J-Challenge_Mew7

DIARY MEW ::Day 7::

บันทึกประสบการณ์ของน้องมิว ผู้ชนะจากการแข่งขันตอบปัญหาภาษาญี่ปุ่น J-Challenge 2018 กับการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ที่สถาบัน College of Business and Communication ( CBC ) จังหวัด Kanagawa วันที่ 7 ที่ญี่ปุ่น..

 

Day 7: 1 June 2019

 

วันนี้เรามีแพลนว่าจะไปเที่ยวคามาคุระกับเอโนะชิมะ เราออกจากบ้านประมาณ 8 โมง แล้วรถไฟโอดะคิวมันจะมีพาสไปคามาคุระที่เราสามารถกดซื้อจากตู้ได้เลย เราก็เลยกดซื้อมาจากเครื่องขายตั๋วที่สถานีบ้านเรา ราคา 1400 เยน ใช้ได้ 1 วัน เข้าออกได้ไม่จำกัด(ถ้าซื้อตรงชินจูกุจะแพงกว่านี้ พูดง่ายๆก็คือยิ่งใกล้คามาคุระค่าตั๋วจะยิ่งถูกลง)

จากบ้านก็นั่งไปจนถึงสถานี Fujisawa แล้วก็เปลี่ยนไปขึ้น Enoden นั่งยาวไปลงคามาคุระ เรารู้มาก่อนว่า ระหว่างทางจะมีช่วงที่ผ่านหาด ก็เลยไม่นั่งเพื่อจะยืนดูวิวทะเล นั่งมาจนสุดสายก็ถึงคามาคุระ จุดหมายแรกที่เราจะไปก็คือ ศาลเจ้า Tsurugaoka Hachimangu เราก็เดินไปเรื่อยๆตามถนนโคมาจิ ซึ่งเป็นถนนที่มีร้านขายของต่างๆอยู่ แต่เสียดายตอนเราไปร้านค้ายังเปิดไม่เยอะเท่าไร

พอมาถึงศาลเจ้า ก็ไหว้พระขอพร แล้วก็เดินเล่นในศาลเจ้า ก่อนจะไปขอโกะชุอินก่อนออกจากที่นี่ แถวยาวอยู่เหมือนกันนะ รอประมาณ 15 นาทีได้ แต่ก็ไม่นานเท่าที่เมจิ เสร็จแล้วเราก็เดินกลับไปที่สถานีคามาคุระ เพื่อไปที่สถานีฮาเสะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดโคโตคุอิน ที่มีพระพุทธรูปไดบุตสึที่ทุกคนน่าจะรู้จัก ระหว่างรอรถไฟมา เราเลยแวะดูร้านขายของฝาก แล้วได้แฟ้มสนุปปี้มาอันนึง เป็นลาย Limited ของเอโนะชิมะ

แต่ก่อนไปโคโตคุอิน เราแวะที่วัดฮาเสะเดระก่อน วัดฮาเสะเดระมีค่าเข้า 400 เยน กดซื้อตั๋วที่เครื่องขายตั๋วได้เลย แล้วที่นี้ตอนเราซื้อเราดันกดตั๋วเกินมาใบนึง ตอนแรกลนมากไม่รู้จะทำไง ก็เลยเดินไปหาพนักงาน เค้าบอกให้เอาไปขอเงินคืนได้ที่เคาน์เตอร์ (นึกว่าจะเสียตังฟรีซะแล้ว 55555)

ช่วงที่ไป(มิ.ย.) อาจิไซกำลังบานพอดี ก็เลยมีโซนที่เปิดให้เข้าไปชมอาจิไซ แต่ตอนเราไปมันยังบานไม่หมด ได้ยินคนญี่ปุ่นคุยเหมือนกันว่า ถ้ามาประมาณอาทิตย์หน้าน่าจะบานสวยกว่านี้

พอเดินดูถ่ายรูปอาจิไซจนพอใจแล้ว ใกล้ๆทางออกมีร้านขายของกินอยู่ เราเลยซื้อดังโงะมากิน แล้วแถวนี้เหยี่ยวเยอะมาก เลยมีป้ายบอกให้ระวังเหยี่ยวแย่งขนม ก่อนออกจากวัด เราเพิ่งเห็นว่ามีอีกฝั่งที่เรายังไม่ได้เดินดู เลยแวะไปดูก่อนออก ฝั่งนี้ก็จะมีเหมือนถ้ำให้ลอดอะ เลยลองเข้าไปดูก็สนุกดี

แล้วเราก็ออกจากวัดฮาเสะ เพื่อไปที่โคโตคุอิน ซึ่งก็เดินไปแค่ไม่กี่นาทีก็ถึงแล้ว พอไปถึง ที่นี่ต้องเสียค่าเข้า 200 เยน ที่นี่นอกจากพระไดบุตสึก็ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไร ก็เข้าไปถ่ายรูป เดินเล่นนิดหน่อย แล้วก็แน่นอนว่า ที่นี่เราก็ขอโกะชุอิน แต่ที่นี่จะต่างจากที่อื่นตรงที่ว่า เราแค่เอาสมุดสะสมไปยื่นให้เค้าแล้วรับบัตรคิวมา รอประมาณ 10-15 นาที ก็เอาบัตรคิวไปรับสมุดคืนได้เลย เราว่าทำแบบนี้ก็ดีนะ จะได้เอาเวลายืนต่อแถวไปนั่งพักด้วย พอได้โกะชุอินมาแล้ว ก็ออกจากวัด แล้วก็เดินกลับไปขึ้นรถไฟ

