DIARY ช่อ ::Day 9::

บันทึกประสบการณ์ของน้องช่อ ผู้ชนะจากการแข่งขันตอบปัญหาภาษาญี่ปุ่น J-Challenge#5 กับการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ที่โรงเรียน Yono Gakuin Japanese Language School จังหวัด ไซตามะ วันที่ 9 ที่ญี่ปุ่น..

แม่มาปลุกตอน 7 โมงครึ่งมากินข้าว  คนอื่นไปทำงานกันหมดแล้ว  เรานั่งกินกับแม่ 2 คน  มื้อเช้านี้เป็นซุปฟองเต้าหู้  ใส่สาหร่าย  ออมเล็ท  ไส้กรอก  ผัดเนื้อ  สลัดเมื่อคืน  ข้าว (ดีจัง  เป็นข้าวทุกวันเลย  มีซุปด้วย)

แปดโมงสิบห้าเพิ่งออกจากบ้าน  รีบถีบจักรยานสุดขีด  ฝนก็ตกถือร่มถือกระเป๋าเยอะแยะเลย  มาไม่ทันรอบแปดโมงครึ่ง เลยต้องขึ้นรอบ 8.36 พื้นลื่นมาก  พอไปถึง Omiya  ไม่เจอดา  รอแล้วรออีกดาก็ไม่มาสักที  รึว่าดาไม่รอเรา เอ๊ะ!ยังไง  เพราะมันก็จะ 9โมงแล้ว  วันนี้มีสอบอีกต่างหาก  ตายแน่ๆ  จะไปถูกมั๊ยเนี่ยยย  ต้องไปเองแล้วล่ะไม่เคยจำทางด้วย

หลังจากเดิน ก็เจอพี่คนไต้หวัน  เรียนห้องเดียวกันก็เลยทัก  แล้วก็ได้เดินไปโร+งเรียนด้วยกัน  ระหว่างทางพี่เค้าก็ถามโน่นถามนี่เยอะแยะเลย คุยกันตลอดทาง  พี่เค้าเก่งภาษาญี่ปุ่นนะ  ถามว่ากินข้าวเช้ากับอะไร  ข้าวเย็นกับอะไร กินอะไรได้บ้าง  คุยกันสัพเพเหระ

เริ่มต้น class ก็สอบเลย ครู Tomiyama เป็นคนคุมสอบ  มีทำไม่ทันด้วย จากนั้นก็ต่อด้วยสอบวัดระดับ 3 มีทั้งส่วนคำศัพท์  อ่าน ฟัง เติมคำ  ก็พอทำได้นะ  ส่วนที่ฟังนี่  พูดช้าเหมือนสอบวัดระดับ 4 เลย  ตอนสอบระดับ 3 นี่  มีครูอีกคนมาคุมสอบ  ชื่อ なかむら先生 ส่วน とみやま先生 ก็ไปสอนห้องข้างๆ ได้ยินเสียงเลยทีเดียว

พอสอบเสร็จก็ไปกินข้าวกับพี่คนไทย  คนไต้หวัน  ดา แล้วก็เรา  รวมทั้งหมด 6 คน  เป็นร้านขายปลาไหลอร่อยมากกก  หอมมมมม  ของเราสั่งแค่ปลาไหลย่างชุดเด็ก 700 เยน พนักงานเสิร์ฟใจดีมากอ่ะ  อัธยาศัยดี มานั่งคุยกันกับเรา  ยิ้มตลอดเลย  เราก็กินจนเกลี้ยงชามเลย แล้วก็มีไอติมให้ด้วย  เฉพาะชุดเด็กอ่ะนะ  เลยมีแค่เรากับดาที่ได้  อร่อยมากกก เปรี้ยวๆ หอมๆ หวานๆ รสส้มมั้ง  มีเนื้อส้มด้วย  กินแล้วอยากกินอีกอ่า

ทานเสร็จก็ออกไปจ่ายตังค์ข้างนอก  คนทำอาหารในครัวก็ยิ้มให้เราตลอด  เราก็ดูเค้าย่างปลาไหล  แล้วก้ถ่ายรูป  เขาก็โพสท่าถ่ายรูปด้วย  ตลกชะมัด  พอเค้ารู้ว่าเราเป็นคนไทย  เขาก็พูด “สวัสดี” แล้วก็ถามว่า “ありがとうは” เราก็บอกว่า”ขอบคุณค่ะ”  มื้อนั้นเป็นมื้อที่อร่อย  แล้วก็มีความสุขจัง  กินเสร็จก็แยกกัน  เรากับดาไป Ueno กันต่อ

