ แต่เค้ามีข้อแม้ว่าผู้ประกาศข่าวห้ามเป็นหวัดด้วยนะคะ เดี๋ยวเสียงไม่ดีค่ะ


งานพิเศษยังมีอีกเยอะแยะมากมายค่ะ อย่างเช่นการเป็นล่าม การแปลเอกสาร อันนี้อาจจะยากหน่อยเพราะภาษาญี่ปุ่นต้องเก่งจริงๆ แล้วก็ยังมีอะไรอีกเยอะแยะให้ทำค่ะ ชักอยากมาลองทำ อยากมาอยู่ญี่ปุ่นบ้างรึยังคะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็คงต้องแล้วแต่โอกาสและความสามารถของแต่ละคนล่ะค่ะ ยังไงก็ต้องจัดเวลาให้ดี และต้องไม่ลืมว่าการเรียนต้องมาอันดับหนึ่งนะคะ



ถึงแม้ว่าตามกฎหมายจะอนุญาตให้นักเรียนต่างชาติทำงานพิเศษได้ แต่ก็อย่างที่พีจังบอกนั่นล่ะนะคะ ยังไงการเรียนก็ต้องมาเป็นอันดับหนึ่งค่ะ Ohayo Tokyo ตอนนี้มีภาพตัวอย่างการทำงานพิเศษของนักเรียนไทยในญี่ปุ่นอยู่หลายคน ซึ่งเราได้สัมภาษณ์ความรู้สึกเกี่ยวกับการทำงานพิเศษของแต่ละคนมาด้วย รออ่านกันในคอลัมน์สัมภาษณ์นะคะ
สำหรับ Ohayo Tokyo พีจังก็ยังคงมีเรื่องราวสาระดี ๆ เกี่ยวกับการใช้ชีวิตในโตเกียวมาฝากกันอยู่สม่ำเสมอ ตอนหน้ามาหาบ้านเช่าในญี่ปุ่นกับเธอกันนะคะ



5 / 02 / 2002

Copyright©2000 Lighthouse Info Service Co, Ltd. All rights reserved.