ตอนแรกเรานึกว่าจะไม่ทันเวลา ก็เลยว่าจะไปเอโนะชิมะเลย แต่พอดูแล้วเวลายังเหลือ ก็เลยแวะลงระหว่างทาง เราลงที่สถานี Inamuragazaki ถามว่าเราลงที่สถานีนี้ทำไม คำตอบคือ เราอยากไปเดินเล่นชมวิวทะเลค่ะ เอาจริงทะเลมันไม่ได้สวยขนาดนั้นหรอก (ขนาดที่ว่าถ่ายลงสตอรี่ แล้วน้องแชทมาถามว่าอยู่พัทยาเหรอ 555) แต่เราชอบบรรยากาศทะเล ลมทะเลไรงี้อยู่แล้ว ก็เลยค่อนข้างชอบ เราลงไปเดินเล่นข้างล่างที่เป็นโขดหินแป๊ปนึง แต่มันไม่ได้เป็นทางยาวไปเรื่อยๆ ก็เลยขึ้นมาเดินเลียบหาดไปต่อจนถึงอีกสถานีนึง คือสถานี Shichirigahama

แล้วเราก็มุ่งหน้าไปยังที่สุดท้าย ซึ่งก็คือ เอโนะชิมะ เราลงที่สถานีเอโนะชิมะ แล้วก็เดินตามคนเยอะๆไป ตามทางเดินก็มีของกิน ของที่ระลึกขายเยอะแยะเลย พอผ่านตรงนั้นมาก็จะเจอสะพาน ก็เดินต่อไปอีก ก็จะเจอทางเดินที่มีของขายเหมือนเดิม แต่ตรงนี้ทางมันเป็นเนินขึ้น เดินมาเรื่อยๆ เราก็มาถึงศาลเจ้าเอโนะชิมะ ที่นี่มีให้ขอพรเกี่ยวกับความรักด้วย เราก็ไม่พลาดค่ะ ตั้งแต่มาถึงเอโนะชิมะ ตลอดทางมีแต่คนมาเดทกัน แล้วเรามาคนเดียวอ่ะ แนะนำว่าใครจะมาเอโนะชิมะ ถ้าไม่มีแฟน ก็พาเพื่อนมาด้วยน่าจะดีกว่าค่ะ 55555 ที่นี่เราก็ขอโกะชุอินเหมือนเดิม ที่นี่มีให้เลือกประมาณ 10 แบบเลย แต่เราเลือกอันที่เขียนว่าศาลเจ้าเอโนะชิมะมา

พอเดินจากตรงนี้ไปก็จะเป็นทางเดินไปที่ Enoshima  Iwaya ระยะทางจากตรงศาลเจ้าไปค่อนข้างไกลพอสมควร แต่ก็มีร้านขายของกินแทบจะตลอดทาง ให้นั่งพักกินขนมได้ แต่เราเลือกที่จะเดินผ่านไปเลย ไว้ขากลับค่อยแวะ และเราก็มาถึง Enoshima  Iwaya ก็ชมวิว ถ่ายรูปจนไม่รู้จะทำอะไรต่อแล้วก็เลยเดินกลับ

ขากลับนี่คือ ทางเดินมันเป็นเหมือนเนินขึ้นบวกกับบันได (แต่ขามานี่เดินฉิวเลย) ก็เลยเหนื่อยกว่า ก่อนกลับเราก็หาที่กินข้าวที่ซื้อมาก่อน แล้วก็ซื้อซอฟครีมกินด้วย และหลังจากนั้นเราก็หอบเอาตัวเองกลับมาจนถึงสถานี และนั่งรถไฟกลับบ้าน พอกลับมาถึงก็เลยลองเช็คในไอโฟนว่าเดินไปกี่กิโล ปรากฏว่าวันนี้เราเดินไป 15 กิโลค่ะ

 

ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นเจเอ็ดดูเคชั่น

เป็นสำนักงานตัวแทนในประเทศไทยของสถาบันการศึกษาที่ญี่ปุ่นโดยตรง เปิดตั้งแต่ปีค.ศ.1999  ดำเนินการสมัคร เรียนต่อญี่ปุ่น ครบครันทุกขั้นตอน สมัครเรียนกับโรงเรียนที่เจเอ็ดดูเคชั่นเป็นตัวแทน เหมือนการสมัครเรียนกับโรงเรียนที่ญี่ปุ่นโดยตรง  ไม่มีค่าดำเนินการใดๆ

รับรองโดยสมาคมไทยแนะแนวการศึกษานานาชาติ (TIECA)

ติดต่อสอบถาม – สมัคร เรียนต่อญี่ปุ่น
สาขาสีลม โทร. 02-2677726 ต่อ 101-104
สาขาอโศก โทร. 02-665-2969
email : ask@jeducation.com

เพิ่มเพื่อน