พอลงสถานีก็ถ่ายรูป  ไป アメ横(あめよこ)ก็ได้  แต่เราตัดสินใจกันว่า ไปเดินสวน Ueno กันก่อน ตอนไปนี่เจอศาลเจ้า เจอรูปปั้นแต่ไม่รู้จัก  เลยได้แต่ถ่ายรูปมาให้ดู  มีสวนสัตว์แต่ไม่เข้า  เห็นมีแต่เด็ก  แล้วฝนก็ตกด้วย  สัตว์มันคงหลบฝนหมดอ่ะ  เราก็เดินๆ ไปเรื่อยๆ ปรากฏว่าหลงทาง  ไปเจอศาลเจ้าอีกและ  เราก็เลยเดินกลับไปที่เดิม แล้วก็ดูป้ายว่าจะไปไหน  เดินไปถึง Tokyo National Museum แต่ไม่เข้า ก็มันแพงอ่า 1500 เยน

เดินไปอีกเจอ Nature and Science Museum  ไม่เข้า  ตอนนี้รองเท้าเคลอะมาก  สกปรกชะมัด  ไม่ชอบให้ฝนตกเลย  ลำบากกก  รองเท้ามันด็ลื่นอ่ะ  เกือบหัวแตกแล้ว แล้วเราก็มาที่หน้าสถานี Ueno อีกรอบ  แล้วก็มองป้าย  คราวนี่ไป アメ横ใช่เลยย  เป็นตลาด  ชอบๆ  ของขายเยอะดี  สิ่งแรกที่ซื้อกินเป็นเมล่อน  100 เยน  เสียบตะเกียบไว้  อร่อยหอมหวานมาก  ฉ่ำเลย

เดินไปอีกก็กิน お好み焼き แค่ 200 เยน พอดีคนขายเขาพูดไทยได้  เราแค่ยืนๆ ตกลงกันว่าจะกินดีมั๊ยอยู่ตรงหน้าร้านเขาก็พูด ”อร่อยนะ” ”สวัสดีครับ” ตกใจเลย  รู้ได้ไงว่าเราเป็นคนไทย  เลยต้องซื้อกินอร่อยดี  ร้อนๆ พอคนจีนมาก็พูดได้ เขาก็ซื้อกิน เก่งเนอะพูดได้หลายภาษา ก็มีส่วนช่วยในการขายของ เลยแชะรูปพ่อค้ามาฝากกัน

ร้านรองเท้าแถวนี่ก็ถูกนะ แต่ไม่ได้ซื้ออ่ะ 5555^^ตลาดที่นี่ขายทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นของสด ปลา กุ้ง ปู ปลาหมึก หอย ผัก ผลไม้ เสื้อผ้า รองเท้า ขนม  สาหร่าย มีทุกอย่าง スーパーด้วยนะ เลยเข้าไปซื้อ わさび มา 450 เยน แล้วคิดว่าจะกลับ  เพราะมันจะ 5 โมงแล้ว  เห็นป้าย Ikebukuro สถานีรถไฟ  ก็เลยว่าจะเดินไป

พอเดินไปถึงมันเป็น Subway เห้ย!  นึกว่า JR รถไฟธรรมดา  ถ้าเป็น Subway พวกเรางง  เพราะไม่ค่อยได้ขึ้น ขึ้นผิดคันจนได้  คันนี้มันไปโตเกียว  เราก็เลยนั่งไปโตเกียวซะเลย  ที่สถานีมันใหญ่มาก  มีทั้ง Subway Shinkansen JR เมืองหลวงอ่ะเนอะ  กว้างมากกกก กะว่าจะกลับบ้านแล้วนะเนี่ย  ไปโตเกียวก็ต้องไปถ่ายรูปสถานีหน่อยสิ  เพราะว่าจะสวยกว่าที่อื่น

แต่ปรากฏว่าเขาซ่อมอยู่  ปิดหมดเลย  ฤดูนี้ที่เรามา  มันเป็นฤดูแห่งการซ่อมเหรอเนี่ย  เห็นซ่อมถนน สถานีรถไฟ ซ่อมศาลเจ้า  ซ่อมทุกอย่างงๆ เราจะไป Tokyo Tower ด้วย  แต่ไม่รู้ไปทางไหน  แผนที่ก็ดูไม่ออก ไม่เห็นมีเลย  ลำบากมาก

หลังจากจ้องแผนที่กันอยู่นาน  ก็มีคนญี่ปุ่นมาบอกทางให้  เขาพูดเป็นภาษาอังกฤษด้วยนะ  โห..พัฒนา  เขาก็พูดกันนี่หว่า  แถมเสนอให้เราอีกว่า ‘’Can I help you?’’ เราก็เลยบอกว่าจะไป” Tokyo Tower” เขาก็บอกว่าต้องนั่งรถไฟไปลงที่ “Hamamatsucho” อีก อ้าว…นึกว่า Tokyo Tower อยู่ที่สถานี Tokyo นะเนี่ยยยย แล้วก้ต้องเสียเงินซื้อขนมอีก Tokyo バナナ1000 เยน เห็นเพื่อนบอกอร่อย เด็กวัยรุ่นยืนซื้อกันเต็มเลย

แล้วก็มาถึง Hamamatsucho ถึงแล้วเห็นป้าย TokyoTower แล้ว  รีบเดินไปตามนั้นเลย ไม่รอช้า  ก่อนถึงเจอศาลเจ้าก่อน  ซึ่งใหญ่มาก  เราก็เดินไปอีกไกลกว่าจะถึง Tokyo Tower มืดแล้วด้วย 6 โมงเห็นจะได้ พอ เห็นTokyo Tower แล้ว ก็อยากจะกรี้ดดดด  มันสวยมาก  ตื่นเต้นอ่ะ  เดินเข้าไปใกล้เรื่อยๆ จนเห็นฐานมัน ถ่ายรูปยากมาก จะถ่ายยังไงให้ได้ทั้งคนและตึกล่ะเนี่ยยย  ภาพก็เลยไม่ค่อยสวยเท่าไหร่

แล้วก็อดไม่ได้ อยากขึ้นไปดูวิวข้างบนสักครั้งหนึ่ง  มาตอนกลางคืนด้วย  สวยแน่ๆ โอกาสมาถึงแล้วห้ามพลาด เท่าไหร่เท่ากัน เสียค่าบัตรขึ้นไป 820 เยน ขึ้นไป 150 เมตร ขึ้นมาถึงแล้วมันสุดยอด  さいこう すごい すばらしい เลยทีเดียว ถ้าหากจะมาอีกล่ะก็นะ  ขอบอกว่ามากับแฟน 2 คนดิ แล้วมันจะโรแมนติกมาก บรรยายไม่ถูกเลย >///< เห็นคนที่เขามากัน ก็เป็นแฟนกันซะส่วนใหญ่  เห็นตึกทั่วเมืองเลย

ตอนนี้เราอยู่สูงกว่าทุกตึกเลย มันสุดยอดมากกกกก เดินวนไปวนมาจนครบหลายรอบแล้ว  ถ่ายทุกช้อต  มีอยู่มุมหนึ่งน่ากลัว  ตรงพื้นเป็นกระจกใสๆ ให้เราเหยียบ  กระจกใสๆ เลยนะ  มองลงไปแล้วหัวใจจะวาย  เห็นรถที่อยู่ข้างล่างเลยอ่ะ  สูงมาก บางคนนี่ไม่กล้าเลย  แต่เพื่อความสะใจ  ก็เลยลองไปนั่งก้มดูชัดๆซะเลย 5555 ก็หวาดเสียวดี  แต่ก็คิดว่ามันไม่อันตรายอย่างที่คิดนะ กระจกมันแข็งแรง แต้ถ้าตกลงไปนี่ ช่วยไม่ได้นะ ตายเลยทีเดียว

พอดูจนหนำใจแล้ว  จริงๆ ยังไม่หนำใจเลย  แต่ว่ามันต้องกลับแล้วอ่ะ  เพราะเดี๋ยวกลับถึงบ้านดึก  แล้ว Host จะว่าเอาได้  จริงๆ อ่ะ  อยากอยู่นานๆ เลย แวะถ่ายรูปตรงมุม Halloween นิดนึง เพราะที่นี่เขาเริ่มประดับตกแต่งกันแล้ว  ขาลงแวะซื้อของฝาก  มีของขายเยอะแยะ  เกี่ยวกับ Tokyo Tower ทั้ง Model จำลอง ที่ห้อยโทรศัพท์ ขนม เสื้อ และต่างๆ อีกมากมาย

แล้วเราก็หาซื้อของให้ j-education เป็น Model ของ Tokyo Tower นี่แหล่ะ ซื้อของกันเร็วมากกก แล้วขากลับก็รีบวิ่งเลย คนอื่นคงคิดว่าเป็นขโมย ไปขโมยของมา แล้วรีบหนีแน่เลย 55555 วิ่งกันแบบไม่คิดชีวิต มัน 1 ทุ่มแล้วอ่า คิดว่ากว่าจะกลับถึงบ้านก็คง 2 ทุ่มครึ่ง 3 ทุ่ม ก็เลยแวะโทรศัพท์บอก Host ว่าจะกลับช้านะ ตอนคุยนี่เสียงเหนื่อยมาก  ไม่ไหวแล้ว เพราะวิ่งมาไง 555

วิ่งมาถึงสถานได้ยินเสียงเพลง  แล้วมีคนมุง ก็เลยเข้าไปดูบ้าง นักร้องเป็นผู้หญิงสวย  ร้องเพลงเพราะด้วย ดีดกีตาร์ไปด้วย แล้วเราก็ต้องตกใจ เพราะมีแต่ผู้ชายยืนฟังอ่า มีเรา 2 คนเป็นผู้หญิง แต่พี่เขาร้องเพลงเพราะจริงๆ

แล้วเราก็รีบวิ่งไป  Tokyo Station เลย คราวนี้มี JR แน่ๆ แต่ขึ้นไปแล้ว คนแน่นมาก โคตรแน่นอ่ะ ก็มันในเมืองนี่เนอะ เวลาเขาเลิกงานกันด้วยมั้ง คนก็เลยเยอะเป็นพิเศษ คิดว่าอยู่นานๆ แบบนี้ เป็นลมได้นะเนี่ย เห็นรายชื่อสถานีบนจอแล้ว  เหนื่อยเลย หลายสถานีมากกก  กว่าจะถึงบ้าน 20 สถานีได้  ยืนเบียดกันมาก ดากับเรานี่แทบจะแนบกันเลยทีเดียว  ชิดกันชนิดที่แมลงวันยังบินผ่านไม่ได่อ่ะ 555 คือขยับไม่ได้เลย กว่าคนบนรถไฟจะน้อยลงก็สถานี Ueno ค่อยยังชั่วหน่อย นั่งไปเรื่อยๆ

แล้วก็ถึงสถานีที่จะต้องลง ปั่นจักรยานกลับ  ถึงบ้าน 2ทุ่ม40นาที ดีนะฝนหยุดแล้ว ไม่งั้นทุลักทุเลกว่านี้แน่ ถึงบ้านปรากฏว่า  เขากินข้าวกันหมดแล้ว มาช้าจริงๆ ด้วย มาถึงเขาก็มา おやすみなさいเรา (รู้สึกผิดนะเนี่ย) เราก็มานั่งกินข้าวคนเดียว

วันนี้ แม่ทำเกี๊ยวซ่า  แบ่งไว้ให้เยอะมากกก ข้าวอีก  ไข่ปลาดิบด้วย อิ่มมากแทบกินไม่หมด  จริงๆ มันกินไม่หมด  แต่แม่บอกว่า ของเราหมดเลย เราก็เลยต้องฝืนกินให้หมด  แล้วตอนกินนี่แม่ก็นั่งรอเราด้วย  นั่งมองเรากินอีกต่างหาก  แล้วก็ถามเราว่าไปกับใคร 555 พรุ่งนี้จะไปไหนไหน เค้าคงรู้แล้วล่ะว่าเราไปเที่ยวทุกวัน เกรงใจจัง กินเสร็จก็ไปอาบน้ำ  สระผม  นอน

บันทึกประสบการณ์วันที่ 10 ของน้องช่อ >>

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

Link ที่เกี่ยวข้อง >>
Diary บันทึกประสบการณ์ ผู้ชนะการแข่งขันภาษาญี่ปุ่น JChallenge#4
Diary บันทึกประสบการณ์ ผู้ชนะการแข่งขันภาษาญี่ปุ่น JChallenge#3

Leave a Reply